Apr 20 2017

destination

มาดริด-อิบิซา: พาไปดู 5 เมืองมีเสน่ห์น่าเที่ยวในสเปน

วางแผนจองล่วงหน้าข้ามปีกันเลย

¡Hola! เราขอทักทายเป็นภาษาถิ่นของจุดหมายที่จะพาไปเยือนกันในวันนี้ ซึ่งจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก ประเทศสเปน บ้านเกิดของสถาปนิกและศิลปินชื่อก้องโลกหลายคน ต้นกำเนิดเทศกาลวิ่งวัวกระทิงแห่งแรกของโลก สวรรค์ของสายปาร์ตี้แบบทั้งวันทั้งคืน ตลอดจนพิกัดอันดับต้นๆ ของนักชิมแฮม ชีส และน้ำมันมะกอกชั้นเลิศ
 
เราขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 เมืองในสเปนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทั้งด้านวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และอาหารท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นจุดหมายหลักที่ไม่ไปเหยียบถือว่าไปไม่ถึงสเปน! ถ้าพร้อมแล้วก็แพ็คกระเป๋าแล้วออกลุยดินแดนกระทิงดุแห่งยุโรปตะวันตกไปกับเราเลย
 

Madrid

 
พิกัดห้ามพลาด: Museo Nacional del Prado (พิพิธภัณฑ์ปราโด) / Palacio Real de Madrid (พระราชวังหลวงมาดริด) / Plaza Mayor (จัตุรัสหลวงมาดริด)
 
Palacio Real de Madrid (พระราชวังหลวงมาดริด)
 
เราบินลัดฟ้ากว่าค่อนวันไปยัง Madrid (มาดริด) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสเปนเป็นจุดหมายแรก ถ้าเป็นแฟนบอลก็คงจะคุ้นเคยกับทีม Real Madrid กันเป็นอย่างดี แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของมาดริดคือวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษางานศิลปะยุโรปหลายพันชิ้นของศิลปินชื่อก้องโลก พระราชวังหลวงที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในยุโรป และสถาปัตยกรรมอลังการของแลนด์มาร์คอีกหลายแห่ง
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Theerada (Nahn) Moonsiri (@tmoonsiri) เมื่อ

 
มาถึงสเปนทั้งทีต้องลองกิน Jamón หรือแฮมสเปนให้ได้เชียว เราแนะนำร้าน Museo del Jamón เพราะหาง่ายสุดๆ มีหลายสาขา และเป็นร้านโลคัลจริงๆ ด้านในร้านอารมณ์เหมือนโซนไส้กรอกในห้าง แต่จะมีแฮมห้อยลงมาให้เลือกหลากหลายตามเกรด บอกก่อนว่าไม่มีที่นั่ง แต่จะเป็นบาร์ให้ยืนกินกันตรงนั้นเลย สั่งเบียร์มาแกล้มด้วยคือดี
 
Mercado de San Miguel ภาพจากแฟนเพจ Mercado de San Miguel 
 
แต่ถ้าอยากลองกินอาหารพื้นเมืองหลายๆ อย่าง จงพุ่งไปที่ Mercado de San Miguel ตลาดติดแอร์คล้ายๆ พารากอนฟู๊ดฮอลล์บ้านเรา แต่บรรยากาศสนุกสนานกว่าเยอะ (ตอนเราไปมีดนตรีสดด้วย) มีของกินอย่าง Paella หรือข้าวผัดสเปน แฮมกับชีสนานาชนิด ทาปาส คารามารี ชูโรส เบเกอรี่ เบียร์ ไวน์ จะสั่งหลายๆ อย่างมานั่งกินตรงพื้นที่ส่วนกลางก็ได้นะ
 
การเดินทางในมาดริด: สะดวกสบายมากเพราะมีรถไฟใต้ดินไปทั่วทุกที่เลย

Seville

 
พิกัดห้ามพลาด: Catedral De Sevilla (โบสถ์แห่งเซบีญ่า) / La Giralda (หอระฆัง) / Plaza de España (จัตรัสเซบีญ่า)
 
Plaza de España (จัตรัสเซบีญ่า)

 
เรานั่งรถไฟ renfe จากมาดริดลงใต้มายัง Seville (เซบีญ่า) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งแคว้น Andalucia ถ้าใครชอบเสพย์วัฒนธรรมเก่าแก่ เรามั่นใจว่าจะต้องตกหลุมรักเซบีญ่าที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและแขกมัวร์
 
 
เห็นได้ชัดจากแลนด์มาร์คหลัก La Giralda หอระฆังของแขกมัวร์ที่ถูกเปลี่ยนผ่านเป็นโบสถ์คริสต์ และถูกขึ้นบัญชีเป็นหนึ่งในมรดกโลกเมื่อปี 1987 มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไปแล้วต้องตะกายขึ้นไปข้างบนให้จงได้นะ เพราะวิวเมืองสวยจนลืมหายใจ!
 

