Apr 27 2018

movies

ชวนดู 10 หนังเอเชียที่ตบเท้าเข้าแถวมายั่วให้เราอยากตีตั๋วเข้าไปดูในโรงหนัง

ดูแล้วอินสุดอะไรสุด หนังเอเชียเนี่ย
นอกจากหนังฮอลลีวูดจะจ่อคิวเข้าโรงจนแทบจะไม่มีเวลาไปเจอใครเพราะต้องไปดูหนังแล้ว เราค้นพบว่าช่วงกลางปีนี้มีหนังเอเชียจากชาติต่าง ๆ รอคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์หลายเรื่องมาก แถมแต่ละเรื่องก็น่าดูจนแทบจะต้องกาปฏิทินเอาไว้ย้ำ ๆ ว่าจะพลาดไม่ได้เลยนะ และนี่คือหนังเอเชียที่เราตั้งใจไว้ว่าจะไปดูในโรงให้ได้เลย
 

Tonight at Romance Theatre 

กำหนดฉายในไทย 3 พ.ค. 61

 

 
เรื่องแรกที่อยากจะแนะนำคือหนังเรื่องใหม่ของพ่อหนุ่มสุดหล่อ เคนทาโร่ ซากากุจิ กับนางเอกสุดสวยผู้มีฐานแฟนคลับในไทยเยอะพอสมควรอย่าง ฮารุกะ อายาเสะ ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าฉายที่ญี่ปุ่นนี่ถึงกับทำรายได้แซงหน้า "ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ" เลยนะ เรื่องราวของหนุ่มนักฉายหนังที่แอบตกหลุมรักนางเอกในภาพยนตร์ขาวดำเรื่องหนึ่ง เขาจะเปิดดูมันบ่อย ๆ และเคลิ้มคนเดียว จนวันหนึ่งที่โรงหนังถูกฟ้าผ่า นางเอกในจอก็หลุดออกมาในโลกแห่งความจริง ซึ่งถ้าเขาทั้งสองคนแตะตัวกัน เธอจะต้องหายไป

น้อง พี่ ที่รัก

กำหนดฉายในไทย 10 พ.ค. 61

 

 
จำได้ลาง ๆ เหมือนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่งเปิดกล้องไปเมื่อต้นปีนี้เอง เผลอแป๊บเดียวก็เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์กันแล้ว GDH ยังคงเพลย์เซฟผลิตหนังแนวคอมาดี้ที่ตัวเองถนัดออกมาให้เราได้ชมกันอีกครั้ง รวมถึงดารานำก็ยังเป็นซันนี่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนั่นแหละ แต่คราวนี้น่าสนใจหน่อยเพราะมีญาญ่า-อุรัสยา และนิชคุณ หรเวชกุล มาร่วมแสดงด้วย เรื่องราวของ ชัช (ซันนี่) พี่ชายของ เจน (ญาญ่า) ที่ชอบทะเลาะกันตลอดเวลาเพราะเจนทำตัวเหมือนแม่มากกว่าเป็นน้องสาว ส่วนชัชก็ทำตัวเป็นภาระมากกว่าเป็นพี่ชาย สุดท้ายวันที่เจนจะมีแฟนลูกครึ่งญี่ปุ่นชื่อ โมจิ (นิชคุณ) ก็ดันถูกชัชขัดขวางไว้เสียนี่ เพราะอะไรที่น้องฉอปปี้ พี่จะคอยทำลาย ! แฟนพันธุ์แท้ค่ายหนังค่ายนี้ก็เตรียมเสียเงินกันได้นะ

Kids on the slope

กำหนดฉายในไทย 31 พ.ค. 61

 

 
ปีนี้ทีภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากมังงะเยอะทีเดียว แต่เรื่องหนึ่งที่เราอยากดู (และเข้าฉายในไทยด้วย) ก็คือเรื่องนี้ที่ดัดแปลงมาจากอนิเมะแจ๊สนี่แหละ ความดีงามของเรื่องนี้คือได้ดาราวัยรุ่นชื่อดัง 3 คนมาเจอกัน ทั้งนานะ โคมัตสึ ที่เคยทำเราร้องไห้น้ำตาท่วมโรงไปแล้วกับ Tomorrow I will date with yesterday's you ไทชิ ทาคากาวะ ที่ผลงานล่าสุดอย่าง RELIFE ของเขาก็เพิ่งเข้าโรงบ้านเราในช่วงเทศกาลหนังญี่ปุ่นไป และยูริ จิเน็น สมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดังอย่าง Hey! Say Jump นั่นเอง เรื่องราวระหว่างเพื่อนสามคน กับการตั้งวงดนตรีแจ๊ส และรักสามเส้า 

