Oct 16 2017

city living

รวม 7 รถเล็กฟังก์ชั่นเจ๋งที่เหมาะกับขับในเมือง

ตั้งแต่รถพลังงานไฟฟ้าไปจนถึงอีโคคาร์

ว่าด้วยเมืองรถติดมหากาฬอย่างกรุงเทพ ฯ ที่ถ้าวันไหนออกสายหรือฝนตก เงินเดือนออกคอนเสิร์ตเข้า ก็ต้องทำใจอยู่บนถนนกันยาว ๆ เพราะได้จอดมากกว่าได้ขับ แถมซดน้ำมันทั้งที่ขับไปแค่ไม่กี่กิโล ถึงหลายค่ายจะแข่งกันผลิตรถออกมาให้เราเลือก แต่ก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่ารถแบบไหนที่น่านำมาใช้ในเมือง วันนี้ก็เลยมีรถเล็กหน้าตาดีที่มาพร้อมฟังก์ชั่นเจ๋ง ๆ ที่คิดเผื่ออนาคต เป็นมิตรทั้งกับกระเป๋าตังค์และสิ่งแวดล้อม

 

1. Nissan Leaf (2018)

 
 
เริ่มกันที่รถขับเคลื่อนอัจฉริยะ อย่าง Nissan LEAF ที่เป็น Nissan Intelligent Mobility โมเดลหลักของแนวคิดเพื่ออนาคต ตัว Nissan LEAF เคยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2011 และกำลังจะกลับมาอีกครั้งในปี 2018 โดยพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นแบบเต็มขั้น ความเจ๋งของมันคือการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ชาร์จ 16 ชม. ขับได้ไกลถึง 400 กม. และมีนวัตกรรม e-Pedal ระบบแป้นเหยียบที่พอเราปล่อยคันเร่งแล้วจะกลายเป็นการเบรกให้ทันที และอีกจุดเด่นของรุ่นนี้คือนวัตกรรม ProPILOT (ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ) ที่เข้ามาช่วยเรื่องการควบคุมพวงมาลัย เบรก และการเปลี่ยนเกียร์ให้เป็นเรื่องง่าย 
 
ราคาจำหน่ายเป็นเงินไทยประมาณ 959,000 บาท  
 

2. Tesla Model S (2017)

 
 
ณ เวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก Tesla Motors ของ Elon Musk ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันอันดับ 1 ของโลก กับ Tesla Model S รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า กับดีไซน์ดูดีแบบกินขาด แถมมีเรื่องความแรงของรถและเทคโนโลยีล้ำ ๆ เป็นจุดแข็ง ความเจ๋งของรุ่นนี้คือเราสามารถขับได้ไกลสุดถึง 500 - 800 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และมีฟังก์ชั่นล้ำอย่าง Autopilot ให้เราควบคุมรถยนต์ด้วยสมาร์ทโฟน และผู้ใช้ยังสามารถใช้โปรแกรมชาร์จไฟฟรีจากทาง Tesla ได้อีกด้วย ส่วนราคาก็แรงกว่าค่ายญี่ปุ่นเยอะอยู่
 
จำหน่ายเป็นเงินไทยประมาณ  2.68 ล้านบาท
 

3. Kia Soul EV (2017)

 
 
หลายคนน่าจะเคยเห็น KIA SOUL โลดแล่นอยู่ตามท้องถนนในกรุงเทพ ฯ กันมาบ้าง สำหรับ KIA SOUL มันคือรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติเกาหลีใต้จากค่าย KIA Motors นอกจากจะมีดีที่หน้าตาแล้วยังใช้งานง่าย และรุ่นใหม่อย่าง KIA Soul EV ยังถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฝากระโปรง กระจังหน้าที่ซ่อนปลั๊กชาร์จในตัว ไปจนถึงไฟท้าย LED จุดเด่นของมันคือความกะทัดรัด สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 180 กม. ต่อการชาร์จเต็มเพียงครั้งเดียว และรุ่นนี้มาพร้อมระบบเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ช่วยเตือนภัยให้แก่คนเดินทางเท้าและบนท้องถนน 

 
ราคาจำหน่ายเป็นเงินไทยประมาณ 1.3 ล้านบาท 
 

4. Suzuki Lapin F Limited (2017)

 
 
