Sep 11 2017

city living

6 ครีเอทีฟสเปซในกรุงเทพฯ ที่ควรไปเช็คอินหาแรงบันดาลใจ

ล่าแต้ม

Open House

 
Open House นิยามตัวเองว่าเป็น Co-Living Space สำหรับชาวครีเอทีฟทุกเพศทุกวัย พื้นที่แห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของกลุ่มสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Klein Dytham architecture (KDa) ผู้อยู่เบื้องหลังออฟฟิศสุดเจ๋งของ YouTube และ Google ในโตเกียว
 
 
ใน Open House นี้เราจะได้เห็นลูกเล่นโดดเด่นที่ไล่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน แถมกระจกรายรอบยังสามารถชมวิวกรุงเทพได้แบบ 180 องศา เราชอบโซนร้านหนังสือศิลปะที่ได้คุณเชน สุวิกะปกรณ์กุล เจ้าของร้าน Hardcover มาดูแลและเลือกสรรหนังสือเองกับมือ นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรี่ขนาดย่อมสำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะ และมุมร้านค้าขายของดีไซน์แจ่มๆ อีกด้วยนะ
 
 
ชั้น 6 Central Embassy เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 02-119-7777 BTS เพลินจิต
 
พื้นที่กว่า 8,700 ตารางเมตรของ Thailand Creative & Design Center (TCDC) แห่งใหม่ได้รับการออกแบบโดย Department of Architecture ทีมออกแบบสุดเจ๋งที่ฝากผลงานไว้กับ The Commons ทองหล่อ โดยผู้ออกแบบยังคงความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบ Art Deco ของอาคารไปรษณีย์กลางไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการประยุกต์พื้นที่ทั้ง 5 ชั้นให้เหมาะกับการใช้งานอย่างเต็มที่
 
 
โซนที่เดินเพลินที่สุดคือ Material & Design Innovation Center บนชั้น 2 ที่รวบรวมตัวอย่างวัสดุต่างๆ ในงานออกแบบมาให้เราจับต้องก่อนตัดสินใจใช้งานจริง ตั้งแต่วัสดุจากธรรมชาติอย่างใยมะพร้าวไปจนถึงวัสดุสังเคราะห์อย่างใยโพลีเอสเตอร์ ถ้าอยากค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถตรงไปยังชั้น 4 ที่เป็นโซน Resource Center มีหนังสือดีไซน์หลายพันเล่มให้เลือกอ่านได้ตามใจชอบ
 
 
1160 อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ถ.เจริญกรุง เวลาทำการ ทุกวัน 10:30-21:00 น. โทร. 02-105-7400 BTS สะพานตากสิน
 
จากภาพร่างและพิมพ์เขียวที่ดูล้ำจินตนาการจนหลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสเปซแห่งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือ วันนี้คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนาและทีมงานรุ่นแรกได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ช่างชุ่ย เกิดขึ้นจริงๆ จากความร่วมมือของคนหลากหลานสายงานที่เชื่อในแนวคิดเดียวกันที่ว่า Nothing is useless.
 
 
ช่างชุ่ยเต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ ซึ่งแบ่งออกไปตามโซนพื้นที่ อาทิ โซนแดกดิ้นที่รวมร้านอาหารอร่อย โซนชุ่ยเจริญขายโปรดักต์ดีไซน์ โซนช่างเชื่อมสำหรับโชว์การแสดงของศิลปินและคนรักเสียงเพลง หรือจะเป็นโซนหย่อนญานที่ร้านหนังสือ Booksmith จากเชียงใหม่ตกลงแชร์พื้นที่ร่วมกับร้านเครื่องเขียนละมุนและร้านกาแฟ One Ounce for Onion ให้ชาวช่างชุ่ยไปนั่งพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ตลอดจนโรงชาสุดงดงามจากหัวหิน Thé Tea House ที่มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ ที่นี่ด้วยเช่นกัน

 
 
460/8 ถ.สิรินธร เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-23:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 081-817-2888

Warehouse 30

 
จากความคิดของคุณดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกเจ้าของ The Jam Factory ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทำงานร่วมกับคุณรังสิมา กสิกรานันท์ อดีตบรรณาธิการ Elle Decor พื้นที่สร้างสรรค์ขนาด 4,000 ตารางเมตรก็เป็นรูปเป็นร่างพร้อมฟีเจอร์ข้างในที่มีทั้งแหล่งพบปะ แหล่งแฮงค์เอ้าท์ แหล่งกิน บาร์ ดูหนังไปจนถึงที่ช้อปปิ้ง ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ในสเปซโกดังที่ถูกตั้งชื่อว่า Warehouse 30
 
