Jan 18 2018

destination

หลับในปัจจุบัน แล้วหลุดสู่ห้วงฝันของบางกอกในอดีตที่ Hotel Amdaeng

รู้แล้วว่าจะไป Staycation ที่ไหนดี
ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังถือเป็นสปอตสุดไฮไลต์ของกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าใครก็ฝันอยากได้มานั่ง ๆ นอน ๆ พักผ่อนแถวนี้สักครั้ง เพราะเราก็รู้ดีว่าบริเวณนี้แหละร่ำรวยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างสุด ๆ ทั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวเกาะรัตนโกสินทร์ เจริญกรุง คลองสาน ก็มีอะไรแอบซ่อนที่น่าสนใจเต็มไปหมด โดยเฉพาะถนนเชียงใหม่ที่ต้องขอบอกว่าตอนนี้กำลังฮอต เพราะเป็นที่ตั้งของสเปซเท่ ๆ อย่างล้ง 1919 (อ่านเรื่องราวของล้ง 1919 เพิ่มเติมได้ที่นี่) แถมล่าสุดในถนนเส้นนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมสีแดงชาดริมน้ำเจ้าพระยาโดดเด่นสะดุดตาอย่าง "โฮเทล อำแดง" อีกด้วย
 
 
 
เดินเข้าไปสุดถนน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็ก ๆ อีกนิดเดียว ก็จะพบกับอาคารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่ทาด้วยสีแดงชาดทั้งหลัง แถมยังมีดีไซน์สะดุดตาจนอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปดูภายในสักหน่อย ชื่อของโรงแรมแห่งนี้อาจแปลกหูและชวนสงสัยว่ามันแปลว่าอะไรกันนะ แต่เราก็รู้มาว่า อำแดง คือคำที่ใช้เรียกผู้หญิงในอดีตของไทยเรานี่แหละ และที่โรงแรมแห่งนี้มีชื่อนี้ด้วยเพราะที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมเดิมเป็นของอำแดงคลี่มาก่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานที่ดินแปลงนี้ให้ สุดท้ายเมื่อที่ดินแปลงนี้ได้กลายเป็นโรงแรมสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อของ "อำแดง" จึงมาวินและตั้งใจไว้แต่แรกเลยว่าที่นี่ต้องชื่อนี้เพียงชื่อเดียว
 
 
ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่เราสะดุดตาก่อนใครก็คือรูปทรงของอาคารที่พยายามออกแบบมาไม่ให้ดูเป็นกล่องเกินไปนักด้วยการออกแบบให้ด้านหน้าของโรงแรมเป็นหลังคาตัด ดูมีเลเยอร์และเหลี่ยมมุมที่เก๋ไก๋ยิ่งขึ้น โรงแรมทั้งหลังถูกย้อมด้วยสีแดงชาด ซึ่งแน่นอนว่าล้อไปกันกับชื่อของอำแดง (แอบได้ยินมาว่ากว่าจะมาลงเอยที่สีแดงชาดเฉดนี้ก็ถกเถียงกันนานทีเดียวกว่าจะลงตัวแบบนี้ แต่ก็สวยจับใจ และแปลกตาเราจริง ๆ แหละ) โดยการออกแบบและตกแต่งโฮเทลอำแดงทั้งหมดเกิดจากคุณติ๊ก - สุธิดา พงษ์ประยูร และคุณก้อง - อานุภาพ อ่อนสอาด มาจัดแจงและสร้างพื้นที่สีแดงสุดสวยนี้ขึ้นมานี่เอง

 
 
 
ความรู้สึกแรก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเราก้าวเข้ามายังที่แห่งนี้คือเหมือนว่าเป็น "โรงแรมลับ" สำหรับเราอยู่นิด ๆ เพราะด้วยรูปลักษณ์ของตัวอาคารที่ดูไม่คล้ายกับโรงแรมทั่วไป อีกทั้งประตูทางเข้าของโรงแรมที่เป็นประตูสูงทรงโค้งแคบ ๆ บานเปิด เวลาเดินเข้าไปก็เหมือนกำลังเข้าบ้านของใครสักคน ทางเข้าเล็ก ๆ ไม่ใหญ่โตโอ่อ่าก็ให้ความรู้สึกกำลังก้าวเข้าไปยังอีกสถานที่หนึ่ง แถมเข้าไปแล้วก็เจอรีเซปชั่นเล็ก ๆ น่ารักทางซ้ายมือที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร ชวนให้ค้นหากันต่อว่าข้างในโรงแรมแห่งนี้จะน่าสนใจขนาดไหนอีกด้วย
 
