Jan 31 2018

art exhibition

งานดีไซน์คือของหวาน ! คุยกับ 4 ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงที่อยากออกแบบสังคมให้น่าอยู่ขึ้น

ไฟนีออน จักรยาน และหนังสือทำมือ

สัปดาห์แห่ง เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ ได้เริ่มต้นไปแล้วตั้งแต่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งในงานนี้ไม่ได้มีแค่ดีไซเนอร์ชาวไทยเท่านั้นที่มาร่วมกันสร้างสรรค์และแชร์ไอเดียด้านการออกแบบที่จะช่วยให้เมืองหลวงของเราน่าอยู่ขึ้น แต่ยังมีกลุ่มศิลปินต่างแดนอีกถึง 5 สัญชาติที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมนำเสนอโปรเจกต์เจ๋ง ๆ จากบ้านเกิดเมืองนอนของตน หนึ่งในนั้นคือศิลปินจากฮ่องกงที่แท็กทีมกันมาถึง 8 แบรนด์ ภายใต้การนำของ Hong Kong Design Center เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ Pocket Worlds ที่อธิบายและสื่อความหมาย "ความฮ่องกง" ได้เป็นอย่างดี
 
ภาพจากแฟนเพจ HKDC 香港設計中心
 
Pocket Worlds ตั้งใจสื่อถึงความเล็กกระจิริดของเกาะฮ่องกงในแผ่นที่โลก เป็นเมืองขนาดกระทัดรัดแบบยัดใส่กระเป๋าได้สบาย ๆ (อันนี้เราเว่อร์) แต่ในความเล็กของมัน ก็ยังมีความหลากหลาย ความเป็นสากลโลก รวมถึงเปลวไฟอันโชติช่วงจากศิลปินรุ่นใหม่ที่ตั้งใจออกแบบอนาคตให้ยั่งยืนและสร้างสรรค์ เอาสิ !
 
หลังจากเดินต๊อกแต๊กชมงานได้สักพัก เราก็มีโอกาสใช้เวลาพูดคุยกับ 4 ศิลปินที่หอบหิ้วงานไซซ์กระทัดรัดมาอวดโฉมถึงเมืองไทย ได้แก่ Kay Chan จาก Good Day Society ผู้ริเริ่มตลาดเคลื่อนที่ด้วยจักรยาน Jim Wong จาก Good Morning Design ผู้หลงใหลในรูปทรงเรขาคณิตกับหนังสือทำมือ และ Rosetta Lau กับ Keikko Lee จาก Unite Unit ผู้อยู่เบื้องหลังอินทีเรียร์เก๋ ๆ ของร้าน Little Bao ที่มีไฟนีออนล่อตาเรา เราเข้าใจว่าฟังดูแล้วขอบเขตงานมันต่างกันเหลือเกิน แต่เชื่อเถอะว่าพวกเขาทุกคนแชร์ความฝันอันสูงสุดร่วมกัน ซึ่งก็คือ การทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นด้วยงานดีไซน์ นั่นเอง

"ฉันอยากทำให้ การปั่นจักรยาน
กลายเป็นหนึ่งในระบบขนส่งในชีวิตจริง
ไม่ใช่แค่กิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ"
- Kay Chan จาก Good Day Society
 
 
Kay Chan (ชื่อจริง Chan Wan Ki) เป็นหนึ่งดีไซเนอร์สาวเท่จากสตูดิโอ Good Day Society ที่มีคาแรกเตอร์เด่นชัดมาก รอยสักใต้ท้องแขนซ้าย แววตามุ่งมั่น และคำตอบอันฉะฉาน ทำให้เราไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ตลอดระยะเวลาของบทสนทนาอันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ และความคิดสร้างสรรค์ที่หลั่งไหลพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา
 
  

เธอเริ่มโปรเจกต์ Mobile Bike Market เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนด้วยโจทย์ที่ว่า จะทำยังไงให้สินค้าไปถึงผู้ที่ต้องการซื้อจริง ๆ ซึ่งต้องสู้กับปัญหาความแออัดของชุมชนในฮ่องกงไปในเวลาเดียวกัน ดีไซเนอร์สาวจึงผุดไอเดียตลาดเคลื่อนที่โดยใช้จักรยาน แล้วโมท้ายเพิ่มกล่องไม้เข้าไปไว้ใส่ของที่จะขาย จากนั้นจึงปล่อยหน่วยจักรยานไปตามบ้านผู้ซื้อ ซึ่งเธอได้เก็บข้อมูลมาเรียบร้อยแล้วว่าบ้านไหนอยากได้อะไร บวกกับความได้เปรียบในพื้นที่อาศัย ทำให้โปรเจกต์นี้ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านและร้านค้าโลคัลเป็นอย่างดี
 
