May 14 2018

neighbourhood

รวม 6 โรงแรมและโฮสเทลสวยทั่วกรุงเทพฯ ที่น่าพาตัวเองออกไปนอนเปลี่ยนบรรยากาศ

เช็คอินพรุ่งนี้เลยแล้วกัน

โฮเทลอำแดง

 
 
เดินเข้าไปสุดถนนเชียงใหม่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็ก ๆ ตรงข้ามล้ง 1919 อีกนิดเดียว ก็จะพบกับอาคารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่ทาด้วยสีแดงชาดทั้งหลัง แถมยังมีดีไซน์สะดุดตาจนอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปดูภายในสักหน่อยอย่าง โฮเทลอำแดง ซึ่ง อำแดง คือคำที่ใช้เรียกผู้หญิงในอดีตของไทยเรานี่แหละ และที่โรงแรมแห่งนี้มีชื่อนี้ด้วยเพราะที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมเดิมเป็นของอำแดงคลี่มาก่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานที่ดินแปลงนี้ให้ สุดท้ายเมื่อที่ดินแปลงนี้ได้กลายเป็นโรงแรมสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อของ "อำแดง" จึงมาวินและตั้งใจไว้แต่แรกเลยว่าที่นี่ต้องชื่อนี้เพียงชื่อเดียว
 
 
สไตล์การตกแต่งของที่นี่ไม่มีชื่อเรียกอย่างชัดเจน เพราะเป็นส่วนผสมของความชอบระหว่างคุณเล็ก - พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ และคุณหมิ่น - วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา คู่หูครีเอทีฟแห่ง Monday เอเจนซี่โฆษณาที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง แม้ที่นี่จะมีเบสของงานดีไซน์แบบไทย ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังใส่ความเป็นจีนและตะวันตกเข้าไปด้วย เพื่ออ้างอิงกับพื้นที่จุดนี้ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ยุคสมัยที่อิทธิพลของตะวันตกและจีนกำลังเข้าสู่ประเทศไทย และเป็นช่วงเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามามาก การตกแต่งดีไซน์ของโฮเทลอำแดงจึงจะได้เห็นความโมเดิร์น และความเป็นจีนผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอยู่ด้วย
 
 
โฮเทลอำแดงมีทั้งสิ้น 4 ชั้น ประกอบไปด้วยห้องพักที่ให้ความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เพราะมีเพียง 10 ห้องเท่านั้น ประกอบไปด้วยห้องดีลักซ์จำนวน 4 ห้อง ห้องริเวอร์ แกรนด์ ดีลักซ์ จำนวน 4 ห้อง และห้องริเวอร์สวีทที่ชั้นบนสุดจำนวน 2 ห้องที่เพดานสูงเป็นพิเศษ โดยทุกห้องจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าที่คัดมาจากเชียงใหม่ แม่สอด ไปจนถึงต่างประเทศ (และบางชิ้นก็ทำขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในโรงแรม) มาตกแต่ง และคงคอนเซปต์ The Most Romantic Hotel in Bangkok ได้ไวอย่างเหนียวแน่นเลยล่ะ

 
Hotel Amdaeng 12/1 ซ. เชียงใหม่ 1 ถ. เชียงใหม่ คลองสาน
ห้องอาหารนาย เปิดทุกวัน 11:00 - 22:00 น.โทร. 02-162-0138, 02-162-0223
BTS สะพานตากสิน แล้วต่อเรือ, BTSกรุงธนบุรี แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์

Hotel Josh

 
 
ใครจะไปคิดว่าในย่านอารีย์ที่มีคาเฟ่และร้านรวงเก๋ ๆ เต็มไปหมด จะมีโรงแรมวินเทจสุดพาสเทลราวกับหลุดออกมาจากหนังของเวส แอนเดอร์สัน อย่าง Hotel Josh ตั้งอยู่ด้วย เราสะดุดตาตั้งแต่ตัวตึดที่ดูเรียบง่ายง๊ายง่าย ซึ่งถ้าใช้คู่สีผิดตึกนี้ก็จะกลายเป็นหอพักนักศึกษาหลังมหา'ลัยทันที แต่ Hotel Josh เลือกใช้คู่สีอย่างเทา เขียว ฟ้า ที่เหมือนหลุดออกมาจากพรีเซ็ตเก๋ ๆ ของแอปฯ แต่งรูป โรงแรมแห่งนี้เลยถูกใจเราตั้งแต่แรกเห็น
 
