Jan 23 2018

movies

Soimilk Picks ! ซึมซับความนิปปอนกับ 6 หนังน่าดูใน Japanese Film Festival 2018

คอนนิจิวะจ้า

รู้สึกไหมว่าช่วงนี้ความญี่ปุ่นนั้นป๊อปเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ BNK48 ที่สืบทอดความกุ๊กกิ๊กต่อจากรุ่นพี่ AKB48 จนคนกรุงเทพ ฯ ให้คุกกี้ทำนายกันไปทั่ว รวมถึง Japan Expo งานแฟร์สัญชาติญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียก็กำลังจะจัดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์นี้ (26-28 ม.ค.)
 
 
ต่อจากนั้นติด ๆ กันเลยก็เป็นคิวของ เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น หรือ Japanese Film Festival (JFF) ที่เวียนกลับมาพบปะคอหนังชาวไทยเป็นประจำทุกปี ซึ่งครั้งที่ 41 นี้จัดตั้งแต่ 2 ก.พ. ถึง 11 มี.ค. โดยมีตารางเดินสายฉายเริ่มจาก กรุงเทพฯ (2-11 ก.พ. ที่ SF World Cinema, CentralWorld) เชียงใหม่ (23-25 ก.พ. ที่ SFX Cinema, Maya เชียงใหม่) โคราช (2-4 มี.ค. ที่ SFX Cinema, CentralPlaza นครราชสีมา) และ ภูเก็ต (9-11 มี.ค. ที่ SFX Cinema, CentralFestival ภูเก็ต)
 
ปีนี้ JFF ก็ยังจัดเต็มเหมือนเดิมด้วยภาพยนตร์ญี่ปุ่นคัดสรรถึง 11 เรื่องครบทุกรส ไม่ว่าจำเป็นหนังชีวิต หนังรักโรแมนติก หนังตลกเบาสมอง หนังแอคชัน/สืบสวน แอนิเมชัน สารคดี ไปจนถึงหนังอิงประวัติศาสตร์ ทีมนักเขียน Soimilk เลยถือโอกาสเลือกภาพยนตร์ 6 เรื่องที่เราอยากดูมาฝากกัน ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตีตั๋วดูเรื่องอะไรดี จะตามลายแทงของเราไปก็ไม่ว่ากันนะ !

 
Nath Suppavatee
นัท ศุภวาที (Soimilk Editor)
 

Close-Knit (2017)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 4 ก.พ. เวลา 14:00 น. | 10 ก.พ. เวลา 19:00 น.
 
 
เรื่องราวของ ริงโกะ สาวประเภทสอง และ มาคิโอะ แฟนหนุ่ม ทั้งสองได้พบกับ โทโมะ เด็กหญิงผู้โดดเดี่ยว จึงรับมาเลี้ยงดู และเกิดเป็นความสัมพันธ์อันอบอุ่นภายใน 60 วันท่ามกลางดอกเชอร์รีที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ

 
"พล็อตน่าสนใจมาก และมีความอันตรายมาก เพราะถ้าทำไม่ถึงพล็อตแบบนี้ อาจโดนสวดจากสังคมได้ว่ายังไม่เปิดใจหรือเหยียดอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าทำถึงและตีความได้ดี นี่คือก้าวผ่านข้อจำกัดทั้งปวง อยากไปพิสูจน์ว่าหนังเรื่องนี้จะเดินไปในทิศทางไหนเลย" —นัท ศุภวาที (Soimilk Editor)
 

Honnouji Hotel (2017)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 3 ก.พ. เวลา 17:00 น. | 8 ก.พ. เวลา 19:00 น. | 11 ก.พ. เวลา 14:00 น.
 
 
นี่มัน ทวิภพ เวอร์ชันญี่ปุ่นชัด ๆ ! เรื่องราวของ มายูโกะ คุราโมโต้ หญิงสาวที่จับพลัดจับผลูได้เข้าพักที่ "โรงแรมฮอนโนจิ" ในเกียวโต แล้วดันเกิดเรื่องประหลาดขึ้นคือ เธอถูกส่งตัวย้อนเวลากลับไปใน ค.ศ. 1582 หรือยุคเซ็งโงะกุ เรื่องราววุ่น ๆ (อิงประวัติศาสตร์) จึงได้เกิดขึ้น
 
"ต้องบอกว่าสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่ซื้อแผ่นบลูเรย์เรื่อง The 100th Love With You (ชื่อไทย - รัก 100 ครั้งก็ยังเป็นเธอ) จากญี่ปุ่นมา แล้วมีเทรลเลอร์เรื่องนี้ปรากฏอยู่ด้วย พบว่ามันน่าดูมาก น่าสนุกมาก แล้วดาราก็อัดแน่นมาก ที่สำคัญคือน้องฮารุกะ อายาเสะ แสดงนำด้วยแหละ อิอิ" —นัท ศุภวาที (Soimilk Editor)

 
Piangploy
Rujiyatorn Choksiriwan (Senior Staff Writer)
 

Destiny: Kamakura Story (2017)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 2 ก.พ. เวลา 20:00 น. | 9 ก.พ. เวลา 19:00 น. | 11 ก.พ. เวลา 14:00 น.
 
