Sep 05 2017

fashion

5 เทรนด์ล่าสุดจากไทยดีไซเนอร์ที่เราเห็นแล้วอยากใส่ไปเที่ยวตามสถานที่เหล่านี้

แต่งตัวสวยทั้งทีต้องหาที่ลง

หลัง Elle Fashion Week 2017 ปิดฉากลงด้วย After Party มันสุดเหวี่ยง เราไม่เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการซื้อชุดสวยอินเทรนด์เท่านั้น แต่ยังเกิดไอเดียว่า ถ้าได้ใส่ชุดเก๋ล้ำดีไซน์โดยเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทยแล้ว เราจะใส่ไปไหนดีนะ
 

Everyday Karmakamet

 
ลุคสปอร์ตวินเทจที่ดูแคช่วล แต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด และฟังก์ชั่นการสวมใส่ที่แตกต่าง ที่เราได้เห็นในคอลเล็คชั่น This Mission is too Important ประจำซีซั่น A/W 2017 ผลงานของ ณัทธร รักษ์ชนะ ทำให้เราอยากออกเดินทางไปเล่นสกีที่ไหนสักแห่ง ด้วยแว่นตาดีไซน์คล้ายแว่นสกี ที่ดูทั้งวินเทจและโมเดิร์นในคราวเดียวกัน และเทรนช์โค้ตเท่ๆ เนื้อผ้าอาจจะไม่หนาถึงขั้นกันหนาวได้ เพราะเน้นเนื้อผ้าที่ใช้ในสปอร์ตแวร์อย่าง ผ้าร่มซาติน และเลือกใช้สีที่ติดกลิ่นอายยุคปลาย 60s - ต้น 70s มาผสม อย่างเช่น สีชมพูเบจ สีน้ำเงินตัดกับสีเขียว เห็นแล้วอยากจองตั๋วไปเดินตากไอเย็นเล่นๆ ในประเทศแถบสแกนดิเนเวียน แต่ตอนนี้อาจจะทำได้แค่ใส่ไปนั่งจิบกาแฟตามวิถี Hyge ในร้าน EVERYDAY KARMAKAMET สาขาสีลมไปก่อน
 
ภาพจาก Elle Fashion Week 2017
 

ASV

 
เสื้อผ้าในคอลเล็คชั่น At The Ballet ของเมนเทอร์หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เป็นคอลเล็คชั่นที่เรียบ เนี้ยบ นิ้ง ตามสไตล์ดีไซเนอร์เขาล่ะ แต่ภายใต้เส้นสายขึงขังแข็งแกร่งแบบมัสคิวลีน ยังแฝงไว้ด้วยความอ่อนหวานละมุนละไมแบบเฟมินีน ไม่ว่าจะเป็น สีชมพูโรสควอตซ์ที่หวานแต่ไม่ถึงกับเลี่ยน ดีเทลระบายที่ไม่ได้ดูฟู่ฟ่าเว่อร์วัง กระโปรง Tutu หรือ กระโปรงบัลเล่ต์ที่ถูกตัดทอนความพองลงมาให้กำลังดีงาม  ทั้งหมดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการเต้นชั้นสูงอย่าง บัลเล่ต์ ภายใต้แกนนำหญิงแกร่งที่มีความเฟมินีนเต็มร้อยอย่าง Alicia Alonso ผู้ปฏิวัติและก่อตั้งคณะบัลเล่ต์แห่งชาติของคิวบา ถ้าถามว่า ความสวยเฉียบอันแสนอ่อนหวานนี้ควรจะใส่ไปไหนดี เราว่า แกลเลอรี่ YenakArt Villa ที่มาในรูปแบบตัวอาคารสีขาวเพดานสูง รายล้อมด้วยสวนสีเขียวชอุ่ม ซ่อนตัวอยู่ในซอยเย็นอากาศ เป็นที่หลบมุมจากความวุ่นวายน่าใส่ชุดสวยเรียบแต่ปัง มาเดินกรีดกรายชมงานศิลปะอย่างชิลล์ๆ
 
ภาพจาก Elle Fashion Week 2017

 

