Apr 19 2018

destination

ไปเที่ยวทั้งที ขอพักดี ๆ ที่ Akyra Manor Chiang Mai โรงแรมโมเดิร์นสุดหรูหนึ่งเดียวในนิมมานฯ

บางอย่างไม่ต้องประหยัดมากก็ได้

สำหรับมนุษย์ (ใน) กรุงเทพฯ อันแสนวุ่นวายอย่างเรา อะไรจะแสนสุขใจไปกว่าทริปวันหยุดที่ได้หนีเมืองใหญ่ไปไกล ๆ สักวันสองวันก็ยังดี ใช่แล้วล่ะ ! เรากำลังพูดถึงจุดมหมายยอดฮิตที่ใคร ๆ ต่างก็ไปใช้เวลาพักผ่อนกันอย่าง "เชียงใหม่" ซึ่งการพักผ่อนที่ว่านี้ก็ไม่ใช่การหอบเป้พะรุงพะรัง นั่งรถไฟข้ามวันข้ามคืน แล้วยังต้องไปนอนแชร์ห้องกับคนอื่นอีก แต่เป็นการไปทำตัวตามสบายอย่างแท้ทรู ฝึกปรือศิลปะของการอยู่เฉย ๆ (ฟังไม่ผิดหรอก) และปิดการแจ้งเตือนทั้งหลายทั้งปวงบนโทรศัพท์ อู้ย แค่คิดก็ฟินแล้ว
 
เข้าเรื่องเลยดีกว่า ! เราอยากมาแนะนำโรงแรมดี ๆ ที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตในวันหยุดพักผ่อนให้เลิศเลอ และรับรองว่าเก๋กว่าที่ไหน ๆ บนถนนนิมมานเหมินทร์ โลเคชันอันดับท็อปของตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะเป็นโรงแรมโมเดิร์นหนึ่งเดียวที่อยู่ในกลุ่ม Small Luxury Hotels of the World หรือโรงแรมหรูขนาดเล็กอารมณ์บูติกที่ผ่านเกณฑ์ของ SLH แล้วว่าต้องให้บริการดีไม่มีที่ติ เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จนได้ชื่อว่าเป็น The Champions of Small ไปเลย
 
 
มันมีที่แบบนี้ด้วยหรอในนิมมาน ? แน่นอนว่ามีจริง ๆ ซึ่งโรงแรมแห่งนั้นก็คือ Akyra Manor Chiang Mai โรงแรม 5 ดาวจาก Akaryn Hotel Group เจ้าของเดียวกับโรงแรม-รีสอร์ท Aleenta และ Ayurah นั่นเอง ซึ่งความพิเศษของโรงแรมในเชียงใหม่คือการไปแท็กทีมกับ Manor Group เจ้าพ่อด้านการออกแบบจากสิงคโปร์ผู้ฝากฝีไม้ฝีมือไว้กับโรงแรม The Edison George Town ที่ปีนังและ Shimaya Stays ที่เกียวโต ผลลัพธ์ของการฟีเจอร์ริงทิงนองนอยของ Akaryn และ Manor จึงออกมาเป็นโรงแรมอาร์ตโมเดิร์นแห่งแรกและแห่งเดียวในย่านนิมมานฯ แถมยังพ่วงความอลังการมาด้วยดาวเต็ม 5 ดวง แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่าราคาไม่เหยียบหลักหมื่น !
 
ห้องนอนใน Deluxe Suites
 
อย่างที่เราบอกว่า Akyra Manor Chiang Mai เป็นโรงแรมขนาดเล็ก จำนวนห้องทั้งหมดเลยอยู่ที่ 30 ห้องเท่านั้น แบ่งออกเป็นแค่ 2 ประเภทไม่เยอะเรื่อง ได้แก่ Deluxe Suites และ Manor Suites ที่กว้างขวางตั้งแต่ 60-100 ตารางเมตร จนเราไม่อยากเรียกว่าโรงแรมเล็กเลย ความแตกต่างของห้อง 2 แบบนี้ก็คือ Manor Suites จะใหญ่กว่า และมีห้องนั่งเล่นกับระเบียงเพิ่มขึ้นมานั่นเอง
 
ห้องนั่งเล่นใน Manor Suites

 
พอได้ไปพักจริง ๆ ก็รู้เลยว่ามันสบายมาก โทรทัศน์ ลำโพงไร้สาย โซฟา โต๊ะเขียนหนังสือ มันมีครบทั้งหมด ชอบตรงที่เลือกความนุ่มและประเภทของหมอนได้ด้วย ขนเป็ด ขนธรรมดา อะไรก็ว่าไป แถมในทุก ๆ เย็นก็จะมีบริการ Turn Down Service พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มพิเศษของแต่ละวันแบบฟรี ๆ และมีผลไม้สดให้กินด้วยนะ 
 