 
อิชิกิ หาเลี้ยงตนเองและภรรยาด้วยการเขียนนิยายพิศวง ทั้งคู่อาศัยอยู่ใน "เมืองคามาคุระ" ที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นสถานที่เหนือจินตนาการ และทำให้ทั่งคู่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตในตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น แถมยังได้ผจญภัยไปในโลกแสนมหัศจรรย์ของพวกมัน

 
"ชอบเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบดูหนังแฟนตาซี ซึ่งปกติหนังญี่ปุ่นจะเน้นการถ่ายภาพแบบ minimalist ซะส่วนใหญ่ อะไรที่เป็นแฟนตาซี กราฟฟิก 3D เต็ม ๆ แบบนี้ จะหาดูยากกว่าปกติ แล้วเนื้อเรื่องก็เอาตำนานพื้นบ้านมาเชื่อมโยงด้วย น่าจะแปลกใหม่ดี" —Rujiyatorn Choksiriwan (Senior Staff Writer)
 

Miss Hokusai (2015)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 10 ก.พ. เวลา 14:30 น.
 
 
ถ้าใครเป็นสายเสพย์ศิลป์ น่าจะผ่านตาผลงาน คลื่นยักษ์นอกฝั่งคานากาว่า ของ คะสึชิกะ โฮะกุไซ หรือ Hokusai มาบ้างแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้จัก โอเอะ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่มีส่วนร่วมในงานศิลปะของพ่อ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอทุกช่วงชีวิตของโอเอะเพื่อสะท้อนประโยคที่ว่า "แค่มีพู่กัน 2 ด้ามและตะเกียบ 2 คู่ เราสองคนพ่อลูกก็สามารถเดินทางไปได้ทุกหนทุกแห่ง"
 
"ส่วนตัวก็ชอบดูหนังแอนิเมชันอีกเช่นกัน แล้วยิ่งแอนิเมชันญี่ปุ่นคือไม่ต้องพูดถึงเลย มันมีความดีงามมากแน่นอน รวมถึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานศิลปะด้วย ไม่เจ๋งจริงคงไม่กล้าทำ เชื่อว่าภาพสวยระดับ 10 กะโหลกแน่นอน" —Rujiyatorn Choksiriwan (Senior Staff Writer)

 
Nhan
Theerada Moonsiri (Staff Writer)
 

Survival Family (2016)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 4 ก.พ. เวลา 16:30 น. | 10 ก.พ. เวลา 14:00 น.
 
 
เมื่อกรุงโตเกียวไฟดับแบบชัตดาวน์ทั้งเมือง ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู ไม่มีสัญญาณให้เล่นโทรศัพท์ ไม่มีคอมให้เล่น ไม่มีรถไฟให้นั่งไปทำงาน ครอบครัวซูซูกิ จึงตัดสินใจหนีออกจากเมืองใหญ่เพื่อหาสาเหตุของวิกฤตครั้งนี้

 
"ปีนี้ได้สัญญากับตัวเองไว้ว่า จะไม่ดูหนังประสาทแดกเพื่อเพิ่มความเครียดให้ตัวเอง Survival Family เลยเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ไม่บ๊องไป ไม่เครียดไป แล้วภาพ still จากหนังคือหน้าคุณพ่อมีความ mindfucked อยู่ เลยเผลอขำออกมา แล้วคิดว่า เออ ! ต้องดูว่ะเรื่องนี้" —Theerada Moonsiri (Staff Writer)
 

ReLIFE (2017)

 
รอบฉายในกรุงเทพ ฯ : 3 ก.พ. เวลา 14:00 น. | 4 ก.พ. เวลา 19:00 น. | 11 ก.พ. เวลา 16:40 น.
 
 
ReLIFE คือโครงการย้อนวัยกลับไป 10 ปีเป็นระยะเวลา 1 ปี หนุ่มวัย 27 ปี อาราตะ คาอิซากิ เพิ่งตกงานและคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เลยเข้าร่วมโครงการนี้ และได้กลับไปเรียนมัธยมปลายอีกครั้ง เขาได้สร้างความสัมพันธ์ดี ๆ กับเพื่อนและสาวที่ตกหลุมรัก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความทรงจำทั้งหมดจะต้องถูกลบเมื่อครบ 1 ปีตามข้อกำหนดของ ReLIFE โอ้ย ! ญี่ปุ่นก็ชอบทำหนังแบบนี้จังเนาะ
 
"เอาตรง ๆ เลยคือความรู้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เป็นศูนย์ แต่พอเห็นคลิปที่นักแสดงส่งมาทักทายชาวไทย [คลิปนี้] เลยตัดสินใจว่า ก็ด้ะ ไปดูก็ด้ะ เขาน่ารักอ่ะ" —Theerada Moonsiri (Staff Writer)
 
ดูลิสต์ภาพยนตร์ทั้ง 11 เรื่องและตารางฉายทั้งหมดได้ที่ japanesefilmfest.org ถ้าเจอนักเขียน Soimilk ที่หน้าโรงก็อย่าลืมสะกิดทักทายกันล่ะ :-)