 
สไตล์การตกแต่งของที่นี่ไม่มีชื่อเรียกอย่างชัดเจน เพราะเป็นส่วนผสมของความชอบระหว่างคุณเล็ก - พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ และคุณหมิ่น - วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา คู่หูครีเอทีฟแห่ง Monday เอเจนซี่โฆษณาที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง แม้ที่นี่จะมีเบสของงานดีไซน์แบบไทย ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังใส่ความเป็นจีนและตะวันตกเข้าไปด้วย เพื่ออ้างอิงกับพื้นที่จุดนี้ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ยุคสมัยที่อิทธิพลของตะวันตกและจีนกำลังเข้าสู่ประเทศไทย และเป็นช่วงเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามามาก การตกแต่งดีไซน์ของโฮเทลอำแดงจึงจะได้เห็นความโมเดิร์น และความเป็นจีนผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอยู่ด้วย นอกจากนี้ก็ยังแอบซ่อนความชอบส่วนตัว

 
 
 
อย่างลายขนมปังขิงที่ตกแต่งตามกันสาดและขอบประตูหน้าต่างโดยรอบที่คุณหมิ่นรัก รูปทรงโค้งที่แอบซ่อนอยู่ตามมุมตามช่อง ตามประตูหน้าต่าง ที่คุณเล็กเลิฟ ไปจนถึงลิฟต์โดยสารที่ช่องบันได ที่เป็นลิฟต์สไตล์ฝรั่งเศสแบบที่เราเคยเห็นกันในหนังบ่อย ๆ เป็นลิฟต์เหล็กที่ต้องเปิดประตูเข้าไปเอง แล้วเลื่อนขึ้นอย่างช้า ๆ คลาสสิกและเก๋มาก เห็นแบบนี้นี่ไม่ใช่ลิฟต์ตัวเก่าคร่ำครึจากไหนนะ แต่ถูกสั่งผลิตพิเศษ แถมยังเป็นระบบไฮโดรลิกที่ปลอดภัยอีกด้วย
 
 
 
 
โฮเทลอำแดงมีทั้งสิ้น 4 ชั้น ประกอบไปด้วยห้องพักที่ให้ความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เพราะมีเพียง 10 ห้องเท่านั้น ประกอบไปด้วยห้องดีลักซ์จำนวน 4 ห้อง ห้องริเวอร์ แกรนด์ ดีลักซ์ จำนวน 4 ห้อง และห้องริเวอร์สวีทที่ชั้นบนสุดจำนวน 2 ห้องที่เพดานสูงเป็นพิเศษ โดยทุกห้องจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าที่คัดมาจากเชียงใหม่ แม่สอด ไปจนถึงต่างประเทศ (และบางชิ้นก็ทำขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในโรงแรม) มาตกแต่ง ความกรี๊ดของเราพุ่งเป้าไปที่ห้องน้ำที่มีความเช็กซี่และเย้ายวน เหมาะกับการมาพักเป็นคู่ ๆ มาก ๆ เพราะลักษณะของห้องน้ำเป็นแบบเปิดโล่ง มีอ่างอาบน้ำตั้งอยู่โดด ๆ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของห้องพัก มีเพียงผ้าม่านสีขาวสะอาดที่ฉลุลายลูกไม้รูปทรงหัวใจให้รูดปิดได้ (ขอบอกว่าไม่ว่าจะพักห้องไหน ก็มีอ่างอาบน้ำแบบนี้ให้ทุกห้อง !) แต่ถ้าใครชอบอาบแบบฝักบัวก็มีให้ใช้งานเหมือนกัน แต่ก็เป็นห้องกระจกนะ คงคอนเซปต์ The Most Romantic Hotel in Bangkok ได้ไวอย่างเหนียวแน่นเลยล่ะ

 
 
 
นอกจากนี้ทั้งภาพวาดประกอบในห้องพัก และบริเวณชานพักบันไดทั้งหมด ยังได้ จิ๋ว สตูดิโอ มาช่วยวาดอีกด้วย โดยภาพภายในห้องจะเป็นภาพชาวไทย จีน และตะวันตกในอดีต แต่แอบแทรกเรื่องทันสมัยในยุคนี้เข้าไปอย่างเก๋ไก๋ อย่างให้พวกเขากำลังเป่าลูกโป่งจากหมากฝรั่ง หรือสูปไปป์อยู่ ส่วนผนังบริเวณบันไดก็จะเพ้นท์เป็นภาพถนนเจริญกรุงในอดีต

 
 
