Nov 20 2017

monthly

รวม 8 ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่น่าลองประจำเดือนพฤศจิกายนนี้

ใหม่กว่านี้ก็ดาวิกาแล้ว

Broken Eggs

 
 
ความจริงแล้ว Broken Eggs ไม่ใช่น้องใหม่ในวงการ แต่เมื่อสองเดือนก่อนเพิ่งย้ายจาก W District มาลงหลักปักฐานที่ปากซอยเอกมัย 12 เราชอบบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเองเหมือนแกสโตรบาร์ในสเปน ซึ่งเป็นสถานที่นัดเจอเพื่อนมาพรีดริงก์ (pre-drink) ก่อนออกไปท่องราตรีกันจริง ๆ จัง ๆ
 
 
เมนูอาหาร 90% เป็นทาปาสทั้งหมด โดยเชฟ Jacobo Astray ได้เพิ่มทาปาสฟิวชันให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนอีก 10% จะเป็นเมนูข้าวผัดปาเอญ่าที่เสิร์ฟเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เป็นบางสัปดาห์เท่านั้น และเหนือสิ่งอื่นใด เราไม่มีข้อกังขาในฝีมือเชฟเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเชฟเคยผ่านประสบการณ์อันเข้มข้นในครัว elBulli หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก การันตีด้วยดาวมิชลิน 3 ดวง แต่ตอนนี้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว
 
 
จานที่เราชอบมาก ๆ คือ Gambas al Ajillo (210 บาท) กุ้งผัดกับกระเทียมและน้ำมันมะกอก เสิร์ฟมาในหม้อดินคู่กับขนมปัง ซึ่งความดีเด็ดอยู่ตรงกระเทียมหลาย ๆ เท็กซ์เจอร์ทั้งกรุบกรอบและนุ่มนิ่ม หรือเขยิบไปที่เมนูฟิวชันอีกขั้น เราแนะนำทูน่าดิบ (Red Tuna Tataki) ฝานเป็นชิ้นเรียงกันอยู่บนกัวคาโมเล่ โรยหน้าด้วยมะม่วงสุกหั่นเต๋า และราดด้วยซอสพอนซึ (360 บาท) เรียกว่าเป็นการรวมตัวกันของวัตถุดิบหลายชาติ เช่น ทูน่าจากญี่ปุ่น และอาโวคาโดจากโครงการหลวง เป็นต้น

 
Broken Eggs 112/7 ปากซอยเอกมัย 12 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 17:00-23:30 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02-047-7811 BTS เอกมัย
 
 
ยี่ สับ หลก เป็นภาษาจีนกวางอิงจากเลข 26 ซึ่งเป็นชื่อของตึกห้างทองเก่าบนถนนเจริญกรุง อันเป็นที่ตั้งของตำนานบทใหม่โดยทายาทลำดับที่สองของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับเทพบนถนนพระอาทิตย์อย่างก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ยนั่นเอง
 
แน่นอนว่าทีเด็ดของที่นี่คือ เนื้อวัวตุ๋นเครื่องเทศกลิ่นดี๊ดี ที่ได้รับการถ่ายทอดสูตรดั้งเดิมมาจากร้านนายโส่ย เรื่องความนุ่มและชุ่มฉ่ำของเนื้อตุ๋นสูตรมรดกรวมถึงเนื้อกรอบของที่นี่ เราขอจัดให้อยู่ในอันดับ Top 10 ที่สายเนื้อควรมาโดน เมนูที่ดูอลังการคงหนีไม่พ้น หม้อไฟเนื้อ (350 บาท) ที่มีทั้งเนื้อตุ๋น เนื้อสันใน ลูกชิ้นและผัก หรืออยากจะสั่งเป็น a la carte จานเด็ดมาเพิ่ม เช่น เนื้อกรอบ (100 บาท) ผ้าขี้ริ้ว (80 บาท) และหมูสไลด์ (100 บาท) ก็ได้เหมือนกัน ส่วนใครที่ชอบเนื้อแบบเปื่อยๆ เราขอแนะนำให้สั่งเนื้อโกเบตุ๋น (120 บาท) รับรองว่าฟินลืม
 
 
อีกเมนูที่เราชอบคือ ข้าวเนื้อตุ๋นและเอ็นตุ๋นอบหม้อดิน (220 บาท) ใช้เนื้อเกรดดีที่ตุ๋นกันข้ามคืนจนนุ่มและหอม นำมาอบหม้อดินร้อนๆ ให้ข้าวติดกลิ่นไหม้นิดๆ หรือใครอยากมาลองเมนูออริจินัลของที่นี่อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อกรอบ (120 บาท) ก็อร่อยเด็ดไม่ต่างจากร้านนายโส่ยที่ถนนพระอาทิตย์ซักเท่าไหร่เลยล่ะ