Landmee

 
ลุคสาว 70s ของ เนตรดาว วัฒนะสิมากร ที่มีความดิสโก้เปิ๊ดสะก๊าด ฉูดฉาดด้วยสีเมทัลลิกวูบวาบ ไปจนถึงสีจี๊ดๆ ที่เสี่ยงต่อความเชยเฉิ่มอย่างสีมาเจนต้าและสีเหลืองมัสตาร์ด เสื้อซีทรูผูกโบว์ใหญ่ปัง ยิ่งมากับทรงผมแอฟโฟรฟูฟ่องยิ่งแสดงเจตนารมย์ชัดเจนว่า คืนนี้ฉันจะออกไปแดนซ์กันยันสว่าง ส่วนสาวหวานซ่อนเปรี้ยวคงเลิฟชุดลูกไม้สุดโรแมนติก เฟมินีนจ๋า แต่ยังดูแก่นเซี้ยว สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ที่เดียวที่เราว่า ไปได้โดยไม่ขัดเขินเลย คือ Bad Taste Cafe ซอยลาดพร้าว 21 บาร์สาดแสงนีออนสีชมพูที่หยิบเอา element ที่ดู 80s หนักๆ มายำรวมกันแล้วเกิดความเปรี้ยวเก๋ แบบไม่แคร์ว่า ใครจะทักว่าเชย เพราะฉันชอบของฉันแบบนี้ เข้าใจไหม?
 
ภาพจาก Elle Fashion Week 2017
 

Kloset

 
แรงบันดาลใจของคอลเล็คชั่น Wakeup and Rise ผลงานของ มลลิกา เรืองกฤตยา นั้น ประกาศตัวเองอย่างชัดเจนว่า มีที่มาจากภาพยนตร์ที่มีมู้ดแอนด์โทนเหงาๆ ในเฉดสีที่ฉูดฉาดอย่าง In The Mood For Love ของผู้กำกับชั้นเซียนอย่าง หว่องกาไว ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวินเทจฟุ้งกระจายโทนสีในยุค 70s อย่างสีเหลืองมัสตาร์ด สีแดงมารูน และเขียวหยก กระจายอยู่ทั้งคอลเล็คชั่น รวมถึงลวดลายโอเรียนทัล ที่ดีไซเนอร์หยิบยืมมาจากดีเทลของผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แล้วปรับโฉมให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง ดังนั้นถ้าถามว่า แต่งตัวแบบนี้จะให้ไปกระทำหว่องที่ไหนได้ นอกเสียจาก Foo John Building ตึกแถวหน้าซอยเจริญกรุง 31 ที่มีมุมถ่ายภาพสวยๆ การจัดแสงที่นึกว่าเฮียหว่องบินมาทำเอง อาหารและค็อกเทลที่นี่ก็เริ่ดทุกชั้นเลยล่ะ
 
ภาพจาก Elle Fashion Week 2017
 

Vatanika

 
ดีกรีความเผ็ชพริกร้อยเม็ด ผสมผสานกับความดิบดาร์กของ Vatanika คอลเล็คชั่นนีี้ ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมดีไซเนอร์สาวเปรี้ยวอย่าง วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ถึงได้เลือกภาพยนตร์ทริลเล่อร์เรื่องโปรดของเราอย่าง Dracula by Bram Stoker มาเป็นแรงบันดาลใจ โดยเธอได้หยิบดีเทลและวัสดุอันประณีตวิจิตรของคอสตูมผู้หญิงยุคโบราณมาตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์น บางชิ้นติดกลิ่นอายสตรีทเล็กๆ อย่างดีเทลการร้อยเชือกไขว้กันไปมาที่ทำให้เรานึกถึงคอร์เซ็ตที่ช่วยทำให้ผู้หญิงยุควิคตอเรียนมีเอวคอดกิ่วสุดๆ
 
ภาพจาก Elle Fashion Week 2017

 
ทีนี้เราจะแครี่ลุคเซ็กซี่มีคลาสแบบ VATANIKA ไปไหนกันดี เรานึกถึงมู้ดโกธิคในบาร์แจ๊สลึกลับอย่าง The Iron Fairies ที่มีบันไดเหล็กดัดสวยอลังการ โดยเฉพาะสาขา Central Festival Eastville ที่ซ่อนตัวอยู่ในร้าน Fat Gut’z Saloon อีกชั้นหนึ่ง เพราะชุด Ready-to-Wear ที่ผสมความหรูสไตล์โกธิคนี้จะใส่เดินห้างก่อน แล้วค่อยเลี้ยวเข้าบาร์ลึกลับก็ยังไหว
 
 
ถ้าตัดสินใจเลือกชุดได้แล้ว คืนนี้จะลงที่ไหนก็จัดไปนะจ้ะ!