May 21 2018

destination

เที่ยวโซลแบบไม่แมสกับ 6 สถานที่น่าไปในโซลที่ไม่ใช่แค่มยองดงหรือฮงแด

เที่ยวธรรมดาโลกไม่จำ
เกาหลีใต้ถือเป้็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปง่าย (ถ้าไม่ติด ตม. ก่อนนะ) ไปบ่อย ๆ ก็ได้ แถมยังอินง่าย เพราะหลาย ๆ วัฒนธรรมของเกาหลีใต้ก็หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยเต็มไปหมดอยู่แล้ว ทั้งอาหารเกาหลี เคป๊อบ ชอปปิง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ดารานักร้อง แต่พอไปบ่อย ๆ ก็เริ่มเบื่อแล้วว่าจะไปที่ไหนดีนะ สถานที่มันก็ซ้ำ ๆ หรือบางคนไปเกาหลีครั้งแรกก็จริง แต่ก็ไม่อยากเที่ยวที่แมส ๆ เหมือนคนอื่นเขา ไม่อยากไปมยองดง ฮงแด ชองเกชอน เคียงบกกุง เกาะนามิ ขอบอกว่ายังมีอีกหลายสถานที่มาก ๆ ที่น่าไป แถมยังไม่แมสขนาดนั้น และไม่จำเป็นต้องออกไปไหนไกล เพราะทุกที่อยู่แค่ในโซลนี่แหละ
 

1. เที่ยวสวนสนุกร้าง 

 
 
เปล่า ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ชวนสยองขวัญหรืออันตรายอะไรขนาดนั้น แน่นอนว่าที่บอกว่าเป็นสวนสนุกร้างคือร้างจริง ๆ คือที่นี่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1980 (เรายังไม่เกิดเลย) แล้วเพิ่งปิดบริการเมื่อปี 2011 นี่เอง แต่พอหลังจากปิดกิจการ ฃไปสักพัก ที่นี่ก็เริ่มกลายเป็นโลเคชันสำหรับถ่ายแฟชั่น ถ่ายละคร ซีรีส์ และมิวสิควิดีโอต่าง ๆ มีไอดอลหลายวงมากที่เคยมาใช้บริการที่นี่ ทั้ง GOT 7, EXO, IU หรือ Crayon Pop และนั่นจึงทำให้สถานที่แห่งนี้กลับมาฮิตในหมู่วัยรุ่นเกาหลีอีกครั้ง ทางเจ้าของสวนสนุกเลยเปิดให้เข้าเป็นสถานที่ถ่ายรูปเก๋ ๆ ไปเสียเลย
 
 
นี่คือความดีงามของสวนสนุกที่ยังไงก็สลัดคำว่าสถานที่แห่งความสนุกไปไม่พ้น แม้แต่จะปิดตัวลงแล้วก็ตาม ยงมาแลนด์ (Yongma Land) นั้นโชคดีที่เจ้าของไม่ได้ปล่อยให้กลายเป็นสถานที่รกร้างหญ้าขึ้นครึ้มไปเฉย ๆ แต่เขายังคงดูแลดูเรื่อย ๆ เราจึงเข้าไปเที่ยวเล่นได้ การเดินทางอาจไกลไปสักหน่อย ให้นั่งรถไฟไปลงสถานี Mangu จากนั้นเดินไปทางซ้ายมือตามถนนใหญ่ไปสักพักจนเจอสี่แยกใหญ่ ข้ามถนนเข้าซอยอีกฝั่ง แล้วเดินตรงไปอีกประมาณ 20 นาที อย่าลืมเปิด Googles Map ไปด้วย ไม่งั้นมีหลงแน่ ๆ ถ้าไปกันหลายคนแนะนำว่านั่งแท๊กซี่ไปเถอะ อย่าเดินให้เมื่อยเลย (ตอนที่เราไปมีพี่ ๆ ตำรวจไปส่งถึงที่ฟรี ๆ เพราะเดินไปถามเขา สบายไปอี้กกก)
 
