Oct 13 2017

art exhibition

5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ "พระเมรุมาศ" จากนิทรรศการ ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย

ไขข้อสงสัยแบบเข้าใจง่าย

ก่อนจะถึงวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เราอยากพาทุกคนไปเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พระเมรุมาศ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ฯ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องเก่าแก่ โบราณ หรือจับต้องไม่ได้ แต่กลายเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย คติความเชื่อ และความจงรักภักดีต่อเจ้านายของปวงชนชาวไทย
 
 
ในฐานะคนอายุ 20 ต้น ๆ ที่ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ฯ เท่าไหร่ ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาล และการออกแบบ ถือเป็นนิทรรศการที่อธิบายและส่งต่อประวัติความเป็นมาของ "พระเมรุมาศ" ได้อย่างเข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา
 
 
ทางทีมผู้จัดได้แปลงโฉมห้องแกลเลอรี่ ณ อาคารส่วนหลังของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ให้กลายเป็นห้องจัดแสดงใต้แสงดาวระยิบระยับ ชวนเราเดินซึมซับข้อมูลไปทีละส่วน และคลี่คลายข้อสงสัยได้ทั้งหมดว่า ทำไมต้องมีอาคารหลายองค์ ทำไมต้องขุดสระล้อมรอบ หรือ ทำไมต้องสร้างที่สนามหลวง 
 

พระเมรุมาศ = เขาพระสุเมรุ

 
 
พระเมรุมาศถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์ นรก และโลกมนุษย์ มีรูปแบบผังสื่อถึงการเวียนว่ายตายเกิดตามจักรวาลคติ ซึ่งพุทธศาสนาได้กำหนดลักษณะของฐานจักรวาลว่ามี สัณฐานกลม มีแกนกลางเป็นเขาพระสุเมรุ ที่ประทับของพระนารายณ์ สอดคล้องกับความเชื่อของคนไทยที่ว่า พระมหากษัตริย์คือพระนารายณ์อวตารลงมาโปรดปวงชน และเมื่อถึงวาระจึงเสด็จกลับสู่เขาพระเมรุ

 
 
พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงมีอาคารหลักเป็นแกนกลาง โดยบุษบกองค์ประธานเปรียบได้กับเขาพระสุเมรุ รายล้อมด้วยระเบียงคตเสมือนภูเขา มหาสมุทรทั้ง 7 และทวีปทั้ง 4 ที่มนุษย์อย่างเราอาศัยอยู่นั่นเอง
 

สนามหลวง = ศูนย์กลางจักรวาล

 
 
ส่วนเรื่องพิกัดที่ตั้งก็ยึดตามตามจักรวาลคติเช่นกัน สนามหลวง เปรียบดั่งศูนย์กลางของจักรวาล ที่มีแกนขนาน (ทิศเหนือ-ใต้) ตรงไปยังยอดพระศรีรัตนเจดีย์ ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และแกนตั้งฉาก (ทิศตะวันออก-ตะวันตก) ตรงไปยังศูนย์กลางพระอุโบสถ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
 

สร้างเพื่อรื้อถอน

 
 
 
เกร็ดความรู้อีกอย่างคือ พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมชั่วคราว เพราะฉะนั้น วัสดุ เทคนิควิธี และโครงสร้างทั้งหมดจึงสามารถรื้อถอนได้ง่ายหลังเสร็จสิ้นการใช้งาน และมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในแง่ของลายไทยอันสวยงามตามจินตนาการของช่างและผู้ออกแบบ ถ้าเดินดูไล่ไทม์ไลน์ในนิทรรศการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

 

"วิธานสถาปกศาลา" โรงขยายแบบเท่าจริง

 
 
 
ตัวนิทรรศการพาเราเจาะลึกลงไปอีกเกี่ยวกับเทคนิค รูปแบบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างพระเมรุมาศในมาตราส่วน 1:1 หรือพูดง่าย ๆ คือเท่าขนาดจริงทุกประการ ซึ่งจำเป็นมากต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย ดังคำกล่าวของ อ. ดร. ประเวศ ลิมปรังษี ที่ว่า "อาจารย์ศิลป์ บอกครูว่า... ถ้างานศิลปะไม่เขียน 1 ต่อ 1 อย่าทำเลย เพราะ 1 ต่อ 1 เป็นสิ่งที่มันบริสุทธิ์ แต่เราไปทำงานในสิ่งไม่บริสุทธิ์ เค้าเรียกว่า ผิดศิลปะ แบบที่ไม่บริสุทธิ์ไปสร้างแล้ว อันนี้มีแต่ข้อเสีย ถ้าใช้ไม่ได้ ก็ต้องทุบทิ้ง อาคารก็เสียความมั่นคง"

 
 
สำหรับเราที่ไม่ได้เรียนสถาปัตยกรรมมาก็ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ เพราะการสร้างพระเมรุมาศไม่ใช่แค่วาดแบบ วางเลย์เอ้าท์ แล้วลงมือทำได้เลย แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยเมื่อเจอสภาวะอากาศ เช่น ปลายยอดจะดูลีบเล็กเกินไปถ้าถูกอากาศกิน การร่างแบบ 1:1 เท่าจริงจึงสำคัญมาก จึงได้มีการจัดพื้นที่ วิธานสถาปกศาลา หรือโรงขยายแบบเท่าจริง ณ สนามหลวง เพื่อเตรียมงานด้านสถาปัตยกรรมนั่นเอง
 

เทคนิคร่วมสมัย

 
ตัวอย่างการฉลุผ้าทองย่น ฉาบสี สอดแวว
 
เทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการตกแต่งพระเมรุมาศมีทั้ง การหล่อเรซิ่น ที่ใช้แทนศิลปะการซ้อนไม้เพื่อประหยัดวัสดุ การตัดคว้านด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการเซ็ตตัวของเรซิ่น การฉลุผ้าทองย่น สาบสี สอดแวว เพื่อทดแทนกระดาษทองย่นที่ต้องแสงไฟสวยงาม ทั้งบนเพดานดาว ผิวเสา ผิวอาคาร
 
ตัวอย่างการตบสี และ stencil

 
การเขียนสี ที่เปิดโอกาสให้ช่างได้แสดงความสามารถใช้สีอย่างเหมาะสม และ การตบสี ที่เปรียบได้กับ stencil คือมีแม่แบบ แล้วใช้ฟองน้ำแต้ม ตบ และกดสีให้เท่ากันด้วยน้ำหนักมือคน ซึ่งในนิทรรศการมีอุปกรณ์ของจริงทั้งหมดให้เราดูกัน
 
 
 
นอกจากนี้ยังมีวีดีทัศน์เกี่ยวกับแนวคิดของครูผู้สร้าง และมุมเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ให้ได้ลองวาดลายกนกตามเส้นประ และลงมือตบสีจาก stencil ที่ทางนิทรรศการจัดเตรียมไว้ให้เช่นกัน
 
สามารถแวะไปเข้าชมนิทรรศการศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาล และการออกแบบ ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ - 7 มกราคม พ.ศ. 2561 (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10:30-21:00 น. ที่ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) บางรัก