Jul 20 2017

heart the city

Porous City Network โครงการแก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่เราอยากให้เป็นจริง

ปฏิบัติการเมืองพรุนที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง

ถึงเวลาหน้าฝนที่ไร ชาวกรุงทั้งหลายก็ต้องมานั่งหวาดหวั่นกับความโกลาหลที่จะเกิดขึ้นหลังฝนตก โดยเฉพาะกับเรื่องน้ำท่วมที่นับวันนับจะหนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน
 
แต่ด้วยปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพฯ นั้นเกิดจากปัญหาหลายประการทับถมกันจนดูเหมือนยากจะเยียวยา แต่กลุ่มภูมิสถาปนิกกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามทำสิ่งที่คิดว่าจะสามารถช่วยกรุงเทพฯ ได้
 
และหากสำเร็จ เราไม่เพียงจะได้เมืองที่น้ำไม่ท่วม แต่ยังได้เมืองสีเขียวกลับมาด้วย
 
 
โครงการที่ว่าก็คือ Porous City Network หรือ “ปฏิบัติการเมืองพรุน” กลุ่ม social enterprise หรือกิจการเพื่อสังคมที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่โดยกลุ่มภูมิสถาปนิกผู้รวมตัวกันด้วยความหวังว่าจะช่วยออกแบบเมืองให้อยู่ร่วมกับน้ำได้ดีขึ้นโดยผ่านการปรับปรุงพื้นที่เมืองโดยรอบให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อให้พื้นดินของกรุงเทพฯ ซึมซับน้ำได้มากขึ้น โดยโครงการนี้นำโดยคุณกชกร วรอาคม จากบริษัท Landprocess ผู้ออกแบบสวนสาธารณะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างสวนจุฬา 100 ปีนั่นเอง
 

ปฏิบัติการเมืองพรุน คืออะไร และช่วยเมืองได้อย่างไร?

หากคนที่สนใจเรื่องปัญหาการพัฒนาเมืองหน่อยจะรู้ว่า มหานครกรุงเทพฯ นั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มชุ่มน้ำ ทำให้ทุกปีมักจะประสบกับปัญหาน้ำหลาก และสถานการณ์เริ่มเลวร้ายขึ้นเมื่อเริ่มมีการพัฒนาเมืองและสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้น ทำให้เมืองเป็นพื้นคอนกรีตจนไม่สามารถซึมซับน้ำได้เหมือนผืนดินแบบเดิมอีกต่อไป
 
เปรียบเทียบดินเป็นฟองน้ำก็เหมือนกับเราไปปูนไปอุดรูต่างๆ ของฟองน้ำจนไม่สามารถซับน้ำได้อีกต่อไปนั่นเอง
 
 
และตอนนี้ยิ่งบวกกับภาวะโลกร้อน น้ำทะเลสูงขึ้นปีละถึง 25 มิลลิเมตรทุกปี แถมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างก็ทำให้แผ่นดินกรุงเทพฯ ทรุดลงทุกปี ทำให้ไม่ต้องคำนวณให้มากความว่า กรุงเทพฯ จะจมลงและเผชิญกับน้ำท่วมหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
 
ปฏิบัติการเมืองพรุนคือการที่เหล่าภูมิสถาปนิกจะเข้าไปออกแบบแปรสภาพเปลี่ยนพื้นที่รกร้าง หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นพื้นที่ซับน้ำได้โดยผ่านการปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นเพื่อนที่ซับน้ำผ่านการเปลี่ยนพื้นที่เช่นคูคลอง หรือผืนดินแข็งรอบเมืองให้เป็นพื้นที่รับน้ำได้มากขึ้น
 
 
แผนการนี้ยังหมายรวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองด้วยการพัฒนาตึกรามบ้านช่องต่างๆ ให้เป็นสวนแนวตั้งเพื่อช่วยซับน้ำฝนที่ตกลงมา โดยเฉพาะ rain garden หรือสวนน้ำฝนที่ทำหน้าที่รองรับน้ำ ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมในเมือง สวนสาธารณะ และบึงเพื่อช่วยซับน้ำด้วยอีกแรง

 
ความเท่ของโครงการนี้คือการที่โครงการนี้เข้ารอบแข่งขัน BEST Climate Practices Contest 2017 เพื่อชิงทุนสนับสนุนจากโครงการ ซึ่งสามารถเอาชนะโครงการอื่นๆ ถึง 2,789 ทีมจาก 163 ประเทศ จนเข้ามาเป็น 73 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ
 
 
และสิ่งที่โครงการนี้ต้องการคือเสียงโหวตเพื่อให้ได้เข้ารอบเพื่อนำเงินทุน start up นี้มาพัฒนาโครงการนี้ได้จริงในอนาคต และตอนนี้ต้องรีบหน่อยแล้ว เพราะโครงการกำลังจะปิดโหวตในวันที่ 26 ก.ค.นี้
ใครอยากเห็นโครงการนี้เป็นจริง ก็สามารถเข้าไปโหวตที่ลิงก์นี้ หรืออ่านวิธีการโหวตที่ลิงก์ด้านล่างได้เลย