 
ที่นี่ยังถือเป็นแรร์ไอเทมของนักท่องเที่ยวอยู่ ส่วนใหญ่แล้วมีแต่วัยรุ่นเกาหลีทั้งนั้นที่มา และคนก็ยังไม่เยอะ แม้สถานที่จะไม่กว้างมาก ขนาดพอ ๆ กับสวนสนุกในศูนย์การค้าบ้านเรา แต่ก็มีเครื่องเล่นที่เจ๊งแล้วให้ไปถ่ายรูปด้วยเก๋ ๆ ได้ ทั้งไวกิ้ง รถบั๊มพ์ และเครื่องเล่นประเภทหมุน ๆ ต่าง ๆ ไปถึงแล้วอาจงง ๆ สักหน่อย เพราะเขาจะปิดประตูไว้ไม่ให้เข้า หากใครใช้เบอร์เกาหลี (และพูดเกาหลีเป็น) ก็ลองโทรไปตามเบอร์ที่ติดอยู่ตรงประตูเพื่อเรียกให้คุณลุงมาเปิดประตูให้ พร้อมจ่ายค่าเข้าคนละ 5,000 วอน แต่ถ้าไม่มีและพูดเกาหลีไม่ได้ ขอให้รอสักนิด เดี๋ยวคุณลุงก็เดินมาบ่อย ๆ เอง

 
 
หากพอมีงบอยู่บ้าง อยากแนะนำให้ไปช่วงเย็น ๆ หน่อย ถ่ายรูปแบบมีแดดอย่างหนำใจแล้ว พอฟ้าเริ่มค่ำก็ขอให้คุณลุงเปิดไฟสวนสนุกทั้งหมดให้ได้ สนนราคาอยู่ที่ 25,000 วอนต่อ 10 นาที รับรองว่าที่นี่ไม่แมสแน่ ๆ เตรียมเมมกล้องกับมือถือไว้เยอะ ๆ แล้วกัน รับรองว่าถ่ายเพลิน !
 
Yongma Land
ค่าเข้าคนละ 5,000 วอน 
สถานี Mangu ทางออก 1 แล้วเดิน หรือต่อแท๊กซี่

2. นั่งคุยกับเพื่อนชิล ๆ จิบเบียร์ไปด้วยก็ได้

 
ภาพจาก Dongsimwon
 
หนึ่งในจุดหมายของใครหลายคนเวลาไปเที่ยวโซลคงหนีไม่พ้นฮงแด ย่านมหาวิทยาลัยที่มีแหล่งชอปปิงใหญ่โตชอปเพลิน (หรือไปส่องหนุ่มสาวเกาหลีก็เพลิน) แต่เราอยากบอกว่าที่จริงแล้วคนเกาหลีเขายังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่พวกเขาชอบใกล้ และอยู่ใกล้ ๆ สถานีฮงแดนั่นแหละ จากที่เคยเดินไปออกที่ทางออก 9 ลองเปลี่ยนไปออกฝั่งทางออก 3 แทนบ้าง เมื่อโผล่ขึ้นมาข้างบนปุ๊บ ก็จะเจอสวนขนาดย่อม ๆ ที่อยู่กลางถนนสองเส้นอย่างเก๋ ๆ ทันที
 
 
ที่นี่เรียกว่ายอนนัมดง (Yeonnam-Dong) ยอนนัมดงจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นสวนสาธารณะ กับส่วนที่เป็นร้านรวงหน้าตาเก๋ไม่แพ้ย่านอื่น ๆ ในโซลเลย แถมที่นี่ยังไม่ถูกบุกจากนักท่องเที่ยวมาก ทั้ง ๆ ที่ใกล้ฮงแดขนาดนี้ ยอนนัมดงจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คู่รักชาวเกาหลีชอบมาเดทหรือหากิจกรรมทำกันในวันว่าง

