Mar 07 2018

movies

รวม 4 ซีรีส์ใหม่ ๆ น่าติดตามที่เราจะได้ฟังเพลงสมัย 80s-90s ประกอบไปด้วย

สนุกอย่างเดียวไม่พอ เพลงต้องดีด้วย

บทความนี้มีสปอยล์

Stranger Things

 
สถานะ: ตอนนี้มี 2 ซีซัน ตัวซีรีส์ยังไม่จบ
 
 
ซีรีส์วิทยาศาสตร์เหนือจินตนาการ Stranger Things นี้เล่าเหตุการณ์หายตัวไปอย่างไรร่องรอยของเด็กชาย Will Byers ในเมือง Hawkins แม่ของเด็กน้อยจึงต้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัว แก๊งเพื่อน และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อตามหาลูกชาย แต่แล้วก็ดันพบกับเด็กสาวหัวเกรียน ไม่มีชื่อ แต่มีเลข 11 อยู่ตรงข้อมือแทน ซึ่งพอหาไปหามา สุดท้ายไปเจอเด็กชาย Will อยู่ที่โลกคู่ขนานอันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดดึ๊ก ๆ ดึ๋ย ๆ แต่ก็ช่วยออกมาได้สำเร็จในตอนจบซีซันแรก
 
ซีซัน 2 เป็นเรื่องราว 1 ปีต่อมา หลังจากที่พลิกแผ่นดินตามหาจนพาเด็กชาย Will กลับบ้านมาได้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าความมืดมนในเมือง Hawkins จะจบลงง่าย ๆ เพราะเด็กชาย Will ยังอ้วกออกมาเป็นเมือกเอเลียนโดยที่ไม่มีใครรู้ และเป็นจุดเริ่มต้นความวุ่นวาย (อีกครั้ง) ที่จะกล้ำกรายเข้ามาหาทุกคน นอกจากนี้ ความลับเรื่องครอบครัวของเด็กประหลาด 11 ได้ถูกเปิดเผยในภาคนี้ แต่ตัวซีรีส์ผูกปมเอาไว้ให้เรารอดูในซีซัน 3 ต่อไป 
 
The Clash
 
เราจะได้ฟังอะไรบ้าง ? กลับมาฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลยสำหรับเพลง Should I Stay or Should I Go ของ The Clash ที่ถือเป็นซาวด์แทร็กสำคัญในภาคแรก ทั้งฉากที่พี่ชายของ Will Byers แนะนำให้เขาฟัง และฉากที่ตัวเด็กน้อยเองรำพึงรำพันตอนเกือบสิ้นลมหายใจ
 
นอกจากนี้ยังมีเพลง Every Breath You Take ของ The Police, A Hazy Shade of Winter ของ The Bangles และ Time After Time ของ Cyndi Lauper อีกด้วย ยอมใจ เลือกใช้เพลงและทำเพลย์ลิสต์ได้ดีจริง ๆ

Everything Sucks

 
สถานะ: ตอนนี้มี 1 ซีซัน ตัวซีรีส์ยังไม่จบ
 
 
Everything Sucks ที่เซ็ตช่วงเวลาอยู่ใน 80s-90s ที่แท้ทรู เล่าเรื่องราวของเด็กกลุ่มหนึ่งในโรงเรียนมัธยม Boring High School (ชื่อนี้จริง ๆ) ที่ผสมปนเปบุคลิก พฤติกรรม และพื้นฐานครอบครัวหลาย ๆ แบบ เช่น Luke O'Neil เด็กชายผิวสี กำพร้าพ่อ และ geek เรื่องกล้องกับการถ่ายหนัง Kate Messner ลูกสาวครูใหญ่ของโรงเรียน กำพร้าแม่ และไม่แน่ใจในรสนิยมทางเพศของตัวเอง และ Emaline หญิงที่กำลังแตกเนื้อสาว รักการแสดง และชอบเรียกร้องความสนใจ เป็นต้น

 
เส้นเรื่องในซีซัน 1 คือ เด็ก ๆ เหล่านี้พากันถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยตนเองในนาม A.V. Club และ Drama Club ซึ่งระหว่างถ่ายทำก็มีทั้งโมเมนต์น่ารัก ๆ ความวุ่นวาย ความไม่เข้าใจกัน และความสับสนของวัยรุ่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราชอบที่ช่วงเวลาในซีรีส์ยังเป็นยุคม้วนวีดีโอ วอล์คแมน แผ่นเสียง และเทปคาสเซ็ทอยู่เลย ดูแล้วแฮปปี้มาก ๆ เลยแหละ
 
Oasis
 
เราจะได้ฟังอะไรบ้าง ? บอกตรง ๆ เลยว่า Everything Sucks นี่แหละเป็นซีรีส์ที่บันดาลใจให้เราเขียนบทความนี้ ! พีคตั้งแต่ตอนแรก ๆ เลยกับเพลงดังของ Oasis อย่าง Wonderwall ที่ Luke พระเอกตัวน้อยของเราได้ถ่าย music video ขึ้นมาในแบบของตัวเองเพื่อขอ Kate สาวน้อยนางเอกเดทกันครั้งแรก แถมสาวน้อยยังเทสต์ดนตรีดีสุด ๆ เพราะเธอชื่นชอบ Tori Amos เอามาก ๆ เตรียมฟัง Cornflake Girl ได้เลยแหละ
 
นอกจากนี้ยังมีเพลงของ The Mighty Mighty Bosstones, Blues Traveler, Weezer, Ace of Base ฯลฯ อยากให้มีใครสักคนจัดปาร์ตี้ธีมซีรีส์เรื่องนี้ รับรองว่าเราไม่พลาด !

