Jul 11 2017

art

4 ศิลปินที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสังคมที่เราชอบ

โปรเจคต์ศิลปะที่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยในตัว

บางครั้งหลายปัญหาในสังคมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรอให้กฎหมาย หรือนโยบายรัฐเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายๆ ครั้งในโลกใบนี้ ก็เกิดจากคนทั่วไปอย่างเราๆ ที่หันมาทำอะไรกับสิ่งรอบตัว
 
ศิลปินที่เป็นเหมือนกับตัวแทนของความคิดและการเปลี่ยนแปลงมาตลอดทุกยุคสมัยในประวัติศาสตร์เองก็เช่นกัน โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ศาสตร์และศิลป์หลายสาขาถูกบูรณาการอยู่ร่วมกันเสมอๆ เราอยากพาไปให้รู้จักศิลปินเหล่านี้ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ศิลปะ กับ กิจกรรมเพื่อสังคม บางครั้งก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ภาพจาก Big Apple Big Hope
 
ขณะที่ ป๊อก-ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากทำงานศิลปะในสตูดิโอเสร็จประมานตี 3 เขาได้เห็นคนไร้บ้านสูงอายุกำลังถูกรังแกอยู่ในซอยเปลี่ยวๆ เขาไม่กล้าเข้าไปช่วยคุณลุงคนนั้นในคืนนั้น ได้แต่พยายามออกไปมองหาอีกครั้งเช้าวันรุ่งขึ้นแต่ก็ไม่พบ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาฉุกคิดว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อคนอื่นในสังคม ทั้งในฐานะศิลปิน และมนุษย์คนหนึ่ง
 
ภาพจาก Big Apple Big Hope
 
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ศิลปินหนุ่มที่กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ San Francisco ในตอนนั้น ก้าวออกจากสตูดิโอไปเพ้นท์รูปคนไร้บ้านตามที่ต่างๆ ตั้งแต่นิวยอร์กไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่งานของไพโรจน์ไม่ใช่แค่การวาดภาพเท่านั้น แต่มันคือกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การเดินทางออกไปพบกับคนไร้บ้าน ทำความรู้จัก และช่วยสนับสนุนในฐานะคนๆ หนึ่งที่มีความหวัง โดยไม่ดูถูกหรือมองว่าเป็นเรื่องน่าสงสาร ภาพวาดหลายขนาดของอาจจะไม่ได้สวยงามและปราณีตที่สุด เพราะต้องทำแข่งกับเวลา และข้อจำกัดของสถานที่ แต่ความหมายที่แฝงอยู่เบื้องหลังนั้นลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง
 
ภาพจาก Big Apple Big Hope

 
การทำงานของไพโรจน์ไม่ได้งดงาม หรือเท่ จากที่เห็นกันในภาพถ่าย บางครั้งงานของเขาก็ถูกทิ้งขว้าง วิจารณ์เสียหายๆ โดยตัวนายแบบหรือนางแบบซะเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียกำลังใจ เขายังคงทำงานตามความเชื่อของเขาต่อไป และเราสามารถสนับสนุนโปรเจคต์ Big Apple Big Hope ของเขาได้ทางเพจนี้เลย
ภาพจาก Hope Bag for Homeless
 
อีกหนึ่งโปรเจคต์ศิลปะที่มุ่งช่วยเหลือคนไร้บ้าน Hope Bag for Homeless เกิดขึ้นจากความคิดและหยาดเหงื่อของ เอิร์ธ-ฐิตาภา ทินราช ตั้งแต่ครั้งที่เธอยังเรียนอยู่ที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อเธอได้มีโอกาสพูดคุยกับคนไร้บ้านบริเวณสนามหลวงที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย หลังจากที่ได้ใช้เวลาทำความรู้จักและคลุกคลีกับพวกเขา เธอได้เห็นถึงปัญหา ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของคนเหล่านี้ และได้เริ่มลงมือแก้ปัญหานี้ในแบบของเธอ
 
ภาพจาก Hope Bag for Homeless
 
กระเป๋าหน้าตาแปลกตาที่คนไร้บ้านสะพายไปมานี้ แท้จริงแล้วเป็นบ้านพกพาที่ทำจากวัสดุน้ำหนักเบาอย่างไวนิล ซึ่งเอิร์ธออกแบบและลงมือผลิตด้วยตัวเอง ก่อนจะนำไปแจกให้คนไร้บ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เมื่อคลี่ออก กระเป๋าใบนี้จะกลายเป็นเหมือนเตียงนอนทำจากแผ่นไวนิลและป้ายโฆษณาเก่า ที่สะอาด แข็งแรง น้ำหนักเบา พกพาไปที่ต่างๆ ได้ และด้วยแนวคิดนี้นี่เองที่ทำให้เธอได้รับเลือกเป็นหนึ่งในศิลปินน่าจับตามองในงาน Brandnew Art Project โดยหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพมาแล้ว งานของเอิร์ธทำให้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องไร้ฟังก์ชัน หรืออยู่แค่ตามแกลเลอรี่เท่านั้น
 
