Dec 21 2017

destination

ทำความรู้จัก Qingdao ให้มากขึ้น ผ่านเบียร์ในตำนานอันดับ 1 ของจีน

ของดีเมืองชิงเต่า

สืบเนื่องจากความอินที่ยังคงอยู่จากการเดินทางไปเยือนเมือง Qingdao (ชิงเต่า) เมืองชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากปลาดาว ปลิงทะเล หอยเม่น และอาหารทะเลจำพวกกุ้งหอยปูปลาต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรโดนเมื่อมาถึงเมืองนี้ อีกสิ่งนึงที่คนชิงเต่า (และคนจีนทุกคน) บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าไม่ลองถือว่ามาไม่ถึงชิงเต่า ก็เห็นจะเป็นเบียร์โลคัลในชื่อเดียวกับเมือง อย่างเบียร์ Tsingtao นั่นเอง
 

อันดับ 3 ของโลก อันดับ 1 ของจีน !

 
ฮิตขนาดไหนคงไม่ต้องถามใจใครดู เพราะในทุกร้านอาหาร แม้แต่ร้านในหลืบ ทุกตรอก ทุกซอก ทุกซอย คือขายเบียร์ Tsingtao มากกว่าขายน้ำเปล่าซะอีก ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะในเมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเบียร์ Tsingtao ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของจีน ที่สามารถผลิตเบียร์ได้มากถึง 2 พันตันต่อวัน ไม่แปลกที่เวลาไปทานอาหารร้านไหน ก็ต้องมีเบียร์ Tsingtao เสิร์ฟคู่อยู่ข้าง ๆ บนโต๊ะทุกครั้ง
 
 
ซึ่งในปัจจุบันเบียร์ชิงเต่าได้ครองแชมป์เบียร์อันดับ 1 ของจีน จนลามไปถึงการขึ้นแท่นเบียร์ที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียว และนอกจากเบียร์ Tsingtao แล้ว ก็ยังมีเบียร์ในเครือที่แตกไลน์ออกมาอีก 3 ยี่ห้อด้วยกัน คือ Lao Shan, Shan Shui และ Han Si กับอีก 69 โรงงานผลิตเบียร์ทั่วแผ่นดินจีนที่ส่งออกไปทั่วโลกในราคาสุดแสนจะเฟรนด์ลี่ (Lager ธรรมดา ราคาประมาณกระป๋องละ 25-30 บาท)
 

ประวัติศาสตร์การผลิตเบียร์จาก 3 ชาติ

 
สำหรับเราและใครหลายคนอาจคิดว่าความอร่อยของเบียร์ที่นี่ส่วนนึงน่าจะมาจากน้ำจากขุนเขาเหลาซานอันเลื่องชื่อที่ใช้เป็นส่วนผสมในเบียร์จากโรงงานที่เมือง Qingdao แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าดูให้ลึกลงไปในประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ จะเห็นที่มาสำคัญที่ทำให้เบียร์ยี่ห้อนี้ขึ้นแท่นสู่ระดับโลกได้อย่างผ่านฉลุย
 
หลังจากที่เราสงสัยเรื่องเบียร์ตัวนี้มาก เลยบุกไปถึงโรงงานผลิตเบียร์ ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมด้วย คำตอบที่ได้ก็คือการเริ่มต้นคิดค้นสูตรจากคนเยอรมันในปี 2446 ด้วยเหตุผลเนื่องจากคนเยอรมนีในสมัยนั้นที่เข้ามาปกครองเมืองชิงเต่า เริ่มคิดถึงรสชาติเบียร์จากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง (เลยสร้างโรงงานผลิตเองซะเลย) จนเป็นที่มาของบริษัทเบียร์เจอมานิสเชส (Germanisches) แห่งเมืองชิงเต่า จำกัด โดยใช้เทคโนโลยีการหมักบ่มและวัตถุดิบจากประเทศเยอรมัน
 
 
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 โรงงานนี้ก็เปลี่ยนมือไปเป็นของทหารญี่ปุ่นอีกกว่า 29 ปี จนกลายมาเป็นวิสาหกิจของรัฐอย่างเต็มตัวในปี 2502 และได้เข้าสู่ตลาดทุนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงในปี 2536 
 

เราบอกไม่ได้ว่าการเปลี่ยนผ่านไปถึง 3 มือ จะส่งผลต่อรสชาติเบียร์ Tsingtao มากแค่ไหน แต่ถ้ามองในแง่ศิลปวัฒนธรรมที่ถูกผสมปนเปและหลงเหลือเป็นกลิ่นไอจาง ๆ อยู่ในทุกมุมถนนและแฝงอยู่ในวิถีชีวิตคนชิงเต่า การเป็นเมืองในปกครองจากทั้งเยอรมัน และญี่ปุ่น น่าจะเป็นส่วนผสมที่ทำให้เมืองนี้มีทั้งลุคแบบยุโรป ผสมกับลุคเอเชียได้อย่างไม่มีเมืองไหนในโลกทำได้

 
 
 
ส่วนใครที่อยากทำความรู้จักเมืองนี้ให้มากกว่าเดิมเหมือนเรา ก็รีบไปจองตั๋วเครื่องบินแล้วแพคกระเป๋าไปได้เลย อากาศช่วงนี้กำลังติดลบแบบหนาวได้ใจ แถมเดี๋ยวนี้ยังไปง่ายมากเพราะมีรูทบินตรงไปลง Qingdao ด้วยเวลาบินแค่ 4 ชั่วโมงนิด ๆ จาก Nokscoot 
 
ยังไงก็ลองไปเช็คโปรโมชั่นกันดูได้ที่ http://www.nokscoot.com/th