La Carbonería ภาพโดย Linda Mateos
 
นอกจากสถาปัตยกรรมฝรั่งๆ แขกๆ แล้ว เซบีญ่ายังได้ชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของระบำ Flamenco ศาสตร์การเต้นที่ทั้งดุดันและมีชีวิตชีวา ถ้าอยากลองดู Flamenco พร้อมดนตรีสดแบบโลคัลจริงๆ เราแนะนำให้ไปที่บาร์ La Carbonería ที่มีการแสดงสดทุกเย็นไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน โดยผู้แสดงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากชาวพื้นเมือง ตลอดจนนักเรียนจากโรงเรียนเต้นและดนตรีที่มาโชว์ฝีมือกัน ความดีงามคือชมฟรี จะซื้อดริงก์จิบก็ได้ตามใจชอบ
 
การเดินทางในเซบีญ่า: เป็นเมืองที่เดินไปได้ทั่วทุกที่ถ้าไม่เมื่อย ถ้าจะขึ้นรถเมล์ก็ลำบากนิดหน่อยเพราะคนขับส่วนมากไม่พูดภาษาอังกฤษ

Granada

 
พิกัดห้ามพลาด: Alhambra (พระราชวังและป้อมปราการอาลัมบรา) / Mirador de San Nicolás (จุดชมวิวนักบุญนิโคลัส) / Sacromonte (ย่านซาโครมอนเต)
 
 
นั่งรถบัสเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงจากเซบีญ่า เราก็จะมาถึง Granada (กรานาดา) เมืองที่ผู้คนหลั่งไหลมาเพื่อชื่นชมความอลังการของมรดกโลกอย่าง Alhambra พระราชวังและป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ที่ทอดตัวอยู่บนไหล่เขา Sierra Nevada

 

ภายใน Alhambra
 
นอกจากสถาปัตยกรรมภายในแบบอาหรับๆ แขกๆ ผสมผสานกับอิทธิพลยุคเรอเนสซองซ์แล้ว บรรดาสวนน้อยใหญ่ด้านในก็สวยงามไม่แพ้กัน เราใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะเดินสำรวจครบ
 

Gypsy Quarter ภาพโดย traum
 
ความจริงแล้วกรานาดาเป็นเมืองท่องเที่ยวจ๋า ไม่ค่อยมีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่มาก (ยิ่งหน้าร้อนจะเจอกับเหล่านักเรียนทุน Erasmus Mundus มาเที่ยวกันเพียบ) แต่สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือชาวยิปซีที่ตั้งรกรากอยู่ในย่าน Sacromonte (ซาโครมอนเต) เราชอบจัตุรัสและบ้านช่องที่ตกแต่งด้วยเซรามิคทำมือสีสันเตะตา แค่ได้เดินเล่นก็ฟินแล้ว
 
การเดินทางในกรานาด้า: ถ้าไม่ได้จะออกนอกเมืองไปไหนไกล เดินเท้าอย่างเดียวก็ถึง แต่เราแนะนำให้ขึ้นรถเมล์ถ้าอยากไปย่านซาโครมอนเต

Barcelona

 
พิกัดห้ามพลาด: La Sagrada Família (มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย) / Park Güell (สวนปาร์กเกวย์) / Museu Picasso (พิพิธภัณฑ์ของ Pablo Picasso)
 

La Sagrada Família ภาพโดย Gregoire Glachant
 
เรามุ่งหน้ากลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้งด้วยรถไฟ renfe ซึ่งจุดหมายคือ Barcelona (บาร์เซโลนา) เมืองหลวงของแคว้นกาตาลุญญาที่ทอดตัวอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศของบาร์เซโลนาแตกต่างจากมาดริดแบบคนละขั้วทั้งที่เป็นเมืองใหญ่เหมือนกัน เมืองนี้จะมีความอินเตอร์มากกว่า มีความหลากหลายด้านอาหารการกิน ตลอดจนไนท์ไลฟ์ที่ไม่หลับไหล

 
Casa Milà
 
แต่ไฮไลท์อันดับหนึ่งของบาร์เซโลนาคือบรรดาสถาปัตยกรรมสุดแปลกแหวกแนวของ Antoni Gaudí ศิลปินชาวคาตาลันเจ้าของแลนด์มาร์คอย่าง La Sagrada Família (ที่ว่ากันว่าจะสร้างในปี 2026), Park Güell, Casa Batlló, Casa Milà ฯลฯ แม้กระทั่งเสาไฟที่ Plaça Reial ก็ไม่เว้น เรียกว่าเป็นเมืองของ Gaudí อย่างแท้จริง
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Theerada (Nahn) Moonsiri (@tmoonsiri) เมื่อ

 
อาหารพื้นเมืองสเปนอีกอย่างก็คือ Tapas (ทาปาส) เป็นกับแกล้มคำเล็กๆ ทั้งร้อนและเย็นไว้กินกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาถึงบาร์เซโลนาแล้วต้องแวะไป Quimet y Quimet ให้จงได้ บาร์จิ๋วแต่แจ๋วที่เลื่องชื่อสุดๆ ในเมนูทาปาสฟิวชั่นกว่า 80 แบบ เราแนะนำว่าให้รีบไปตั้งแต่ร้านเปิด (12.00 และ 19.00 น.) เพราะหลังจากนั้นแค่ครึ่งชั่วโมงคนจะเยอะมากๆ จนล้นออกมานอกร้านเลย!
 
การเดินทางในบาร์เซโลน่า: เดินทางสะดวกมากเหมือนมาดริด มีรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทั่วถึง แถมคนที่นี่พูดภาษาอังกฤษเยอะกว่าด้วย

Ibiza

 
พิกัดห้ามพลาด: Playa d'en Bossa (ย่านคลับ) / Dalt Vila Eivissa (เมืองเก่าอิบิซ่า) / Castillo de Ibiza (ปราสาทและป้อมปราการอิบิซ่า)
 
 
สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปเยอะแล้ว เราขอส่งท้ายทริปสเปนแบบมันๆ ที่ Ibiza (อิบิซ่า) เกาะสวรรค์ของสายปาร์ตี้และไนท์ไลฟ์อันดับต้นของโลก บ้านเกิดของ Pacha คลับเบอร์รี่คู่ที่แพร่หลายไปทั่วอเมริกาและยุโรป, Ushuaïa คลับกลางแจ้งที่มีดีเจระดับโลกมาเล่นทุกอาทิตย์ และ Amnesia กับ DC10 ต้นตำรับคลับอันเดอร์กราวด์ไม่เช้าไม่เลิก เราบอกเลยว่าเงินที่เก็บหอมรอมริบมาเนิ่นนานจะหมดไปกับค่าเข้าคลับพวกนี้ ถ้าเป็นสายปาร์ตี้ตัวจริงต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต!
 
 
นอกจากปาร์ตี้แบบบ้าคลั่งแล้ว อิบิซ่าก็มีพาร์ทสงบๆ แบบไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ อย่างย่านเมืองเก่าที่อัดแน่นไปด้วยตึกรามบ้านช่องซ้อนกันบนไหล่เขา ถ้าเดินไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับ Castillo de Ibiza ปราสาทเก่าและป้อมปราการที่มีวิวท่าเรือและเมืองเก่าแบบพาโนราม่าเป็นแบ็คกราวด์ ตระการตาอย่าบอกใครเชียว

 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Theerada (Nahn) Moonsiri (@tmoonsiri) เมื่อ

 
และด้วยความที่อิบิซ่าเป็นเกาะ แน่นอนว่าต้องมีชายหาด เราชอบหาด Caló de s'Alga บริเวณ Grand Hotel Palladium มากที่สุดเพราะเงียบราวกับหาดส่วนตัว เหมาะสำหรับนอนอาบแดดหรือ Siesta นอนกลางวันไปเลยก็ไม่ผิด หรือจะไปปีนเขาเรียกเหงื่อเพื่อดูวิวน้ำทะเลสีครามห้อมล้อมด้วยเทือกเขาบริเวณหาด Sol D'en Serra ก็ดีงามไม่แพ้กัน
 
การเดินทางในอิบิซ่า: มีรถเมล์เฉพาะหน้าท่องเที่ยว หนำซ้ำยังจอดเฉพาะที่สำคัญๆ ถ้าอยากชมทั้งเกาะจริงๆ แนะนำให้เช่ารถหรือใช้บริการแท็กซี่ไปเลย
 
ลองไปเยือนสเปนสักครั้งแล้วจะตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว แล้วพบกันใหม่นะ ¡Hasta luego!