 
ขึ้นไปบนดาดฟ้าเราถึงกับต้องร้องว้าว เพราะจุดนี้ถือเป็นสปอตที่สามารถชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างดีมาก ๆ แถมเขายังทำเป็นอัฒจันทร์ขั้นบันไดลดลั่นกันไป นั่งชมวิวตรงหน้าอย่างไม่มีใครบังใคร เป็นการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างครีเอทและเก๋มาก ๆ นอกจากนี้ในอนาคตที่นี่ยังจะเป็น Rooftop Bar ที่ให้เราจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดไป นั่งชมวิวยามค่ำคืนของเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ ไป ส่วนอีกฝั่งของบาร์บนดาดฟ้าอาจเป็นโซนนวดแผนไทยสำหรับแขกผู้เข้าพัก ตอนนี้โครงสร้างบาร์เหล็กดัดทรงเจดีย์ก็เริ่มสร้างใกล้เสร็จแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงได้เปิดให้บริการแน่นอน 

 
 
 
พูดถึงอาหารแล้วก็ขอลงไปยังห้องอาหารด้านล่าง นาย เป็นห้องอาหารสไตล์ Cafestaurant ที่รวมความเป็นคาเฟ่ และร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากทำเลที่ดีสุด ๆ เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำแล้ว ที่นี่ยังได้คุณแบม Food Passionist จาก Greyhound Cafe มาร่วมสร้างเมนูใหม่ ๆ สไตล์ไทยฟิวชั่นร่วมกับคุณเล็กและคุณหมิ่น ทำให้แต่ละเมนูนั้นมีเอกลักษณ์และอาจหาชิมได้เพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
 
 
เมนูเด็ด ๆ อย่างพะแนงแกะย่าง (810 บาท) ที่นำซี่โครงแกะออสเตรเลียมาย่างแบบสุกปานกลาง ราดด้วยน้ำพะแนงกะทิหอมเครื่องแกง เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิจากเชียงราย ไข่เป็ดต้มยางมะตูม และยำผักชี ก็อร่อยและรสชาตินัวมาก ๆ หรือจะเป็นปอเปี๊ยะไส้หมูตุ๋น (220 บาท) ที่นำเอาขาหมูตุ๋นจนเปื่อยมาทำเป็นไส้ ใส่ผักดองเข้าไปเพิ่ม ห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะและนำไปทอดจนเหลืองกรอบ แค่นี้ก็อร่อย แปลก และมอบรสสัมผัสที่พิเศษแล้ว นอกจากนี้ยังมียำเป็ดฉีกใส่ลิ้นจี่ ผักชี และผิวส้ม (210 บาท) ต้มยำกุ้งใส่เห็ดแชมปิยอง (350 บาท) สปาเกตตี้กุ้งแชบ๊วยทะเลใส่มันกุ้ง (440 บาท) และของหวานที่มาแล้วไม่สั่งไม่ได้อย่างมะกรูดลอยแก้วน้ำเชื่อมใบเตย (90 บาท) ที่เขาว่าอร่อยสุด ๆ ไปเลยล่ะ

 
 
อีกอย่างที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากแขกที่เข้าพักมาอย่างหนาหูคืออาหารเช้าที่นี่อร่อยมากกก เพราะเขาเสิร์ฟข้าวต้มกุ้ง โรยไข่เจียวฝอยและหมูบะเต็ง แต่ถ้าใครชอบแบบตะวันตกก็ยังเลือกอาหารเช้าเป็นอเมริกันเบรคฟาสต์ได้เหมือนเดิมนะ
 
 
 
แม้โฮเทล อำแดง จะเป็นโรงแรมขนาดเล็กบนพื้นที่เพียง 100 ตารางวา และมีเพียง 4 ชั้น แต่ทุกพื้นที่ก็ถูกจัดสรรและตกแต่งอย่างใส่ใจ เต็มไปด้วยรายละเอียด ถือว่าเป็นโรงแรมอีกแห่งที่น่าจับตา ในพื้นที่ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างฝั่งธนบุรี อีกอย่างที่เราเชื่อและพยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วยก็คือความดีงามของที่ตั้ง และความสงบสุดโรแมนซ์จนยอมรับว่าที่นี่คือ The Most Romantic Hotel in Bangkok จริง ๆ

 

Hotel Amdaeng 12/1 ซ. เชียงใหม่ 1 ถ. เชียงใหม่ คลองสาน
ห้องอาหารนาย เปิดทุกวัน 11:00 - 22:00 น.โทร. 02-162-0138, 02-162-0223
BTS สะพานตากสิน แล้วต่อเรือ, BTSกรุงธนบุรี แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์