 
เริ่มตั้งแต่ Someday Everyday ที่ยกครัวจาก The Never Ending Summer มาไว้ที่นี่ ซึ่งจะมีอาหารไทยสลับมาขายช่วงกลางวันของทุกวัน ตามมาด้วย One Big House พื้นที่ยืดหยุ่นที่ไว้สำหรับจัดแสดง จัดทอล์ก คอนเสิร์ต หรือเสวนาอะไรก็ได้ ถัดมาก็จะเป็นโรงงานเวิร์กช็อปของ P.Tendercool เฟอร์นิเจอร์ทำมือที่มีแกลเลอรีอยู่ตึกฝั่งตรงข้ามด้วย โกดังต่อมาคือร้านแฟชั่นคัตติ้งเนี๊ยบ Lonely Two Legged Creatures และถัดมาเห็นจะเห็นโกดังโปรดของหลายคน เพราะเป็นโกดังที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น The Fox and the Moon ร้านขายซุปของร้าน Moon Taste และมีเพื่อนบ้านเป็นร้านกาแฟอย่าง A Coffee Roaster by LI-BRA-RY ที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็น roaster ไปในตัวด้วย
 
 
เจริญกรุง 30 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-22:00 น.

Yelo House

 
Yelo House มีความเป็นมาไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะเดิมเป็นโรงพิมพ์เก่าที่ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบในซอยเกษมสันต์ 1 ข้างหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC) ตรงข้าม MBK แต่หลังจากเลิกกิจการก็ปิดตัวร้างไปนานหลายปี จนกระทั่งกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ นำโดยคุณ Hans Werner Muller ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ บริษัท HWM คุณสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Chamni's Eye คุณธนัตถ์ สิงหสุวิช ช่างภาพมืออาชีพ และคุณศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ สถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท Atelier Of Architects มาเจอพื้นที่ตรงนี้ ทั้งสี่คนจึงตัดสินใจชุบชีวิตให้กับโกดังนี้อีกครั้ง
 
 
คนทำงานสร้างสรรค์ที่มาร่วมอุดมการณ์ด้วยกันก็มีมากมายตั้งแต่ Illustrator คนทำ CG เหล่า Animator ผู้กำกับหนัง เมคอัพอาร์ติส สไตลิสต์ ที่ยกขบวนกันมาตั้งแต่แฟชั่นสไตลิสต์ไปจนถึงฟู้ดสไตลิสต์ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์จากฝั่งนักเขียน ช่างภาพ ไปจนถึง Sound designer และคนทำ Visualizer ด้วย ตอนนี้มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการศิลปะ POD ART ตลาดนัดดีไซน์ Stylist Market ตลอดจนเวิร์กช็อปและเสวนาต่างๆ ติดตามอัพเดตได้ที่แฟนเพจนะ
 
 
 
20/2 ซ.เกษมสันต์ 1 ถ.พระราม 1 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-20:00 น. (ปิดวันจันทร์) BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Woofpack Bangkok

 
Woofpack Bangkok เป็นอีกตัวอย่างที่ดีมากๆ ของการจัดสรรค์พื้นที่ใช้สอยในอาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดในหลากหลายด้าน ตัดสินจากด้านนอกแล้วอาคาร Mix-Used Space แห่งนี้อาจจะดูเรียบง่าย แต่ด้านในเต็มไปด้วยสเปซหลายแบบที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ถือว่าอธิบายคำกล่าวที่ว่า Don't judge a book by its cover หรือ อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก ได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน
 
 
เริ่มจากด้านหน้าตึกที่เป็นที่ตั้งของร้านไอศกรีมโฮมเมด Guss Damn Good เดินขึ้นไปชั้น 2 จะเจอกับ B Store ร้านแฟชันมัลติแบรนด์ของสุภาพบุรุษและคาเฟ่เสิร์ฟกาแฟจาก Roots ไต่ขึ้นไปอีกชั้นจะเป็น SPACE พื้นที่สำหรับกิจกรรรมสร้างสรรค์และแกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะที่มีศิลปินเด็ดๆ หมุนเวียนมาแสดงงานกันเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายดาร์กดิบของช่างภาพชื่อดัง จอร์จ-ธาดา วาริช ไป และเหนือขึ้นไปอีกคือ Bangkok Screening Room โรงหนังอิสระแห่งแรกในกรุงเทพฯ ส่วนดาดฟ้าจะเปิดเป็นรูฟท็อปบาร์เร็วๆ นี้

 
 
1/3-9 ศาลาแดง 1 เวลาทำการ ทุกวัน 7:00-00:00 น. โทร. 089-826-2299 BTS ศาลาแดง / MRT ลุมพินี/สีลม