ภาพจากแฟนเพจ 灣仔好日誌
 
อีกประเด็นที่ Kay Chan ต้องการสร้างความตระหนักก็คือ "ฉันอยากทำให้ การปั่นจักรยาน กลายเป็นหนึ่งในระบบขนส่งในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่กิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ" ไม่มีกฎหมายข้อไหนของฮ่องกงห้ามให้คนปั่นจักรยานบนถนน แล้วทำไมไม่สนับสนุนให้มันกลายเป็นหนึ่งในระบบขนส่งที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันไปเลยล่ะ
 
"จริง ๆ กรุงเทพฯ เนี่ยน่าสนใจมากเลยนะคะ ฉันมาแค่ไม่กี่วันก็เห็นมอเตอร์ไซค์เยอะแยะไปหมดเลย น่าจะไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าจะประยุกต์ใช้โปรเจกต์นี้ในกรุงเทพฯ" Kay Chan กล่าวถึงความเป็นไปได้ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เหมือนฮ่องกง เธอเชื่อว่ารถมอเตอร์ไซค์มีความยืดหยุ่นมากกว่าในแง่ของการจราจร และถ้าเป็นจักรยานได้ยิ่งดี เพราะมลพิษที่เกิดขึ้นจากควันก็จะน้อยลงไปอีก
 
เธอภูมิใจมาก ๆ ที่ได้ริเริ่มโปรเจกต์ Mobile Bike Market ได้ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่าง "สิ่งที่ฉันทำคือการเปิดประตูให้กับผู้คน กระตุ้นให้พวกเขาคิดว่า เห้ย ทำอย่างนี้ก็ได้นี่นา คิดออกนอกกกรอบบ้างก็ได้ เพราะถ้าไม่มีใครเริ่ม มันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยค่ะ"

"ทุกครั้งที่ออกแบบ ผมจะคิดอยู่เสมอว่า
ทำยังไงดีให้งานพรินต์มันโดดเด่นขึ้นมา"
- Jim Wong จาก Good Morning Design
 
 
อะไรมันจะเรขาคณิตขนาดนั้น ผลงานของ Jim Wong เตะตาเราตั้งแต่เดินเข้าประตูอาคารแสดงผลงานของล้ง 1919 ดีไซเนอร์หนุ่มหน้าตาเหมือนตัวการ์ตูนคนนี้ทำ Pocket Worlds ของตัวเองในรูปแบบหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยงานออกแบบกราฟิก ซึ่งเอกลักษณ์และสไตล์ที่เขาถนัดก็คือ Geometric Design นั่นเอง
 
Jim Wong ทำงานกับ Good Morning Design ที่คลุกคลีอยู่กับกระดาษเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยธุรกิจการพิมพ์ที่หายใจรวยรินลงทุกวัน งานพรินต์ของเขาจึงต้องพิเศษกว่าใคร ๆ "สมัยนี้คนไม่ค่อยอ่านหนังสือกันแล้วครับ ทุกครั้งที่ออกแบบ ผมจะคิดอยู่เสมอว่าทำยังไงดีให้งานพรินต์มันโดดเด่นขึ้นมา" เขาบอกกับเราก่อนที่จะเริ่มอธิบายถึงที่มาที่ไปของแต่ละผลงาน
 
 
ภาพจาก gd-morning.org/jim

 
หนึ่งผลงานที่ Jim Wong ภูมิใจนำเสนอและพลิกหน้ากระดาษอย่างทะนุถนอมคือ Sham Shui Po Cherish Food Guide ไกด์กระทัดรัดที่ตั้งใจสืบทอดอาหารสามัญประจำวันของคนฮ่องกงในรูปแบบที่น่าสนใจและทันสมัยมากขึ้น เขาได้ร่วมงานกับ Yaumatei Gardener และ MaD โดยรับหน้าที่ออกแบบกราฟิกทั้งหมดในเล่ม ไม่ว่าจะเป็นวิชวลไอคอน ทิศทางสี อินโฟกราฟิก (infographic) ตลอดจนเลย์เอาท์ของเล่ม
 
 
นอกจากนี้ เขายังเป็นดีไซเนอร์อีกคนที่ชื่นชอบหนังสือทำมือ (zine) และมีซีนเป็นของตัวเองด้วย เขาหยิบซีนเล่มที่ชื่อว่า 30 ขึ้นมาให้เราดู ซึ่งเจ้าเล่มนี้ได่ไปไกลถึงนิทรรศการ Here is Zine ที่ Tokyo Art Book Fair มาแล้วเสียด้วย ด้านในซีนเป็นการละเล่นทดลองความเป็นไปได้ของสี รูปทรงเรขาคณิต สิ่งปลูกสร้าง และการออกแบบตัวอักษร ซึ่งคุณจิมก็ใจดีกับเรามากโดยมอบซีนเล่มที่ 13 จาก 30 ให้เราเป็นที่ระลึก
 