 
ภาพจาก Seoul Magazine
 
แต่บริเวณที่เราชอบต้องยกให้โซนสวนสาธารณะ หากมาช่วงเวลาเย็น ๆ หลังเลิกงาน เราจะมีโอกาสได้เห็นคนเกาหลีทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน จับกลุ่มกันนั่งพูดคุยตามมุมต่าง ๆ ของสวนแห่งนี้ บ้างก็ขนผ้ามาปูนั่งตากลมกันอย่างสบายใจ ส่วนอาหารการกินก็ไม่ต้องห่วง เพราะขนาบสวนไปทั้ง 2 ฝั่งนั้นเต็มไปด้วยร้านขายอาหารแบบ To go ทั้งสเต็กก็ออกแบบมาเก๋ไก๋ให้จานตั้งอยู่บนปากแก้วใส่เครื่องดื่มได้ ร้านจาจังมยอน รามยอน ต๊อกบกกี ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงร้านคราฟต์เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใครที่อยากสังสรรค์ในบรรยากาศสบาย ๆ แถมยังสบายกระเป๋าด้วย ก็ลองมาที่ยอนนัมดงได้เลย แต่มาช้าระวังไม่มีที่นั่งนะ บอกเลยว่าที่นี่ฮอตจริง ๆ
 
Yeonnam-Dong
ร้านต่าง ๆ ทยอยเปิดตั้งแต่ 12:00-24:00 น. 
สวนสาธารณะเปิดให้บริการ 24 ชม.
สถานี Hongik Univ. ทางออก 3

3. เที่ยวมหาวิทยาลัยไปได้มากกว่าอีฮวา

 
นอกจากสถานที่เที่ยวทั่วไปแล้ว อีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปคือมหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยในโซลนั้นมีปสะวัติที่น่าสนใจ แถมยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ควรค่าแก่การไปเซลฟี่เป็นอย่างมาก และหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ใคร ๆ ก็ต้องไป คือมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ehwa Womans University) กับมุมมหาชนอย่างการยืนเก๋ ๆ มีแบ็กกราวน์เป็นตึกสีเงินที่เจาะภูเขาสร้างเข้าไปเก๋ไก๋สไลเดอร์
 
 
แต่ที่จริงแล้วอยากบอกว่ายังมีมหาวิทยาลัยในโซลที่น่าไปพอ ๆ กับอีฮวาเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะ แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีเรื่องราวที่ต่างกันไป เราขอยกตัวอย่างมา 2 มหาวิทยาลัยที่เราชอบไปบ่อย ๆ ก็แล้วกัน
 
 
 
มหาวิทยาลัยฮันกุก (Hankuk University of Foreign Studies) เราชอบแวะเวียนมาที่นี่เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการสอนภาษาจากทั่วโลกกว่า 50 ภาษา และหนึ่งในนั้นคือภาษาไทย ทำให้มีนักศึกษาชาวเกาหลีที่เรียนภาษาไทย และพูดภาษาไทยได้วนเวียนอยู่ละแวกนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เข้าไปคุยกับอปป้านูน่าเป็นภาษาไทย และเขาก็ตอบกลับเป็นภาษาไทย ! และด้วยการเรียนหลายภาษา ทำให้ต้องเรียนเรื่องวัฒนธรรมต่าง ๆ ไปด้วย ที่ฮันกุกจึงชอบมีกิจกรรมของนักศึกษาแต่ละภาค ไปทีไรก็ได้ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ อยู่เสมอ แถมหน้ามหาวิทยาลัยฮันกุกยังมีร้านกินดื่มราคาย่อมเยาอยู่เยอะด้วย เราชอบร้าน Man About Town ที่เบียร์ถูก อาหารอร่อย และเต็มไปด้วยเด็ก ๆ มหาวิทยาลัยมานั่งกันเต็มร้านให้ชุ่มชื่นหัวใจ

 
 