13 Reasons Why

 
สถานะ: ตอนนี้มี 1 ซีซัน ตัวซีรีส์ยังไม่จบ
 
 
13 Reasons Why พาเราไปเยือน Liberty High School เมื่อ Hannah Baker นักเรียนมัธยมได้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย และอัดเทปทิ้งเอาไว้ 7 ม้วนให้เพื่อนร่วมชั้นได้ฟังเรื่องราวของเธอและต้นเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยความพังอันน่าเศร้าของชีวิตนักเรียนและการกลั่นแกล้งชนิดที่ติดเรท 16+ และอีกตัวละครที่เดินหมากสำคัญคือ Clay Jensen เพื่อนหนุ่มที่ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังแต่ไม่ได้บอก ซึ่ง Hannah มีเทปม้วนของหนุ่มรายนี้ด้วย
 
ปริศนาความน่าสงสัยเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวที่เกี่ยวข้องกับการตายของ Hannah นี่แหละที่ทำให้เราเบรคแตก แบบว่าดูแต่ละตอนจบแล้วต้องดูต่อไปเรื่อย ๆ และเรื่องราวก็ค่อย ๆ ดาร์คขึ้นในทุก ๆ ตอน ซีรีส์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีของ Jay Asher ในชื่อเดียวกัน และยังมีศิลปินสาววัยรุ่นแห่งยุค Selena Gomez เป็นโปรดิวเซอร์อยู่เบื้องหลังด้วยนะ
 
The Alarm

 
เราจะได้ฟังอะไรบ้าง ? เพลงที่เก่าพอจะเข้าข่าย 80s-90s ได้ก็คงจะมี The Stand ของ The Alarm ในฉากที่พระเอกเค้นความจริงจากเพื่อนสนิทว่าเขาฆ่านางเอกจริง ๆ เหร๊อ (เสียงสูง)
 
แต่เพลงที่ฮิตเป็นพลุแตกจริง ๆ คงหนีไม่พ้น The Night We Met ของ Lord Huron และ Love Will Tear Us Apart ของ Joy Division ที่ไม่ได้เก่าขนาดนั้น แต่เพราะ อยากบอก เพราะซีรีส์เรื่องนี้เพลงดีจริง ๆ /พนมมือกราบ

Riverdale

 
สถานะ: ตอนนี้มี 2 ซีซัน ตัวซีรีส์ยังไม่จบ
 
 
Riverdale เล่นกับพล็อตมหาชนอย่าง "เรื่องฉาวในเมืองเล็ก" ที่ยังไงก็แพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์หลักของซีซัน 1 คือการสืบหาฆาตกรที่สังหาร Jason Blossom ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลคนรวยในเมือง Riverdale เข้าอีหรอบเดิมที่ตำรวจพึ่งพาอะไรไม่ได้ แก๊งเด็กมัธยมที่ประกอบด้วยพระเอกหัวแดง Archie Andrews, เพื่อนพระเอก Jughead Jones และ 2 สาว Veronica Lidge กับ Betty Cooper ก็ต้องสืบหาคนร้ายเอง ซึ่งซีซัน 1 จบด้วยการคลี่คลายหาตัวคนร้ายจนเจอ แต่ก็มีคดีใหม่ให้เด็ก ๆ อยู่เป็นสุขไม่ได้นาน
 
ลากมาถึงซีซัน 2 ที่ออกทะเลหน่อย ๆ ไม่ค่อยสนุกเหมือนซีซันแรก คราวนี้เป็นการตามหาคนร้ายที่ยิงพ่อของพระเอกหัวแดงในอเมริกันไดเนอร์ และก็มีเรื่องราวเวรกรรมเกิดขึ้นมากมาย เปลี่ยนฝ่าย เปลี่ยนฝั่ง ต่าง ๆ นานา เหตุผลที่ยังดูอยู่คือเพลงดี และแฟชันสวย ถ้าหมดจากนี้ก็คงต้องลาขาดกันแล้ว
 
Donna Summer
 
เราจะได้ฟังอะไรบ้าง ? ซีรีส์เรื่องนี้มีเอกลักษณ์คือ Original Music เป็นของตัวเอง ทั้งจากพระเอกผมแดง และวงแมวยั่วสวาท (ที่เปลี่ยนสมาชิกบ่อยม๊าก) Josie and the Pussycats แต่ก็ยังมีเพลงดังอย่าง I Feel Love ของ Donna Summer, Kids in America ของ Kim Wilde และ Milkshake ของ Kelis ในเวอร์ชันคัฟเวอร์ เราว่าฟังแล้วลื่นหูไปอีกแบบ โมเดิร์นกว่าเดิมเยอะ แต่ก็ยังมีเสน่ห์ของเพลงเก่าอยู่ไม่จางเลย