Jim Wong ทิ้งท้ายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระดาษไว้อย่างคมคายว่า "ผมว่าเราต้องสร้างคุณค่าให้กับผลงาน สร้างคุณค่าให้กับกระดาษ อย่างซีนนี่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะคนไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษา มันเป็นภาพ เป็นกราฟิก และน่าเก็บสะสมด้วยครับ"

"ตอนเราออกแบบร้าน เราไม่ได้ออกแบบแค่อินทีเรียร์
แต่เรากำลังออกแบบประสบการณ์ของลูกค้า
และเล่าเรื่องราวผ่านอินทีเรียร์ นั่นแหละที่สำคัญ"
Rosetta Lau กับ Keikko Lee จาก Unite Unit
 
 
เราเดินมาจบที่บูทของสตูดิโอ Unite Unit ที่มี 2 ดีไซเนอร์ Rosetta Lau กับ Keikko Lee ยืนยิ้มแป้นประจำอยู่ วินาทีนั้นเราเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เพราะดูโอนักออกแบบคู่นี้ได้จำลองบรรยากาศจากร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยไฟนีออนหลากสีมาให้สัมผัสถึงที่ แถมยิ่งเซอร์ไพรส์เข้าไปใหญ่เมื่อคุยกันไปคุยกันมาแล้วดันรู้ว่า เอ้า ก็พวกเขานี่แหละที่ออกแบบร้าน Little Bao ของเชฟ May Chow โลกกลมจังเด้อ !

 
อินทีเรียร์ร้าน LGB Cafe
 
Unite Unit หรือสั้น ๆ UU เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบภายในและเฟอร์นิเจอร์เป็นพิเศษ โดยนอกจากร้าน Little Bao ที่ฮ่องกงแล้ว พวกเขายังอยู่เบื้องหลังความสวยงามของคาเฟ่-บาร์ Figaro ร้านอาหารฝรั่งเศส Briketenia ร้านใหม่ของเชฟ May Chow อย่าง Happy Paradise (ทำงานร่วมกับ Mash Design จากออสเตรเลีย) รวมถึง LGB Cafe ที่พาพวกเขาคว้ารางวัลชนะเลิศ Hong Kong Cafe Category จาก Hong Kong Restaurant Interior Design Award 2017 มาหมาด ๆ
 
"ตอนเราออกแบบร้าน เราไม่ได้ออกแบบแค่อินทีเรียร์ แต่เรากำลังออกแบบประสบการณ์ของลูกค้า และเล่าเรื่องราวผ่านอินทีเรียร์ นั่นแหละที่สำคัญ" Keikko Lee บอกกับเราเมื่อถูกถามอย่างตรงไปตรงมาว่า การแต่งร้านมันสำคัญแค่ไหนกับสำหรับอุตสาหรรม F&B โดยพวกเขาจะพยายามสร้างจุดเด่นให้กับแต่ละร้าน จุดเด่นที่ดึงดูดและน่าจดจำเพียงพริบตาเดียว เพราะในเมืองที่ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับเงิน (money-oriented) อย่างฮ่องกง ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทุ่มเงินกับอินทีเรียร์ได้เต็มร้อย
 
อินทีเรียร์ร้าน Happy Paradise (ทำงานร่วมกับ Mash Design จากออสเตรเลีย)
 
นอกจากนี้ พวกเขายังพยายามปัดฝุ่นและส่งเสริม ไฟนีออน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ของชาวฮ่องกงให้กลับมามีบทบาทอีกครั้งในสังคม โดยการสอดแทรกไฟนีออนเข้าไปในอินทีเรียร์ของร้านต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เพราะทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่า "ชาวฮ่องกง เราขึ้นชื่อเรื่องไฟนีออนอยู่แล้ว มีของดีอยู่แล้ว ก็ต้องรักษาเอาไว้"
 

ได้คุยกับบรรดาคนไฟแรงเหล่านี้แล้วฮึกเหิม แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดว่า "การออกแบบ" มันจะช่วยทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นได้แค่ไหนกัน ?

 
 
สามารถแวะไปดูนิทรรศการ Pocket Worlds และผลงานของดีไซเนอร์ฮ่องกงได้ตั้งแต่วันนี้ - 4 กุมภาพันธ์ ที่อาคารแสดงผลงาน ล้ง 1919

*งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