 
มหาวิทยาลัยซองคยุนกวาน (Sungkyunkwan University) เหมาะกับคนที่ชอบเดิน เดิน แล้วก็เดิน รวมไปถึงชอบดูสถาปัตยกรรมแบบวัดวังในยุคโซชอนอีกด้วย เพราะตัวมหาวิทยาลัยค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟฮเยฮวาพอสมควร แต่ถ้าได้มาจะต้องชอบแน่ ๆ ยิ่งถ้าใครเคยดูซีรีส์เรื่อง Sungkyunkwan Scandal (บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น) คงต้องร้องอ๋อแน่ ๆ เพราะสถานที่ถ่ายทำส่วนหนึ่งก็ถ่ายที่มหาวิทยาลัยนี้นี่แหละ ไปเดินเล่นดูส่วนที่เป็นวังเก่า แล้วเดินเข้าไปในส่วนอาคารแต่ละคณะ ดูเด็ก ๆ เรียนหนังสือ ทำกิจกรรม เข้าห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่เข้าได้ฟรีก็ทำได้ ขอบอกว่าร้านอาหารและคาเฟ่รอบ ๆ มหาวิทยาลัยก็ราคาไม่แพงแถมยังอร่อยด้วยนะ

 
Sungkyunkwan University
สถานี Hyehwa ทางออก 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Daemyeong Geori แล้วเดินตรงไป ข้ามสี่แยกเข้าซอย แล้วเดินตรงไปอีก 5 นาที
Hankuk University of Foreign Studies
สถานี Hankuk University of Foreign Studies ทางออก 1 แล้วเดินตรงไป

4. Flea Market มีกระจายเต็มไปหมด

 
 
ภาพจาก Seoul Magazine
 
หากไม่ได้มาเที่ยวเกาหลีในช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่มีกระจายอยู่ทั่วกรุงโซลคือตลาดเปิดท้ายและ Flea Market เก๋ ๆ นี่แหละ ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน (มี.ค.-ก.ย.) ก็จะมีโอกาสเจอตลาดครีเอทแบบนี้มากหน่อย แต่ละตลาด แต่ละอีเว้นท์ที่จัดบอกเลยว่ามีความฮิปสเตอร์อยู่ในสายเลือดสูงมาก ทั้ง Food Truck Market ที่รวบรวมเอาฟู้ดทรักดี ๆ มาไว้ให้เราได้ลองชิม แถมยังปิดถนนบางส่วนให้เดินกันได้อย่างสะดวกด้วย, Hand made Market ที่รวบรวมสินค้าทำมือเก๋ ๆ น่ารัก ๆ เอาไว้มากมาย, Craft Beer Market ที่ขนเอาคราฟต์เบียร์ทั้งของเกาหลีและของต่างประเทศมาให้เราได้ลองลิ้มชิมรสกันอย่างเต็มคอ 
 
 
 
ใครที่สงสัยว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าช่วงเวลาที่เดินทางนั้นมี Flea Market ที่ไหนบ้าง ลองติดตามในเพจ การท่องเที่ยวเกาหลี ก็ได้นะ เขาจะคอยอัพเดตกิจกรรมและอีเว้นท์ต่าง ๆ ให้เราได้รู้อยู่แล้ว 

5. ซดรามยอนริมแม่น้ำฮันแบบคนเกาหลีแท้ ๆ

 
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่อยากให้พลาดเลยเช่นกัน เพราะคนเกาหลีนิยมกันมาก ๆ คือการพกแก๊งเพื่อนไปนั่งเม้ามอยกันที่ริมแม่น้ำฮัน และกินของอร่อยไปด้วย คล้ายกับการออกไปปิกนิกตามสวนสาธารณะ หรือไปนั่งชิล ๆ ทีี่หาดริมทะเลอะไรแบบนั้นเลยแหละ
 