 
ความเก๋ไก๋สไลเดอร์ที่ได้เหมือนกันทุกห้องจะได้ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจก็คือ อ่างอาบน้ำจากุชชี่กลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่สามารถลงไปแช่กับหวานใจได้สบาย ๆ ถ้าใครมากับเพื่อนก็ไม่ต้องอายนะ เพราะในห้องมีม่านให้ปิดทุกด้านตามสะดวก มันก็จะเอ็กซ์คลูซีฟหน่อย ๆ แหละ
 
 
แตถ้าใครไม่อินกับอ่างน้ำ ขี้เกียจรอน้ำได้ระดับ (ที่สามารถแจ้งพี่ ๆ พนักงานให้เตรียมไว้ได้ด้วย) ก็ยังมีห้องน้ำที่แยกเปียกแห้งไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการใส่ใจใน Personal Touch เช่น ลิ้นชักใส่ของใช้ที่แยกเป็น His กับ Her ซึ่งใน His ก็จะมีหวี แต่ใน Her มีแปรง เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่บางคนอาจจะมองข้ามแต่ได้ใจเราไปเต็ม ๆ
 
 
แต่ชีวิตในวันพักผ่อนก็ไม่จำเป็นต้องนอนกลิ้งและไถลลงอ่างจากุชชี่อย่างเดียว เราสามารถแบกร่างขึ้นมาบนดาดฟ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำและ Rise Bar บาร์ประจำโรงแรม จะนั่งจิบค็อกเทลให้กรึ่ม ๆ จะนอนรับแดดให้ผิวแทน หรือจะกระโดดลงน้ำดับร้อนก็ไม่มีใครว่าเลย ทั้งหมดนี้มีวิวพื้นหลังเป็นดอยสุเทพ แกรนด์ฟินาเล่ไปอีก

 
Cold Cut & Cheese Platter
 
ถ้าหิวขึ้นมาก็สามารถสั่งอาหารสไตล์อิตาเลียนจาก Italics ห้องอาหารของโรงแรมขึ้นมากินได้อีกด้วย เราเลิฟ Cold Cut & Cheese Platter สุด ๆ แต่ก็เผลอไปปันใจให้สปาเกตตี้ซอสหมึกดำกับพิซซ่าอบเตาถ่านเหมือนกัน ชอบแค่ไหนก็คิดดูว่าถ่ายรูปมาไม่ทัน เพราะกินหมดก่อน ความหิวไม่เคยปราณีใคร
 
ห้องอาหาร Italics
 
ความพีคของห้องอาหาร Italics ก็คือ ได้เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ภูเบศวร์ ชูประคอง มารังสรรค์เมนูอาหารอิตาเลียนให้ และรับหน้าที่เป็นพ่อครัวใหญ่อยู่ประจำ เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมห้องอาหารถึงคนแน่นทุกวันในช่วงมื้อเย็น แถมคนพื้นที่กันเองยังบอกเลยว่า Italics เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในเชียงใหม่
 
 
ในส่วนของอาหารเช้า เราสามารถเลือกสั่งอาหารจานเดียวได้คนละ 2 รายการในทุก ๆ เช้า ไม่ว่าจะเป็น Eggs Benedict วาฟเฟิลกับเบคอน โทสต์กับผลไม้ ฯลฯ แถมยังมีสเตชันบุฟเฟ่ต์ชีส Cold Cuts และขนมปังที่หยิบได้ไม่อั้น และที่สำคัญคือมีผลไม้ ครัวซองค์ และข้าวหน้าพิเศษกับซุปประจำวันเสิร์ฟมาอย่างอลังการเป็นทาวเวอร์ในถาด 3 ชั้น ซึ่งมื้อเช้าทั้งหมดนี้รวมมาแล้วกับค่าห้องที่เริ่มต้นเพียงคืนละประมาณ 7,500 บาท ชวนเพื่อนชวนแฟนมาหารได้สบาย ๆ

 
Soimilk Says อย่างที่เราจั่วไว้ตั้งแต่ต้นว่า บางอย่างไม่ต้องประหยัดมากก็ได้ บวกกับเรื่องราวทั้งหมดที่เล่าให้ฟังในบทความนี้ และเรายังเชื่อว่า การพักผ่อนคือการพาตัวเองไปใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ กว่าปกติ ฉะนั้น Akyra Manor Chiang Mai น่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่หลาย ๆ คนอยากมอบให้ตัวเอง พาร่างไปทิ้งลงบนฟูกนุ่ม ๆ โดดน้ำลงสระน้ำรูฟท็อป นั่งชิลล์จิบค็อกเทลแบบมีดอยสุเทพเป็นพื้นหลัง กินอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และได้พักในโลเคชันที่สะดวกครบครันสุด ๆ ขอสัญญาด้วยเกียรติของเนตรนารีเลยว่า มันคุ้มเงินทุกบาททุกสตางค์แน่นอน !
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองห้องพักได้ที่ www.theakyra.com/chiang-mai
Akyra Manor Chiang Mai 22/2 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 9 เชียงใหม่ โทร. 053-216-219