รถเล็กน่ารักตระกูล Lapin จากค่าย Suzuki ผลิตออกมาเอาใจสาว ๆ โดยเฉพาะ ด้วยลุคใหม่ที่ดูสดใสทันสมัยขึ้น จุดเด่นหลักคือดีไซน์แบบวินเทจทั้งภายในและภายนอก ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบกลม กระจังหน้าโครเมียมพร้อมโลโก้รูปกระต่าย (Lapin ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่ากระต่าย) คอนโซลหน้าลายไม้ เบาะนั่งสีน้ำตาลตัดกับห้องโดยสารสีขาว พร้อมเทคโนโลยีดี ๆ อย่างระบบ ene-charge ที่สามารถปั่นกระแสไฟฟ้าจากการชะลอความเร็วของรถ แล้วนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่สำหรับป้อนให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในรถได้ อัตราสิ้นเปลืองก็ต่ำเพียงแค่ 35.6 กม./ลิตร (สำหรับรุ่น 2WD) พวงมาลัย multi-function และรองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto ด้วย
 
ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 433,000 บาท สำหรับ 2WD CVT และ  464,000 บาท สำหรับ 4WD CVT 
 

5. Mazda 2 (2017)

 
 
มาถึงรถซีดานและแฮตช์แบ็กที่มีวางจำหน่ายจริงในประเทศเรากันบ้าง สำหรับรถเล็กสเป็คแรงอย่าง Mazda 2 มาพร้อมจุดแข็งที่โดดเด่นจากค่ายอื่นกับเทคโนโลยี SKYACTIV ของทาง Mazda ทำให้เป็นรถที่มีสมรรถนะและเครื่องยนต์กำลังแรง แต่ยังคงประหยัดน้ำมัน ซึ่งประหยัดได้มากถึง 26.3 กม./ลิตร ความเจ๋งอีกอย่างของคันนี้คือเป็นเครื่องดีเซลแต่มีแรงบิดเทียบเท่ารถเบนซิน 2.5 และยังเป็นรถที่ปล่อยคาร์บอนออกไซด์เพียง 100 กรัม/กม. เท่านั้น
 
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 530,000 บาท
 

6. Nissan Note (2017)

 
 
มาสายรถแฮตช์แบ็กรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไม่นานอย่าง Nissan Note รถเล็กคล่องตัว คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่จาก Nissan กับห้องโดยสารที่กว้างขวางถือเป็นจุดเด่นของรถค่ายนี้ แถมเบาะหลังยังปรับได้หลายรูปแบบ ทำให้เป็นรถอีโคคาร์ที่นั่งสบาย เพิ่มเติมระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) และส่งสัญญาณเตือนคนขับถ้ามีความเสี่ยงใกล้ชน โดยรถจะชะลอความเร็วหรือหยุดรถด้วยระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุให้น้อยลงได้ด้วย จัดเป็นอีกหนึ่งรถเล็กที่ติดตั้งฟังก์ชั่นประเภทนี้มาให้

 
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 568,000 บาท
 

7. Yaris Ativ

 
อีโคคาร์ตัวล่าสุดจากค่าย Toyota ที่ออกมาจำหน่ายจริงในไทย กับ Yaris ATIV รถซีดานที่มีจุดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ไปจนถึงตัวระบบ ภายนอกดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวกว่า Yaris ที่เป็นแฮตช์แบก มีให้เลือกถึง 7 สีสำหรับรุ่นใหม่  ด้านในห้องโดยสารตกแต่งให้ดูล้ำ โดยมีให้เลือก 2 สีคือสีดำและสีเบจ ทั้งเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศเป็นอัตโนมัติ ออกแบบเบาะนั่งมาให้ขับได้สบาย รองรับน้ำมัน E20 และประหยัดพลังงานแบบอีโคคาร์ จุดเด่นอีกอย่างของ Yaris Ativ คือ ด้านความปลอดภัยและความเงียบภายในห้องโดยสารนั้นออกแบบมาเทียบเท่าซีดานรุ่นใหญ่ แถมยังติดตั้ง Airbags ไว้ให้ถึง 7 จุดเลยด้วย
 
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 469,000 บาท
 

Soimilk Say:  แม้รถที่เราหยิบมาแนะนำนั้นจะเหมาะกับกรุงเทพ ฯ แต่ด้วยความหลากหลายของเมืองที่บางส่วนก็ถนนกว้าง บางส่วนก็ถนนแคบ ถนนบางเส้นก็เรียบดี แต่บางเส้นก็ขรุขระยิ่งกว่าทางเข้าเขาใหญ่ การเลือกรถที่เหมาะจึงต้องแรนดอมสุด ๆ กับเส้นทางการใช้งานในละแวกบ้านของแต่ละคน ลองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวก่อนเลือกรถสักคันมาเป็นบัดดี้คู่ใจก็ดี เขาจะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