Be With You

กำหนดฉายในไทย 21 มิ.ย. 61

 

 
ยังจำหนังญี่ปุ่นสุดซึ้งเรื่อง Be with you เมื่อ 10 ปีก่อนได้ไหม ? เรื่องของภรรยาที่เสียชีวิตไป แล้ววันหนึ่งเธอก็กลับมาในฤดูฝน เสียแต่ว่าเธอจำไม่ได้เลยว่าสามีและลูกชายของเธอเป็นใคร เขาทั้งสองคนจึงต้องทำทุกวิถีทางให้ภรรยาและแม่จำความรักของครอบครัวให้ได้ แต่เมื่อเธอเริ่มจำได้ ฤดูฝนก็กำลังจะจากไป และเธอก็ต้องจากไปพร้อมฤดูฝนเช่นกัน หนังเรื่องนี้กำลังจะถูกเกาหลีรีเมกอีกครั้ง ความน่าสนใจอยู่ที่ได้ซนเยจิน มาประกบคู่กับ โซจีซอบ ซึ่งมีฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่นทั้งคู่ เหลือก็แค่มาลุ้นกันว่าจะยังสนุกและซึ้งเหมือนเดิมไหม แต่คิดว่าฝีมือเกาหลีต้องเรียกน้ำตาได้ดีแน่ ๆ

Inuyashiki

กำหนดฉายในไทย 21 มิ.ย. 61

 

 
คุณลุงไซบอร์กสุดมันกลับมาแล้ว อีกหนึ่งหนังญี่ปุ่นที่สร้างมาจากมังงะที่เราอยากดู นอกจากการมีตัวเอกเป็นคุณลุงแก่ ๆ คนหนึ่งแล้ว ความสนุกก็อยู่ที่เนื้องรเื่องสุดบรรเจิดนี่แหละ เรื่องราวของ อินุยาชิกิ อิจิโร่ ชายวัยชราที่กำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งและถูกมองว่าเป็นคนที่กำลังจะหมดคุณค่าของชีวิตลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่มีบางสิ่งบางอย่างตกลงมาจากท้องฟ้าในตอนกลางคืน  เขาได้รับบาดเจ็บแต่ก็มีบางอย่างที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเขาไปตลอดกาล การ์ตูนเล่มนี้มี 10 เล่มจบเท่านั้น แปลว่าหนังก็จะไม่ลดทอนเรื่องราวมากแน่ ๆ ฉะนั้นขอบอกเลยว่าเราคาดหวัง !

Laplace's Witch

กำหนดฉายในไทย 19 ก.ค. 61

 

 
นอกจากภาพยนตร์ที่สร้างจากมังงะแล้ว เรายังจะได้ดูหนังญี่ปุ่นที่สร้างมาจากนวนิยายโดยนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่นอีกด้วย Laplace's Witch สร้างจากนิยายของ Keigo Higashino นักเขียนที่โด่งดังในเรื่องของการหักมุมในตอนจบ เรื่องราวโดยย่อเกิดจากวันหนึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีเหตุคนตาย 2 คนด้วยก๊าซชนิดเดียวกันแต่คนละที่ พระเอกที่เป็นเป็นนักเคมีต้องมาทำการสืบสวนตามคำขอของตำรวจ ระหว่างนั้นเขาก็พบกับสาวผู้มีญาณทิพย์รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และเหมือนว่าจะเจอบุคคลผู้ต้องสงสัยเสียแล้ว

Mirai no Mirai

กำหนดฉายในไทย 2 ส.ค. 61

 