 
อย่างที่รู้ ๆ กันว่าโซลนั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว พื้นที่สาธารณะที่ชิล ๆ ก็ไม่ค่อยมีให้ใช้สอย พื้นที่ข้างแม่น้ำที่เปรียบดั่งเส้นเลือดของโซลก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ี่ที่ชิลที่สุด แถมทางรัฐยังจัดสรรพื้นที่เอาไว้อย่างดีเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนอีกด้วย คนส่วนใหญ่จะชวนเพื่อน ๆ หรือครอบครัวไปนั่งเล่นกัน พาสัตว์เลี้ยงตัวเองมายืดเส้นยืดสาย หรือมาออกกำลังกาย ส่วนสายกินอย่างเราก็ต้องเอาตามคนเกาหลีสักหน่อย บริเวณใกล้ ๆ นั้นจะมีร้านสะดวกซื้อที่ขายรามยอน (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) อาหารยอดฮิตของคนเกาหลีอยู่ และยังสะดวกมาก ๆ เพราะมีชามและเครื่องต้มรามยอนให้บริการพร้อม (รามยอนของเกาหลีต้องต้มนะ แค่กดน้ำทิ้งไว้ 3 นาทีนั้นเส้นไม่สุกจ้า) เสร็จแล้วก็ถือมานั่งล้อมวงกินไปเม้าไปกันได้เลย
 
 
 
หรือจะแอดวานซ์กว่านั้น คนเกาหลีเองจะชอบโทรสั่งเดลิเวอรีให้มาส่งกันด้วย และเมนูยอดฮิตก็คือไก่ทอดเกาหลี กินคู่กับเบียร์เย็น ๆ ที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่าชิแม็ก (Chi-Meak มาจากชิกเก้น กับแม็กจู ที่แปลว่าเบียร์) แถวนั้นจะมีโบรชัวร์ร้านไก่ทอดวางอยู่ให้เลือกเยอะมาก ถ้าพูดภาษาเกาหลีได้ และมีเบอร์โทรศัพท์เกาหลี ก็โทรไปสั่งได้เลย ประมาณ 30 นาทีผู้ส่งก็จะมาถึงจุดนัดรับสินค้าที่ใคร ๆ ก็จะมารับกันที่จุดนี้ จ่ายเงินแล้วยกไปกินกับเพื่อน ๆ ริมแม่น้ำ ดูสายน้ำไหลเอื่อย ๆ พระอาทิตย์ตก ก็สบายใจดีเหมือนกันนะ

 
Hangang Park
เปิดตลอด 24 ชม.
สถานี Yeouinaru ทางออก 2 หรือ 3

6. ลงรถไฟก่อนกาโรสุ-กิล สัก 1 สถานี

 
 
หลายคนเวลาคิดจะเที่ยวแบบเก๋ ๆ ชิค ๆ ก็จะคิดถึงถนนกาโรสุ-กิล ย่านคังนัมก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ถนนสายเล็ก ๆ ที่ขนาบไปด้วยต้นแปะก๊วย และร้านรวงหลากหลายแบรนด์ที่แข่งกันดีไซน์ร้านให้ดูดีดูเก๋ จนเหมือนเป็นถนนชอปปิงในยุโรปสักแห่ง แต่เราอยากแนะนำให้เปลี่ยนจากนั่งรถไฟไปลงสถานีซินซา มาลงที่สถานีอัปกูจอง หนึ่งสถานีก่อนถึงสถานีซินซาแทน
 
 
 
เพราะบริเวณย่านอัปกูจองนี้ก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านแฟชั่นดีไซน์สวยที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยต่าง ๆ กระจายตัวอยู่เต็มไปหมด แม้ราคาที่ต้องจ่ายในแต่ละร้านอาจสูงไปนิดเมื่อเทียบกับย่านอื่น แต่ก็ถือว่าซื้อความครีเอทีฟและความเก๋ไก๋ไปแล้วกัน หรือจะแค่เดินเล่น ดูบรรยากาศและถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ จนเดินไปถึงกาโรสุ-กิล แบบเราก็ได้ ใครที่เคยไปฮาราจูกุที่โตเกียวมาก่อนแล้วชอบ ก็อาจชอบที่นี่เหมิือนกัน เพราะให้อารมณ์ไม่ต่างกัน เพียงแค่ร้านรวงอาจดูเก๋กว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง

 
Apgujeong
ร้านค้าทยอยเปิดตั้งแต่ 10:00-24:00 น.
สถานี Apgujeong ทางออก 4