 
Yih Sahp Luhk ยี่สับหลก 19/2 ถ.เจริญกรุง วังบูรพาภิรมย์ เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-23:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 062-545-9293
 
 
บาร์ที่จริงจังเรื่องคราฟต์เบียร์พอ ๆ กับเรื่องทาโก้ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาของร้านเบียร์ในตำนานจากประเทศเดนมาร์ก แต่รอบนี้จัดเต็มสุดทางด้วยการแต่งร้านให้เป็นโฮมบาร์กลิ่นอายเม็กซิกัน ไม่ว่าจะผนัง ประตู หน้าต่าง เก้าอี้ ไปจนถึงแท็ปคราฟต์เบียร์ เลยถูกละเลงด้วยสีรุ้งเรนโบว์เบอร์เต็ม
 
 
เมนูทาโก้ที่เราชอบที่สุดเห็นจะเป็น ทาโก้ปลา (280 บาท) ใช้เนื้อปลา Berracuda ทอดกรอบ ๆ ราดด้วยซอสสไปซี่มาโย ที่ดีงามมากคือมีซอสให้เลือกแบบจุใจ แถมเราขอการันตีเลยว่าทาโก้ที่นี่เป็นแบบเม็กซิกันแท้ ๆ แน่นอน แท้ขนาดไหนดูได้จากเฮดเชฟที่นี่อย่าง Jimmy Rojas Lopez หนุ่มเม็กซิกันผู้คร่ำหวอดในวงการร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินจากสเปน
 
 
ในส่วนของเครื่องดื่มที่มีให้เลือกถึง 20 แท็ป ก็จะมีทั้งคราฟต์เบียร์จาก Mikkeller เช่นตัวเด็ด ๆ คือ Mikkeller SD Mango Berliner Weisse (360 บาท) นอกจากนั้นก็ยังมีทั้งไซเดอร์ออนแท็ป ไปจนถึงมาการิต้าออนแท็ปเลยก็มี เราชอบ Tacochela Passion Margarita (260 บาท) ซิกเนเจอร์อีกตัวของร้านนี้โดยเฉพาะ เด็ดแค่ไหนอยากให้ไปลองด้วยตัวเอง

 
TacoChela By Mikkeller ซ.อารีย์สัมพันธ์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ อังคาร-พฤหัสบดี 17:0-23:00 น. และศุกร์-เสาร์ 17:00-00.00 น. BTS อารีย์ 
 
 
ร้านอาหารไทย-อีสานผสมผสานกับอิซากายะญี่ปุ่นของคุณขนมเข่ง-พฤติพร สินธวานนท์ ที่นำเสนอเมนูลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นบ้านเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 70 ปี แต่คุณขนมเข่งจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ จนกลายมาเป็นร้านอาหารที่ยังคงความเรียบง่ายเอาไว้อย่างลงตัว และยังคงโทนสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่ทั้งเจ้าของเก่าและคุณขนมเข่งชื่นชอบ ทั้งยังส่งต่อไปเป็นแรงบันดาลใจในสีของอาหาร โดยการใช้อัญชันที่ปลูกอยู่ในบ้านนั่นเอง
 
 
ทีเด็ดคือความม่วงนวลในแทบทุกเมนู เริ่มจากของทานเล่นกรุบๆ กริบๆ กุ้งเทมปุระอัญชัน (189 บาท) หรือจะเป็นเซ็ตอาหารกลางวันอย่างชุดปีกไก่แซ่บกับข้าวเหนียวอัญชันหอมๆ (129 บาท) ก็น่าลองไม่แพ้กัน  นอกจากนี้ยังมีชุดข้าวหน้าแซลมอน (199 บาท) แซลมอนเนื้อแน่นนุ่มนำเข้าจากนอร์เวย์ เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะร้อนๆ แต่ถ้าไม่หิวมากก็สั่งเมนูง่ายๆ เช่น ป่อเปี๊ยะลาบแซลมอน (149 บาท) พล่าแซลม่อน (199 บาท) หรือชุดยากิโทริ 12 ไม้ (349 บาท) มาหม่ำได้ด้วย
 
 
เครื่องดื่มก็ยังคงความม่วงไว้ด้วยน้ำอัญชัน (29 บาท) น้ำอัญชันมะนาว (49 บาท) และชาข้าวคั่วอัญชัน (39 บาท) ที่หอมได้ใจเรามากจริงๆ

 
Raan Keng ร้านเข่ง ประดิพัทธ์ 14 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 12:00-14:00  น. และ 18:00-00:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02-279-1555 BTS สะพานควาย
 
 
ใครที่เป็นแฟนคลับร้าน Iberry อยู่แล้ว หรือใครเป็นขาประจำร้านอาหารไทยรสจัดอย่างกับข้าวกับปลา ก็น่าจะถูกใจร้านนี้เป็นพิเศษ เพราะ Cafe Pla คือส่วนผสมที่ลงตัว อยู่ตรงกลางระหว่างการเป็นร้านอาหารและคาเฟ่แบบไม่ต้องรู้สึกรักพี่เสียดายน้องแต่อย่างใด โดยครึ่งหนึ่งของอาหารที่นี่เป็นอาหารนานาชาติที่ปรับปรุงสูตรให้คนไทยกินได้ ฝรั่งกินดี ด้วยฝีมือคุณปลาเองล้วน ๆ กลายมาเป็น All-day Dining ที่ควรค่าแก่การฝากท้องเวลามาเดินสยามเป็นที่สุด 
 
 
เริ่มต้นจากของทานเล่นเบา ๆ อย่าง Shrimp on a Stick (320) กุ้งพันอ้อยเสิร์ฟพร้อมหมี่อัญชัน รสชาติผู้ดี ๆ ในส่วนของเมนูอาหารจานหลัก เราอยากให้ลองบะหมี่ต้มยำมะนาวสด ซี่โครงอ่อน ลูกชิ้นปลา (195 บาท) ชื่อเมนูมายาวมาก จัดเต็มไม่แพ้เครื่องในชามที่กินคนเดียวอาจไม่หมด อีกเมนูห้ามพลาดต้องยกให้ Pesto Fettuccini with Prawn & Calamari (260 บาท) ที่ใช้เฟตตูชินี่เส้นสดฉบับโฮมเมด ใครที่ชอบเส้นพาสต้าหนุบหนับต้องกรีดร้อง
 
 
เมนูเครื่องดื่มของที่นี่เลยมาแบบหน้าตาดีและรสชาติไม่ผิดหวัง เราชอบ Guava Salted Plum (135 บาท) น้ำฝรั่งหวาน ๆ ตัดด้วยน้ำบ๊วยรสเค็ม กับอีกแก้วคือ Iced Hojicha (140 บาท) ที่รสชาติดีจนอยากสั่งเบิ้ลอีกแก้ว

 
Cafe Pla ชั้น M Siam Center ถ.พระราม 1 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 02-251-3596 BTS สยาม
 
 
ใครที่ยกมือบอกว่าตัวเองเป็นคอคราฟต์เบียร์ตัวจริง ยังไงก็ต้องรู้จัก Stone Brewing คราฟต์เบียร์ในตำนานจากสหรัฐอเมริกาแน่นอน เราถือว่า Stone เป็นหนึ่งในคราฟต์เบียร์ไม่กี่ตัวที่อร่อยแบบไม่ต้องสงสัยและไม่ต้องคิดเยอะ แต่มีความพีคเกิดขึ้นในย่านเสนาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ทำเอาเรากรีดร้องปล่อยเสียงแปดหลอดพร้อมปรบมือรัว เพราะร้านเบอร์เกอร์และคราฟต์เบียร์ในตำนานอย่าง Jim's Burger ได้รวมร่างกับแก๊ง Beervana ทำให้ร้านนี้กลายเป็น Stone Bar อย่างเต็มรูปแบบ
 
 
ตู้คราฟต์เบียร์สดทั้งหมด 8 แท็ปจึงถูกยึดพื้นที่แบบไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงด้วยคราฟต์เบียร์อิมพอร์ตจาก Stone Brewing ล้วน ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ (เอาจริง ๆ ก็เกือบทั้งหมด) จะเป็นเบียร์สไตล์ IPA ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าคอคราฟต์เบียร์สายแข็งน่าจะยิ้มกรุบกริบแล้วสั่งกันแบบรัว ๆ  เรียกได้ว่าเป็นการยึดครองพื้นที่โดยสันติแบบไม่ต้องใช้เพลงคืนความสุขแต่อย่างใด 
 
 
แล้วก็ไม่ต้องถามต่อให้มากความว่าเมนูไหนที่เหมาะกินคู่กับเบียร์จาก Stone Brewing ที่สุด เราขอยกให้เบอร์เกอร์ของร้านนี้อย่าง The Poseidon (180 บาท) เบอร์เกอร์ปลาชุบแป้งทอดกรุบกรอบ แถมด้วยอีกตัวคือ  El Nino (260 บาท) เบอร์เกอร์แผ่นแป้งตอติญ่าที่การันตีด้วยรางวัล The Great American Burger พูดขนาดนี้แล้วยังอดใจไหวอยู่อีกหรอ ?

 
Jim's Burger x Stone Bar ซ.เสนานิคม 1 เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-00:00 น. โทร. 02-002-3343
 
 
ไทยคาเฟ่แห่งแรกในซอยอารีย์ ถึงจะเป็นคาเฟ่ไซซ์เล็กกะทัดรัด แต่ก็ครบครันเกินตัวทั้งบาร์เครื่องดื่มที่มีคุณบอล-ภควัต สาริกานนท์ เป็นเจ้าของร้านและมีดีกรีเป็นถึง Q-Grader กาแฟตัวจริง เลยไม่แปลกใจที่กาแฟร้านนี้จะมีรสชาติกลมกล่อมลงตัว เพราะเลือกใช้เมล็ดเบลนด์จากบราซิล ไทย ลาว และเอธิโอเปีย
 
 
เราชอบโตนดมัคคิอาโต้เย็น (95 บาท) ให้ความหวานด้วยคาราเมลไทย คือน้ำตาลโตนดเคี่ยว ท็อปข้างบนด้วยครีมกะทิ รสชาติดีแบบไม่ผิดหวัง หรือถ้าไม่ดื่มกาแฟ เราแนะนำนมม่วงร้อน (70 บาท) ความพีคคือเสิร์ฟมาในแก้วเบญจรงค์ ไทยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
 
 
ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือไอศกรีมโฮมเมดจากวัตถุดิบไทย ๆ อาทิ รสขนมตาล ที่ใช้เนื้อขนมตาลมาทำเป็นไอศกรีมรสหอมหวาน กับอีกรสที่อยากให้ลองคือรสชาชัก ใช้ชาใต้ ชาชีลอน และชาเบลนด์ มาชักให้เกิดการ oxidation แล้วเอาไปทำเป็นไอศกรีมรสชาติแตกต่าง ในจุด ๆ นี้สามารถสั่งแบบเป็นสกู๊ปเดี่ยว ๆ (70 บาท) ก็ได้นะ

 
Onedee Cafe 29 ซ.อารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 10:00-22:00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8:30-22:00 น. โทร. 094-146-4049 BTS อารีย์

Ong Tong Khao Soi

 
 
ติดกันกับวันดีคาเฟ่ คือร้านเด็ดซอยอารีย์ที่เราตามหามานาน เพราะนี่คือร้านอาหารเหนือเลเวล 99 ที่ซอยอารีย์ไม่เคยมีมาก่อน ชื่อร้านว่า "อองตอง" มีที่มาจากภาษาเหนือหมายถึงสีเหลืองโทนอุ่น เข้ากันกับการตกแต่งร้าน ส่วนที่มาของสูตรเด็ดเคล็ดลับก็ส่งตรงมาจากเชียงใหม่โน่น และที่น่าแปลกใจคือรสชาติทุกจานเข้าปากคนกรุงเทพ ฯ อย่างเราเสียเหลือเกิน
 
 
ถึงขนาดตั้งชื่อร้านว่าอองตองข้าวซอย ถ้ามาถึงแล้วไม่สั่งข้าวซอยมากินจะถือเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเลยควรสั่งข้าวซอยไก่ (69 บาท) ความดีงามคือน่องไก่ไซส์ใหญ่จัดเต็ม น้ำซุปข้าวซอยเน้นกะทิรสจัด เข้มข้น หอมสมุนไพร ส่วนใครที่เบื่อข้าวซอยแบบปกติ เราอยากแนะนำเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือข้าวซอยคั่วแห้งเนื้อน่องลาย (109 บาท) นอกจากให้คะแนนความเผ็ดทะลุเพดาน ยังต้องให้คะแนนความนัวของการเอาเส้นข้าวซอยไปผัดกับไข่และเครื่องแกง แถมหอมกลิ่นเผากระทะจนคนที่มาด้วยกันต้องเดินไปสั่งเบิ้ลอีกจาน
 
 
ส่วนเมนูที่เราไม่อยากให้พลาดเด็ดขาดคือ ปูอ่อง (79 บาท) แรร์ไอเท็มที่คนเหนือแท้ ๆ ยังหากินยาก ใช้มันปูนามาย่างจนหอม จิ้มกินกับข้าวเหนียวจะเวิร์กที่สุด ปิดท้ายด้วยเมนูบ้าน ๆ แต่รสชาติฟินลืม คือหมูทอดและน้ำพริกหนุ่ม (79 บาท) ถึงไม่ใช่คนรักอาหารเหนือก็ต้องรักเมนูนี้แน่นอน

 
Ong Tong Khao Soi 21 ซ.อารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 10:30-21:00 น. BTS อารีย์