Jan 30 2018

art exhibition

รวม 10 สิ่งดี ๆ ที่เราจะได้กลับบ้านไปฟรี ๆ จากตลาดนัดศิลปะแห่งปี Art Ground 03

ของฟรีและดียังมีอยู่ในโลก

ใครที่กำลังรอคอยที่จะได้พบกับงานแสดงศิลปะประชาชน และตลาดนัดงานศิลปะประจำปี Art Ground โดย The Jam Factory ที่จัดขึ้นแค่ปีละครั้ง คงรู้กันแล้วว่างานนี้กำลังจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 2-4 ก.พ. ซึ่งถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่เราจะได้พบกับศิลปินในดวงใจมากมาย และอีกหนึ่งความพิเศษของปีนี้คือการขนศิลปินระดับอินเตอร์มาร่วมปล่อยของกันในงาน 
 
บรรยากาศงาน Art Ground
 
Art Ground ครั้งนี้มาพร้อม 6 โซนศิลปะ ได้แก่ Art Now, Art Found, Art How, Art Sound, Art Wow, Book Town และ 1 โซนอาหารอย่าง Food Town จาก The Knack Market ให้ได้เลือกชม ชอป และสนุกกันอย่างไม่รู้เบื่อ แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดี วันนี้เราคัดสรรสิ่งที่น่าสนใจ และสิ่งที่จะได้จากตลาดนัดรวมญาติคนรักศิลปะครั้งนี้มาฝากกัน

1. ได้ร่วมชมแอนิเมชันเจ๋ง ๆ จากศิลปิน

 
ผลงานของ Kanith เล่-กนิษฐรินทร์ ไทยแหลมทอง
 
ภายในโซน Art Wow นี้ Art Ground ได้ร่วมพาร์ทเนอร์กับคณะดิจิทัลอาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต นำความรู้และความสนุกมาให้เราแบบไม่กั๊ก โดยมีเวิร์กชอปทำแอนิเมชันกลับบ้านไป 1 ชิ้นฟรี ๆ และยังมี Live Gifs Animation ที่ให้ศิลปินสร้างสรรค์แอนิเมชันขึ้นมาตามโจทย์ที่กำหนด ซึ่งบรรดาศิลปินที่ว่านี้ก็ได้แก่ TUNA Dunn, Kanith, Marai Mizue จากญี่ปุ่น ฯลฯ 

2.ได้ฟังเพลงจากศิลปินญี่ปุ่นที่น่าจับตามอง

 
Ryu Matsuyama

 
อีกหนึ่งโซนสำคัญของงานคือ Art Sound ที่จะคอยบรรเลงเสียงดนตรีเคล้าบรรยากาศของศิลปะ มีทั้งวงดนตรีอินดี้เจ้าบ้านอย่าง Inspirative, Solitude is Bliss, Soundlanding รวมถึงวงดนตรีจากญี่ปุ่นมาร่วมโชว์ด้วยถึง 2 วง เราแนะนำให้รอดูไลฟ์ของ Ryu Matsuyama วง Alternative/Indie จากญี่ปุ่นที่ฟังเพลินจนหยุดฟังไม่ได้เลยแหละ

3. ได้พบกับกิจกรรมเวิร์กชอปที่หลากหลาย

 
ผลงานของ Le Raclet
 
นอกจาก The Printer's Workshopes ในโซน Art How ที่ได้ The Archivist จากไทย และ Le Raclet สตูดิโอจากเบอร์ลินที่หอบหิ้วภาพพิมพ์ silk screen มาจัดแสดงและสอนทำภาพพิมพ์แล้ว ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ จากศิลปินในแต่ละบูทให้ได้โฉบไปเล่นกันอีกด้วย เช่น เล่นกีต้าร์แลกกับโปสการ์ดภาพวาด หรือการวาดภาพใบหน้าศิลปิน เป็นต้น 

4. ได้พบกับศิลปินคุณภาพระดับอินเตอร์

 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Koichiro Kashima (@koichirokashima) เมื่อ

 
โซน Art Found รวบรวมศิลปินที่กำลังมาแรงกว่า 30 ชีวิต โดยไม่ได้มีแค่ศิลปินไทยเท่านั้นนะ แต่ยังมาพร้อมศิลปินระดับอินเตอร์ 5 คนจาก Unknown Asia Art Exchange 2017 เวทีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างศิลปินผู้สร้างสรรค์จากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ Hajime Sakurai, Koichiro Kashima, Takashi Kawakami, Tsukue Akimoto จากญี่ปุ่น และ Lau Chi-Chung จากฮ่องกง

5. ได้หนังสือทำมือสวยๆ กลับบ้าน

 
Spacebar Design Studio
 
โซน Book Town ปีนี้ไม่ธรรมดาและไม่ได้ขายแค่หนังสืออย่างเดียว เพราะครั้งนี้ได้พาร์ทเนอร์เจ๋ง ๆ อย่าง Spacebar Design Studio ภายใต้โปรเจกต์ Make & Collaborate Zine with Artists ด้วยการทำ One Stop Zine Service เพื่อให้ทุกคนได้ทดลองและร่วมสร้างสรรค์ Zine ด้วยตัวเอง พร้อม Materials ภาพผลงานจากกลุ่มศิลปินที่คุณสามารถเลือกและนำไปตัดแปะลงใน Zine ได้ตามใจชอบ

6. ได้กระทบไหลศิลปินในดวงใจ

 
นักรบ มูลมานัส

 
ก็บอกแล้วว่างานนี้ศิลปินมาเปิดบูธกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโซน Art Now ของ 14 ศิลปิน ได้แก่ จี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล, Jirayu Koo จิรายุ คูอมรพัฒนะ, Kendra Ahimsa, lolay โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี, นักรบ มูลมานัส ฯลฯ ยังมีโซน Art Found ที่มีศิลปินกว่า 30 ชีวิต ได้แก่ Benzilla, Monsty Planet, Pianissimo Press, Young Street Photography ฯลฯ ต้องมีสักคนที่เราถูกอกถูกใจแน่นอน

7. ได้เจอคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน

 
 
การได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ เคล้าไปด้วยเสียงเพลงและงานศิลป์ แน่นอนว่านี่แหละคือที่รวมตัวของคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ถ้าไม่นับว่าคนที่มางานนี้มักจะหน้าตาดีด้วยแล้วล่ะก็... 

8. ได้ใช้เวลาว่างในเสาร์-อาทิตย์ให้เกิดประโยชน์

 
 
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่างาน Art Ground จัดให้เข้าร่วมฟรีแบบเต็ม ๆ ถึง 3 วัน ตั้งแต่ 2-4 ก.พ. ทำให้สุดสัปดาห์ที่น่าเบื่อหน่ายของใครบางคน ถูกเปลี่ยนเป็นสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และเกิดประโยชน์ขึ้นได้อย่างแน่นอน 

9. ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนวงการศิลปะเมืองไทย

 
 
Art Ground เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะให้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทย ถ้าทุกคนไปร่วมสนับสนุนศิลปินไทยในงานนี้ เราว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ดึงศิลปะเข้ามาเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้จริง ๆ


10.ได้ความทรงจำดี ๆ ที่น่าประทับใจกลับบ้าน

 
 
ทั้ง 2 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่างานนี้สนุก มีความพิเศษไม่เหมือนใคร มีบรรยากาศที่อบอุ่น รายล้อมไปด้วยศิลปะที่ทันสมัย พอกลับบ้านไปแล้วจะรู้สึกเหมือนได้ไปพักผ่อนแบบไม่ต้องออกจากเมือง แถมได้ความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไปเป็นกระบุง ที่สำคัญงานนี้ยังมีสติ๊กเกอร์ผลงานศิลปินแจกฟรีด้วย แค่มองหาคนที่แขวนป้าย Satff The Jam Mag. แล้วพุ่งตัวไปขอสติ๊กเกอร์ก็ได้ของที่ระลึกกลับบ้านฟรี ๆ กันไปเลย
 
งานดี ๆ แบบนี้มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นนะ พลาดแล้วพลาดเลย แต่มาเหอะ อยากเจอ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อีเว้นท์เพจ
 
2-4 ก.พ. เวลา 16:00-22:00 น.
The Jam Factory ถ.เจริญนคร ท่าเรือคลองสาน BTS สะพานตากสิน