 
อนิเมะอีกเรืิ่องที่น่าดู และเข้าโรงบ้านเราด้วยแน่ ๆ คือ Mirai no Mirai (มิไรแรก เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอนาคต ส่วนมิไรหลัง คือชื่อของตัวละคร) เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่มีลูกชายอายุสี่ขวบ คุนจังเอาแต่ใจตัวเองสุด ๆ กำลังจะมีน้องสาวที่ชื่อ มิไร ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนน้องสาวแย่งความรักจากครอบครัวไป เด็กน้อยที่ไม่คิดว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้จึงเริ่มสับสน แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบ มิไร ที่เดินทางมาจากอนาคต! ดูเนื้อเรื่องแล้วน่าจะจริงจังไม่น้อย และเชื่อว่าจะต้องเจอกับภาพสวย ๆ แน่นอน

Soccer Killer

กำหนดฉายในไทย 23 ส.ค. 61

 

 
หลังจากได้ดูนักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ของโจวซิงฉือเมื่อนานมาก ๆ มาแล้ว ก็ยังติดใจในความสนุกและความตลกของหนังนักบอลปทะทะกำลังภายในสไตล์จีน ๆ อยู่เลย มาปีนี้เหมือนว่าจะมีหนังสไตล์เดียวกันนี้เข้าโรงให้เราได้ไปบริหารขากรรไกรอีกครั้ง ความเพี้ยนของหนังเรื่องนี้คือการย้แนไปสมัยราชวงศ์ชิง ที่หาบรรดายอดฝีมือมารวทีมฟุตบอลกัน (แค่นี้ก็เพี้ยนแล้วหนึ่งดอก) ซึ่งคนในทีมก็มีทั้งโจรป่า จอมยุทธ (เพี้ยนดอกที่สอง) ซึ่งจะต้องไปเตะสู่กับทีม เอ็กซ์เมน และ อเวนเจอร์ส ด้วย (เนี่ย เพี้ยนดอกที่สามคือสุด ๆ) แค่นี้ก็อยากเข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าเรื่องราวจริง ๆ จะเป็นอย่างไรกันนะ

Tabineko Report

กำหนดฉายในไทย 29 พ.ย. 61

 

 
ทาสแมวมาแล้ววว หลังจากที่เราได้ดูหนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับแมว ๆ มาหลายเรื่อง ตั้งแต่ "ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้" ไปจนถึง "เจ้าเหมียว...อยู่ไหน" สิ้นปีนี้เราจะได้ดูหนังแมว ๆ อีกครั้ง Tabineko Report เล่าเรื่องผ่านเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นำแสดงโดย ฟุกุชิ โซตะ และนานะ แมวลายวัวของเขา วันหนึ่งหนุ่มโซตะเกิดปัญหาเลี้ยงนานะต่อไม่ได้แล้วเลยจำต้องตามหาคนเลี้ยงคนใหม่ ระหว่างทางที่ตามหานั้นก็ทำให้เขาได้พบกับผู้คนมากมาย แม้จะรู้เรื่องย่อเพียงสั้น ๆ แต่ความน่ารักของน้องเหมียวก็ชวนให้เราตีตั๋วเข้าไปดูแล้วแหละ

Burning

กำหนดฉายในเกาหลี กลางปีนี้

 

 
เรื่องสุดท้ายที่เราอยากดูมาก ๆ แต่เสียดายที่ยังไม่มีแผนจะเข้าฉายในประเทศไทย (รวมถึงที่เกาหลีเองก็ยังไม่เข้าฉายเช่นกัน) เพราะหนังเกาหลีเรื่อง Burning นี้ถูกดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของฮารุกิ มุราคามิ ที่ชื่อ Barn Burning สามารถหาอ่านได้ในฉบับภาษาไทยชื่อ "มือเพลิง" ในเล่ม "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" เล่าเรื่องราวของสองหนุ่มขบถ และหนึ่งสาวนางแบบ ที่ทั้งสามคนมีเป้าหมายเดียวกันคือวางเพลิงโรงนาต่าง ๆ นำแสดงโดยนักแสดงชื่อดังอย่างยูอาอิน สตีเฟน หยวน และนักแสดงหน้าใหม่จยอนจองโซ หวังว่าจะได้มีโอกาสดูในโรงบ้านเราสักครั้งนะ