ภาพจาก Hope Bag for Homeless

 
"ตอนแรกๆ ทุกคนเป็นเหมือนกัน คือโดนสอนว่าพวกเขาอันตราย น่ากลัว และสกปรก" เอิร์ธกล่าวบนเวที TEDxChiangMai เมื่อปีที่แล้วที่เธออธิบายว่าถึงสภาวะที่ไม่มีใครสนใจที่คล้ายกันของคนไร้บ้าน ตัวศิลปิน และแผ่นไวนิลที่กระจัดกระจายอยู่ทุกที่ในประเทศ ไม่มีที่ทาง ไม่มีพื้นที่ ที่เราคิดว่ามันเป็นปัญหาแต่ไม่เคยเข้าไปจัดการซักที ทุกวันนี้โปรเจคต์ของเอิร์ธยังดำเนินต่อไปอยู่เรื่อยๆ ในหลายรูปแบบ โดยเราสามารถติดตามและสนับสนุน Hope Bag for Homeless ได้ทางนี้เลย

Sath

 

ภาพจาก Sath
 
ถึงจะไม่ใช่ศิลปินสัญชาติไทย แต่ Sath นักวาดภาพสตรีทอาร์ตรายนี้ ก็ใช้เวลาตระเวนไปตามท้องถนนในบ้านเรา รวมถึงอีกหลายๆ ประเทศ เพื่อถ่ายทอดความงามของศิลปะ ที่ไม่ได้แค่สวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านอารมณ์ขัน และการเสียดสีเล็กๆ น้อยๆ ให้คนได้ไปคิดต่อด้วย โดยที่ผ่านมาเค้าเคยร่วมงานกับ Wonderfruit และ Save the Children Thailand อีกด้วย
 
ภาพจาก Sath
 
งานศิลป์ของ Sath นั้นมักออกแบบให้กลืนไปกับสภาพแวดล้อมหรือตัวอาคาร ชาวสเปนรายนี้ ผู้ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและกราฟฟิกดีไซน์เนอร์นั้นได้สร้างสรรค์งานกราฟิตี้มาเป็นเวลานับสิบปีแล้ว ผลงานที่ดูเหมือนจะเซอร์เรียลนั้นแท้จริงซ่อนนัยยะหลายๆ ประการอันเป็นประเด็นใกล้ตัวไว้ และเขาเองก็มักได้ไอเดียจากบริบทแวดล้อมเล็กๆ น้อยๆ อาทิ ผู้คนหรือชุมชนในละแวก ไปจนถึงสิ่งที่ต้องอาศัยเวลาในการสังเกตอย่างพฤติกรรมมนุษย์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องหรือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขผ่านความร่วมมือของคนในชุมชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใครสนใจงานแนวสตรีทอาร์ตสะท้อนสังคมแบบนี้ สามารถไปติดตามผลงานของเขาเพิ่มเติมได้ที่ fb.com/pg/sath.painter

#WEWILLKEEPWALKING

 

 
บ่อยครั้งจนเกินไปที่เราต้องเห็นพาดหัวข่าวเกี่ยวกับความสูญเสียของนักเรียนช่างกล ซึ่งเกิดจากความเกลียดชังระหว่างสถาบันอย่างไม่มีเหตุผลและเป็นผลพวงจากวัฒนธรรมรุ่นพี่รุ่นน้องที่สุดแสนจะล้าสมัย และบ่อยครั้งที่หลังจากเหตุการณ์น่าเศร้าเหล่านี้ เราจะได้ยินถึงการปราบปรามอาวุธและนโยบายต่างๆ ที่จนถึงวันนี้ก็ยังคงไม่สามารถขจัดปัญหานี้ให้หมดไปได้

 
 
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังแคมเปญล่าสุดของ Johnnie Walker ที่ได้ศิลปินฮิปฮอปอย่าง เวย์-ปริญญา อินทชัย (DaBoyWay) ผู้ซึ่งจะพาคนทั่วไปอย่างเราๆ ไปทำความรู้จักความคิดของนักเรียนช่างกล ว่าอะไรทำให้พวกเขาเคยต้องใช้ความรุนแรง และช่วยกันตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเหล่านี้ และสังคมแบบไหนกันที่ใช้การทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับของกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ ก่อนที่จะพาพวกเขามาทำงานศิลปะร่วมกันโดยไม่สนใจเรื่องของสถาบัน
 
 
แน่นอนว่าแคมเปญนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหานักเรียนช่างกลตีกันให้หมดไปได้ แต่ผลงานศิลปะที่พวกเขาได้ทำร่วมกันก็เป็นสัญลักษณ์และความพยายามที่จะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจความคิดของนักเรียนช่างกลมากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่พวกนิยมความรุนแรงโดยไร้เหตุผลซึ่งแคมเปญ #WEWILLKEEPWALKING หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหานี้ได้ก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยกัน