Nov 04 2016

city living

24 ชั่วโมงในท่าเตียน ย่านเก่าเคล้าใหม่ที่ขลุกตัวอยู่ได้ทั้งวัน

ถ้าพูดถึง “ท่าเตียน” แต่ก่อนเราก็คงเห็นเพียงภาพวัดโพธิ์และเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินขวักไขว่ แต่ว่าย่านเก่าแก่แห่งนี้มีเสน่ห์มากมายที่หลายคนยังค้นไม่เจอ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายเช็กอินคาเฟ่ หรือสายเสพย์ศิลป์ ก็สามารถใช้เวลาอยูในย่านนี้ได้ทั้งวัน มาตกหลุมรักเมืองเก่าพร้อมกันอีกครั้งนะ :’)

อิ่มท้องกับอาหารอร่อย อิ่มใจกับวิวริมน้ำ
 
เริ่มกันด้วยร้านอาหารบนดาดฟ้าของโรงแรมบูติกริมน้ำ Riva Arun พอได้มาสักทีแล้วต้องประทับใจกับวิว 360 องศาสุดลูกหูลูกตา มองเห็นทั้งวัดวาอาราม โบสถ์ซางตาครู้ส บริเวณท่าเตียน วังหลัง ถ้าฟ้าเปิดก็ส่องได้ถึงพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วเชียวล่ะ
 
 
เมนูของ Above Riva จะค่อนไปทางอาหารไทยสไตล์ฟิวชัน อาทิ หมูคุโรบุตะบดหมักตะไคร้ ราดซอสสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวตอก (300 บาท) ลาบเป็ดหนังกรอบกับตับห่านฟัวกราส์ย่าง ราดซอสน้ำส้มบัลซามิกเข้มข้น (390 บาท) และสปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งกับไส้กรอกสเปน (470 บาท) ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล เบียร์ วิสกี้ รวมถึงเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์อย่างม็อกเทล น้ำผลไม้ สมูทตี้ ชาและกาแฟ
 
392/25-26 ถนนมหาราช โทร. 02-221-1188
 
จริงๆ แล้ว ศาลารัตนโกสินทร์ คือโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขึ้นชื่อด้วยวิวงามๆ ของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) เลียบแม่น้ำอันแสนสงบยามค่ำคืน ทางโรงแรมมีห้องอาหารซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับโอกาสพิเศษมากกว่า แต่ก็ยังมีรูฟท็อปบาร์ที่เรายังไปนั่งเล่นได้และค่าเสียหายไม่รุนแรงเกินไป

 
 
เราขอแนะนำเครื่องดื่มที่บาร์เลยแล้วกัน ที่ศาลามีตั้งแต่เบียร์ (เริ่มต้น 140 บาท) วิสกี้ (เริ่มต้นแก้วละ 220 บาท) จนถึงค็อกเทลสุดสดชื่น (เริ่มต้น 290 บาท) ที่มีทั้งแบบคลาสสิคและพิเศษอย่าง Arun Summer, The River และ Chao Phraya Gin Fizz แต่ถ้าใครไม่สนแอลกอฮอล์ จะสั่งม็อกเทล (ราคา 220 บาท) อาทิ สายน้ำ (สัปปะรด มะนาว น้ำเชื่อม และบลูฮาวาย) หรือสวัสดีศาลา (มะม่วง เสาวรส ไซรัป และมิ้นต์) มาจิบชมวิวเพลินๆ ก็ไม่ผิดนะ
 
39 ซอยท่าเตียน ถนนมหาราช โทร. 02-622-1388
 
อีกหนึ่งทางเลือกที่หลากหลายกว่าศาลารัตนโกสินทร์ คือ The Deck by Arun Residence ซึ่งมีทั้งอาหารไทยและอาหารคอมฟอร์ทฟู้ดสไตล์ตะวันตก เพิ่มเติมความดีงามด้วยวิววัดแจ้ง และยังมีบาร์ Amorosa สไตล์ Sino-Portuguese จุประมาณ 20 ที่นั่ง มีค็อกเทลให้จิบเติมความสดชื่น
 
 
สำหรับราคาอาหารนั้นเริ่มตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ แต่ไม่เหยียบหลักพันนะ ลองสั่งยำส้มโอกับกุ้ง (250 บาท) มากินเล่นเป็นออร์เดิร์ฟ แล้วต่อด้วยอาหารจานหลักอย่างไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (230 บาท) ปลากระพงแดงผัดเปรี้ยวหวาน (280 บาท) และแกงเขียวหวานกุ้งแม่น้ำ (290 บาท) มากินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินแล้ว ถ้าไม่อยากไปแล้วเสียเที่ยว เราแนะนำว่าให้โทรจองก่อนจะดีที่สุดนะ

 
36-38 ซอยประตูนกยูง เวลาทำการ จันทร์-พฤหัส 11:00-22:00น. ศุกร์-เสาร์ 11:00-23:00 น. โทร. 02-221-9158

(ภาพจาก Eat Sight Story)
 
Eat Sight Story ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารริมน้ำติดกับโรงแรม Sala Arun ซึ่งพื้นที่นี้ในอดีตเคยเป็นท่าเรือแดงมาก่อน แน่นอนว่าวิวเบื้องหน้าก็คือวัดอรุณอีกเช่นเคย ด้านในตกแต่งด้วยประตูเหล็กและไม้เก่าหลายบานประกอบกันเป็นกำแพง ให้กลิ่นอายวินเทจ และบรรยากาศที่เป็นกันเองกว่าที่ไหนๆ แถมราคาไม่แรงจนต้องยกมือทาบอก ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษก็แวะเวียนไปได้เป็นครั้งคราว
 

(ภาพจาก Eat Sight Story)
 
อิ่มเอมใจด้วยวิวสวยๆ ไปแล้ว ก็มาอิ่มท้องไปกับอาหารไทยฟิวชันกันบ้าง แต่บอกก่อนว่าด้วยความที่อยู่ในย่านนักท่องเที่ยว รสชาติอาหารอาจจะไม่แซ่บซี๊ดสูดปากสักเท่าไหร่ เราชอบเนื้อกระเพรากรอบ (230 บาท) พิซซากระเพราหมู (190 บาท) และเมนูยอดฮิตอย่างปูนิ่มผัดผงกะหรี่ (280 บาท) จะสั่งเบียร์มาจิบชิลๆ หรือค็อกเทล (เริ่มต้น 149 บาท) มาจิบชิลๆ ไปด้วยก็ยังได้นะ
 
45/1 ท่าเตียน ถ.มหาราช เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-23:00 น. โทร. 02-622-2163
 
ขอแอบโกงนิดๆ เพราะร้านนี้ไม่ได้ติดริมน้ำ แต่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้  Err คืออีกผลงานของเชฟโบ และดีแลน จาก Bo.Lan โดยร้านอาหารแห่งนี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้น่ารักและโปสเตอร์วินเทจเหมือนย้อนกลับไปในยุค ‘60s ให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่มีการตกแต่งแบบไทย

 
 
แม้กระทั่งจานที่ใช้เสิร์ฟอาหารก็ดูย้อนวันวานตัดกับการนำเสนอเมนูในรูปแบบร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อาทิ ไส้อั่วแบบเชียงราย (195 บาท) ข้าวทอดยำปลาอินทรีย์แม่กลองเค็ม (140 บาท) ผักดอกรวมเสียบไม้ (65 บาท) และหนังไก่ทอดน้ำปลากรอบๆ เสิร์ฟกับซอสศรีราชา (150 บาท) อีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจคือเครื่องดื่มค็อกเทลที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่เหมือนใคร เป็นร้านที่เหมาะสำหรับพาเพื่อนต่างชาติมาเที่ยวหรือจะหาโอกาสมาทานอาหารกับที่บ้านก็ดี
 
394/35 ถนนมหาราช เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-21:00 น. โทร. 02-622-2291
 
เราได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ Food Route มาหนาหู จนอดใจไม่ได้ที่จะไปเยือนร้านนี้ด้วยตัวเอง อาหารของที่นี่มีให้เลือกวันละไม่เกิน 10 เมนู โดยคุณยุ้ยเจ้าของร้านจะออกไปจ่ายตลาดทุกเช้าเพื่อเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดด้วยตนเอง ทั้งยังใช้เนื้อปูส่งตรงจากชาวประมงแดนใต้ กุ้งและปลาสดๆ รวมถึงแซลมอนจากนอร์เวย์ ที่สำคัญคือไม่ใส่ผงชูรสหรือสารปรุงแต่งใดๆ
 
 
เราชอบเมนูข้าวผัดแจ่วรสชาติเปรี้ยวนิดๆ กับแซลม่อนย่างชิ้นโต (120 บาท) สั่งชาคอมบูฉะมาจิบพลางๆ แล้วตบท้ายด้วยของหวานอย่างเค้กโฮมเมดก็อิ่มแปล้ บอกก่อนว่าเมนูจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวัตถุดิบ ให้อารมณ์เหมือน Chef’s Table ในราคาที่น่ารักสุดๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ต่างก็พากันบอกว่าดีงาม!

 
392/10 ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ถนนมหาราช เวลาทำการ อังคาร-เสาร์ 10:00-17:00 น. โทร. 02-622-1921

#cafehopping แบบมีคาแร็คเตอร์
 
คุณกุล คุณจิ๊กกี๋ และคุณเบส 3 หุ้นส่วนผู้มีความชอบสีฟ้าเหมือนกันได้ตกลงปลงใจเลือกเจ้าวาฬมาเป็นสัญลักษณ์ของ Blue Whale คาเฟ่สุดชิลที่ทุกอย่างเป็นสีฟ้า ตั้งแต่พื้น ผนัง พร้อมโต๊ะเก้าอี้แบบวินเทจ ตกแต่งด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศสดชื่นทั้ง 3 ชั้น
 
 
ลองสั่ง Butterfly Pea Latte (ร้อน 90 บาท เย็น 120 บาท) นมอัญชันสีฟ้าหวานละมุนลิ้นมาจิบกันได้ สำหรับอาหารเน้นที่เมนูทานง่าย อาทิ ข้าวโพดหวานชุบแป้งทอด (170 บาท) เสิร์ฟพร้อมสลัด ซาวด์ครีม และซอสรสเผ็ดหวาน ถ้ายังไม่อิ่มก็สั่งข้าวแซลมอนชิ้นโตราดซอสเทริยากิ (220 บาท) มาด้วยก็ได้ ส่วนของหวานเราชอบโทสต์ Charcoal ปาดหน้าด้วยมาสคาโปเน่ชีสผสมกาแฟ ราดซอสคาราเมล เสิร์ฟพร้อมบลูเบอรี่ (150 บาท) ได้รสชาติกาแฟแบบเต็มปากเต็มคำเลยแหละ
 
392/37 ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ถนนมหาราช เวลาทำการ ทุกวัน (ปิดวันพฤหัส) 10:00-20:00 น. โทร. 081-641-4514
 
เราเชื่อว่า “มะม่วง” คงเป็นผลไม้สุดโปรดของหลายๆ คน โดยเฉพาะมะม่วงสุกเนื้อหวานนุ่มถึงใจที่กินกับอะไรก็อร่อย! เราขอแนะนำ Make Me Mango คาเฟ่สีเหลืองสดใสที่เน้นเมนูมะม่วง ถึงภายในร้านห้องแถวนั้นอาจจะไซส์เล็กหน่อย แต่ก็มีสเปซเก๋ๆ ให้เลือกได้ว่าอยากนั่งมุมไหนถึง 3 ชั้น

 
 
เมนูของหวานได้แก่ Make Me Mango (185 บาท) ชุดข้าวเหนียวมะม่วง เสิร์ฟกับไอศครีมมะม่วง สังขยา และพุดดิ้งมะม่วง ในวันที่อากาศร้อนๆ จะเลือกชุดซันเดย์มะม่วงหรือทุเรียน (165 บาท/185 บาท) บิงซู (175 บาท) ก็เหมาะเจาะ หรือจะอาหารคาวง่ายๆ อย่างผัดไทย (135 บาท) หรือข้าวเหนียวหมูย่างส้มตำ (135 บาท) ก็อิ่มท้องดีเหมือนกัน
 
67 ถนนมหาราช โทร. 02-622-0899 เวลาทำการ ทุกวัน 10:30-20:00 น.
 
ถ้าใครเคยไปเดินเล่มที่มิวเซียมสยามหรือแอบไป staycation ที่โรงแรมหรรษาคงเคยเห็นร้านกาแฟ Elefin Coffee กันมาบ้างแล้ว แต่สาขาวัดโพธิ์นี้ถือว่าเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของกาแฟไทยจากดอยช้าง และได้ร่วมมือกับ Lighthouse Roastery จากเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพ
 
 
กาแฟสุดคลาสสิคอย่างเอสเปรสโซ อเมริกาโน ลาเต้ มอคคานั้นราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท ส่วน Cold Brew หรือกาแฟที่ชงด้วยน้ำเย็นนั้นอยู่ที่ขวดละ 100 บาท ทั้งยังมีชุดอาหารเช้า อาหารจานเดียวแบบไทยๆ อาทิ สะเต๊ะ ผัดไทย หรือส้มตำให้เลือกได้ตามใจชอบ ถ้าแวะไปช่วงหน้าร้อนจะมีข้าวเหนียวมะม่วงเสิร์ฟด้วยนะ

 
394/1-2 ถนนมหาราช เวลาทำการ ทุกวัน 08:00-20:00 น. โทร. 02-622-1115

ช้อปปิ้งสินค้าดีไซเนอร์ไทยมีสไตล์
 
Horselegmaking สนีกเกอร์สัญชาติไทยที่ผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมไทยผ่านลวดลายสีสันสดใส ด้วยฝีมือของคุณฝ้าย ชาลิสา พรมุตตาวรงค์ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศบ้านเกิดนั่นเอง
 
 
โดยคอลเลคชันแรกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “รถอีแต๋น” ของเกษตรกรทางภาคอีสาน มี 3 ลายให้เลือกได้แก่ เหยี่ยว เพชร และผีเสื้อกับดอกไม้ ตัวรองเท้าทำมาจากผ้าฝ้าย 100% ใช้ยางพาราเป็นพื้นรองเท้าสุดทนทาน และมีกิมมิคเก๋ๆ คือด้านหลังแต่ละข้างจะแตกต่างกัน ตอนนี้มีทั้งผ้าใบข้อต่ำและสูง (ราคาเริ่มต้น 3,290 บาท) ไปเลือกไปลองกันได้ที่หน้าร้านเลย
 
320 ถนนมหาราช เวลาทำการ ทุกวัน 09:30-19:00 น.
 
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจวงการดีไซน์ เราว่าน่าจะคุ้นหูแบรนด์ Goodjob กันอยู่บ้าง แบรนด์เครื่องเขียน กระเป๋า และของใช้ดีไซเนอร์ของคุณสุจินต์ โอสถารยกุล มีรางวัลการันตีความคิดสร้างสรรค์และประโยชน์ใช้สอยมากมาย อาทิ Good Design Award (Dmark), Design Excellent Award (DEmark) และ Prime Minister Export Award

 
 
ตัวสินค้าก็มีตั้งแต่ สมุดบันทึก สมุดสเก็ตช์ภาพ เคสโทรศัพท์ ซองใส่นามบัตร อัลบัมใส่รูปถ่าย กระเป๋าแล็ปท็อป กระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าถือ ไปจนถึงกระเป๋าสะพายหลัง เราว่าจุดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ตรงวัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนัง รวมกับสีสันที่มีให้เลือกมากมาย และดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร แวะไปช้อปแล้วจะนั่งจิบกาแฟที่บาร์ต่อก็ยังได้นะ
 
274 ถนนมหาราช เวลาทำการ ทุกวัน 08:30-19:00 น.

แวะเสพย์ศิลป์ที่แกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์
 
 
ถ้าไม่สังเกตุดีๆ จะไม่รู้เลยว่าแถวนี้มีแกลเลอรี่จริงๆ จังๆ อย่าง ท่าเตียนแกลเลอรี่ ของกลุ่มศิลปิน Art8tra อยู่บนชั้น 2 ของร้านขายของที่ระลึกในชื่อเดียวกัน โดยนำเสนอผลงานศิลปะฝีมือชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานจิตรกรรม ภาพวาด และภาพเขียน สำหรับตอนนี้ได้จัดแสดงพระบรมสาทิศลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใครสนใจก็สามารถแวะไปดูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นะ
 
 
310 ถนนมหาราช เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 10:00-18:00 น. โทร. 096-245-6292

 
มิวเซียมสยาม คือพิพิธภัณฑ์แสนสนุกเน้นการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีทันสมัย มีเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศของเรา เพื่อนบ้านใกล้เคียง และโลกที่เราอาศัยอยู่ให้ศึกษากัน แต่ตอนนี้นิทรรศการถาวรอย่างเรียงความประเทศไทยกำลังปิดปรับปรุง แต่ก็ยังสามารถเดินชมห้องอื่นๆ ได้ทั่วอาคาร รวมทั้งนิทรรศการหมุนเวียน อาทิ พม่าระยะประชิด ที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่นาน
 
 
ที่นี่ยังเป็นที่จัดงานสนุกๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ตลาดนัดสุดฮิปและเทศกาลดนตรีอย่าง Noise Market ไปจนถึง Bangkok Edge ด้วยนะ
 
4 ถนนสนามไชย โทร. 02-225-2777

เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่เลื่องชื่อ
วัดโพธิ์
 
วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำพระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลป์และศาสตร์ต่างๆ มาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมภายนอกและภายในพระวิหาร พระอุโบสถ ประติมากรรมตุ๊กตาจีน และตำนานยักษ์วัดโพธิ์ รวมถึงการนวดแผนโบราณที่เลื่องชื่อทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติอีกด้วย

 
2 ถนนสนามไชย เปิดให้เข้าชมทุกวัน

วัดพระแก้ว
 
วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นั้นก็ถูกสร้างขึ้นให้เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังเมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 เช่นกัน ด้านในมีพระอุโบสถที่สวยสดงดงามซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) รวมถึงวัตถุประดับตกแต่งบริเวณกลุ่มฐานไพที อาทิ  รูปปั้นสัตว์หิมพานต์ บุษบกพระราชลัญจกร นครวัดจำลอง พระสุวรรณเจดีย์ และ พนมหมาก ในทุกวันนี้วัดพระแก้วก็ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและเชิดหน้าชูตาให้กับประเทศไทยของเรานั่นเอง
 
ถนนหน้าพระลาน เปิดให้เข้าชมทุกวัน

วังจักรพงษ์

(ภาพจาก Chakrabongse Villas)
 
เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งคราวสำหรับ วังจักรพงษ์ หรือ วังท่าเตียน นั้นมีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สไตล์อิตาเลียนวิลล่า โดยได้โปรเฟสเซอร์ เอ็ดเวิร์ด ฮีลี ผู้ออกแบบสถานทูตอังกฤษที่ถนนวิทยุมาเป็นสถาปนิกดำเนินงาน ในอดีตนั้นเคยเป็นตำหนักส่วนพระองค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ต่อมาตกเป็นของทายาทคือ หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ ล่าสุดที่เปิดให้เข้าชมวังก็เมื่อเทศกาลบางกอกแหวกแนว (Bangkokedge Festival) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั่นเอง
 

(ภาพจาก thaivillas.com)
 
ในปัจจุบันนี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งของวังได้กลายเป็นที่ตั้งของ จักรพงษ์วิลล่า ที่มีห้องพักกลิ่นอายวินเทจ รวมถึงห้องอาหารริมน้ำที่เสิร์ฟอาหารชาววังแท้ๆ แต่ถ้าอยากไปพักก็ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มี walk-in ตอนนี้มีโปรโมชันลดราคาเฉพาะคนไทย ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

 
396/1 ถนนมหาราช โทร. 02-222-1290 (เปิดให้เข้าพักในส่วนของจักรพงษ์วิลล่า)

เอนกายนอนพักผ่อนที่โฮสเทลสุดเก๋

(ภาพจาก Arom D)
 
มาพักผ่อนกายกันให้อารมณ์ดีที่ Arom D Hostel โฮสเทลที่มีดีด้วยโลเคชันตรงข้ามวัดโพธิ์และติดถนนใหญ่พอดี๊พอดี ที่นี่มีทั้งห้องพักรวมและหญิงล้วน (800 บาท/คืน ห้องน้ำรวม) ห้องเตียงแฝดและห้องเตียงคู่ (เริ่มต้น 1,200 บาท/คืน) โดยมีอาหารเช้าบริการให้กับแขกทุกคนด้วยนะ จะแวะมา staycation ก็ไม่ผิด
 
336 ถนนมหาราช โทร. 02-622-1055

(ภาพจาก Inn A Day)
 
Inn A Day เด็ดตรงวิวริมน้ำที่เห็นวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยแบ่งห้องพักออกเป็น 3 แบบตามเวลา ได้แก่ Dawn รุ่งอรุณใช้สีฟ้า Day กลางวันใช้สีเหลือง และ Dusk พลบค่ำใช้สีส้ม แต่ละห้องก็จะตกแต่งแตกต่างกันออกไปตามประวัติและเรื่องราวแห่งย่านท่าเตียน มีห้องเตียงแฝด (3,200 บาท) ห้องเตียงคู่ (เริ่มต้น 3,500 บาท/คืน) และห้องครอบครัว (เริ่มต้น 7,000 บาท/คืน)
 
57-61 ถนนมหาราช โทร. 02-221-0577

(ภาพจาก elefincoffee.com)
 
นอกจากจะเป็นร้านกาแฟตามที่เราเล่าให้ฟังด้านบนแล้ว Elefin ยังเป็น Bed & Breakfast ขนาดกระทัดรัดแสนอบอุ่น โดยมีวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวังห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว การตกแต่งแบบเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความเป็นไทยในห้องก็ทำให้น่านอนพักผ่อนไม่ใช่เล่น มีห้องพัก 2 แบบคือห้องเตียงเดี่ยว (เริ่มต้น 1,000 บาท) และห้องเตียงแฝด (เริ่มต้น 1,200 บาท) รวมอาหารเช้าจาก Elefin Coffee แล้วด้วยนะ

 
394/1-2 ถนนมหาราช โทร. 02-622-1115

(ภาพจาก The Royal ThaTien Village)
 
สถานที่สุดท้ายที่เรานำมาฝากกันคือโรงแรมเล็กๆ อย่าง The Royal ThaTien Village ซึ่งส่วนของคาเฟ่จะเสิร์ฟกาแฟ อาหารเช้าแบบตะวันตก และอาหารไทยจานเดียว อาทิ แกงเขียวหวาน ผัดไท และข้าวผัดกระเพราะ ส่วนห้องพักทั้งเตียงคู่และเตียงแฝด (1,200 บาท) ก็สามารถมองเห็นวิววัดโพธิ์ได้เช่นกันนะ
 
392/29 ถนนมหาราช โทร. 095-151-5545