Aug 08 2017

city living

Bangkok Publishing Residence จากโรงพิมพ์เก่าสู่โรงแรมสวย

อีกหนึ่งความเก๋ย่านหลานหลวง

ถ้าใครขับรถผ่านไปถนนหลานหลวงในช่วงนี้แล้วพบว่าเหมือนทะลุมิติไปอยู่ปารีสยุคศตวรรษที่ 19th ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนอกจากจะมีร้าน Eden's คาเฟ่ลับของคุณเด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ ที่มาแต่งแต้มบรรยากาศแบบยุโรปให้กับถนนเก่านี้แล้ว ล่าสุดยังมี Bangkok Publishing Residence โรงแรมที่มาพร้อมกับกิมมิคเท่ๆ ด้วยการนำตึกโรงพิมพ์เก่าของนิตยสารบางกอกที่อายุอานามรุ่นคุณตา มาเนรมิตให้กลายมาเป็นโรงแรมสุดหรูที่เพิ่มกลิ่นอายยุโรปแบบวินเทจให้ย่านนี้ไปเต็มๆ
 

โรงพิมพ์ในตำนานแห่งย่านหลานหลวง

 
ใครที่เพิ่งขับรถผ่านไปเส้นนั้นอาจงงๆ นิดหน่อย ว่าอยู่ดีๆ จะมีโรงแรมหน้าตาเก่าแต่ดูดีสมเป็นตึกยุคโมเดิร์นโผล่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ความจริงแล้วตึกเก่าเหล่านี้ไม่ใช่อยู่ๆ จะโผล่ขึ้นมาบนถนนหลานหลวงซะเมื่อไหร่ เพราะอาคารที่เห็นนี้มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงปีพ.ศ. 2502 เลยทีเดียว
 
 
ซึ่งถ้าย้อนกลับไปมากกว่านั้นคือโฉนดที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินพระราชทานจากร.5 จนเปลี่ยนมาเป็นตึกแห่งแรกของโรงพิมพ์นิตยสารบางกอกยุคบุกเบิก แวดล้อมด้วยตึกเก่าตลอดถนนทั้งเส้น แต่ด้วยความที่บางตึกหายไปจากสายตาด้วยความเก่าแก่ของตัวมันเองหรือเกิดจากการเปลี่ยนมือบ้าง หรือบางตึกก็ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้ย่านหลานหลวงอาจไม่อยู่ในสายตาเรามากนัก
 
แต่เรื่องดีๆ ก็ยังเกิดขึ้นกับตึกเก่า 4 ชั้นในย่านนี้ เมื่อคุณอุ้ม-ปณิดา ทศไนยธาดา ทายาทเจนเนอร์เรชั่นใหม่ของโรงพิมพ์นิตยสารบางกอก ได้มาชุบชีวิตตึกเก่ากินเนื้อที่รวม 7 คูหา ให้กลายมาเป็นโรงแรมสุดหรู จำนวน 8 ห้อง แบ่งเป็นห้อง 3 แบบ คือห้อง Master, Junoir Master และ Junior Twin

บ้านหลังสุดท้ายของนิตยสารบางกอก

 
เมื่อตึกนี้เป็นตึกโรงพิมพ์เก่าแห่งแรกที่คุณตาของพี่อุ้มสร้างมาเองกับมือ ที่นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและที่พักสุดท้ายของนิตยสารบางกอก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยฮิตมากๆ (สมัยปู่ย่าตายาย) กับการตีพิมพ์นวนิยายสายบู๊ที่ติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง แต่สุดท้ายก็ปิดตัวอำลาแผงเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
 
 
 
ความดีงามคือที่นี่ยังคงเก็บรักษาอุปกรณ์เกือบทุกอย่างที่หลงเหลือมาจากโรงพิมพ์เอาไว้ประดับตกแต่งโรงแรม ตั้งแต่แท่นพิมพ์ ต้นฉบับ เครื่องพิมพ์ดีด โปสเตอร์ ไปจนถึงม้วนกระดาษเก่าที่ยังไม่ใช้มารวบรวมไว้ที่นี่ และมีมากเกินพอจนทำให้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

 
บวกกับของสะสมโบราณจากความชอบส่วนตัวของพี่อุ้ม อย่างเปียโน ตู้เกม และชุดเฟอร์นิเจอร์ เลยทำให้โรงแรมแห่งนี้คือบ้านหลังสุดท้ายของบรรดาไอเท็มวินเทจเหล่านี้อย่างแท้จริง 
 

ดีไซน์เก็บทุกรายละเอียด

 
นอกจากพี่อุ้มแล้ว เราขอยกความดีความชอบให้กับดีไซน์เนอร์ที่ร่วมออกแบบใส่ใจทุกรายละเอียด นั่นคือคุณพงศกร กิจขจรพงษ์ คุณบัญญัติ ลิ้มตระกูล และคุณโสรยา สุวัณณะสังข์ ทั้งสามคนร่วมประกอบร่างทุกสิ่งอย่างให้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
เอาง่ายๆ คือไม่มีมุมไหนที่เห็นแล้วไม่ร้องว้าว
 
 
ด้วยความที่โรงแรมนี้มีแค่ 8 ห้อง ความเป็นส่วนตัวเลยพุ่งพรวดขึ้นมาเป็นเรื่องอันดับหนึ่ง ถ้าเป็นวันปกติเราจะไม่สามารถเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปด้านในเหมือนโรงแรมทั่วไปเลยนะ เพราะจะเก็บพื้นที่ไว้ให้กับแขกภายในโรงแรมเท่านั้น

 
 
รวมไปถึงทุกสรรพสิ่งและทุกดีเทลแห่งความแอนทีค รัสทีค คลาสสิค แม้กระทั่งงานคราฟต์อย่างแผนที่สำหรับลูกค้าโรงแรมก็ยังทำเองกับมือทุกแผ่น ทุกอย่างที่พี่อุ้มชอบถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่ แน่นอนว่ามันคือความดีงามที่สายวินเทจอย่างเราอยากมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทุกวัน
 
Junior Master
 
Junior Twin

 
ซึ่งถ้าใครอยากเข้าพักที่นี่ เราขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าไว้เลยตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอยู่ในช่วง soft opening และราคายังไม่แรงมาก โดยมีราคาสำหรับช่วงโปรโมชั่นห้อง Master คืนละ 3,500 บาท Junoir Master คืนละ 2,400 บาท และ Junior Twin คืนละ 2,400 บาท  
 
มากไปกว่านั้น ที่นี่ยังจัดอีเว้นท์อยู่บ่อยๆ ที่ผ่านมาก็มีศิลปินอย่าง Rasmee Isan Soul กับ เอ้ The Voice มาจัดงานแสดงดนตรีเล็กๆ แบบไลฟ์แจ๊สที่นี่ด้วยนะ ยังไงก็ติดตามอัพเดทอีเว้นท์จากทางแฟนเพจดูได้เลย
 
Bangkok Publishing Residence 37/1 ถ.หลานหลวง โทร. 02-282-0288 www.bpresidence.com