 
นอกจากร้านอาหารรสชาติหรอยแรงอย่าง Marigold แล้ว (อ่านต่อ Marigold ห้องอาหารไทยหนึ่งเดียวใน Hotel Josh กับตำรับพื้นบ้านแบบสมุยสไตล์) ในอนาคตทางโรงแรมยังจะเพิ่มเติมร้านค้า เวิร์กชอปสเปซ และห้องฉายภาพยนตร์เข้าไปเพื่อให้เป็นกิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไปอีกด้วย แต่ตอนนี้ทางโรงแรมพร้อมให้บริการห้องพักแล้ว โดยมีห้องพักบริการมากถึง 71 ห้อง ไล่ไปตั้งแต่ห้อง Superior Room (1,750 บาทต่อคืน) ที่จะเป็น Double Bed แบบแยกเตียงออกเป็น Twin Bed ก็ได้สำหรับใครที่ไม่สะดวกใจนอนเตียงเดียวกัน, Deluxe Room (2,100 บาทต่อคืน) จำนวน 36 ห้อง ซึ่งจะเป็นเตียงเดี่ยวคิงไซซ์ทั้งหมด, Family Room (2,500 บาทต่อคืน) ที่นอนกันได้ 3-4 คน ที่นอกจากจะมีเตียงคิงไซซ์แล้ว ยังมีเตียงสองชั้นเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย, และหนึ่งเดียวกับห้อง Josh Room (3,150 บาทต่อคืน) ห้องใหญ่สุดที่มาพร้อมมุมนั่งเล่น อ่างอาบน้ำส่วนตัว และตกแต่งสไตล์จีนเก๋ไก๋ไปอีก อ้อ ทุกห้องนั้นรวมอาหารเช้าแล้วด้วยนะ
 
 
Hotel Josh

โทร. 0-2102-4999 http://www.joshhotel.com
อารีย์ 4 พญาไท BTS อารีย์
 
 
ใครที่เพิ่งขับรถผ่านไปเส้นนั้นอาจงงๆ นิดหน่อย ว่าอยู่ดี ๆ จะมีโรงแรมหน้าตาเก่าแต่ดูดีสมเป็นตึกยุคโมเดิร์นโผล่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ความจริงแล้วตึกเก่าเหล่านี้ไม่ใช่อยู่ ๆ จะโผล่ขึ้นมาบนถนนหลานหลวงซะเมื่อไหร่ เพราะอาคารที่เห็นนี้มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงปีพ.ศ. 2502 เลยทีเดียว เมื่อตึกนี้เป็นตึกโรงพิมพ์เก่าแห่งแรกที่คุณตาของคุณอุ้ม-ปณิดา ทศไนยธาดา ทายาทเจนเนอร์เรชั่นใหม่ของโรงพิมพ์นิตยสารบางกอกสร้างมาเองกับมือ ที่นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและที่พักสุดท้ายของนิตยสารบางกอก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยฮิตมากๆ (สมัยปู่ย่าตายาย) กับการตีพิมพ์นวนิยายสายบู๊ที่ติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง แต่สุดท้ายก็ปิดตัวอำลาแผงเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
 
 
ด้วยความที่โรงแรมนี้มีแค่ 8 ห้อง ความเป็นส่วนตัวเลยพุ่งพรวดขึ้นมาเป็นเรื่องอันดับหนึ่ง ถ้าเป็นวันปกติเราจะไม่สามารถเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปด้านในเหมือนโรงแรมทั่วไปเลยนะ เพราะจะเก็บพื้นที่ไว้ให้กับแขกภายในโรงแรมเท่านั้น รวมไปถึงทุกสรรพสิ่งและทุกดีเทลแห่งความแอนทีค รัสทีค คลาสสิค แม้กระทั่งงานคราฟต์อย่างแผนที่สำหรับลูกค้าโรงแรมก็ยังทำเองกับมือทุกแผ่น ทุกอย่างที่พี่อุ้มชอบถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่ แน่นอนว่ามันคือความดีงามที่สายวินเทจอย่างเราอยากมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทุกวัน
 
 
ซึ่งถ้าใครอยากเข้าพักที่นี่ เราขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าไว้เลยตั้งแต่ตอนนี้ โดยมีราคาสำหรับช่วงโปรโมชั่นห้อง Master Suite คืนละ 7,800 บาท Junoir Suite และ Junior Twin Suite คืนละ 4,800 บาท

 
Bangkok Publishing Residence 37/1 ถ.หลานหลวง
โทร. 02-282-0288 www.bpresidence.com

Pieces Cafe & Bed

 
 
ชื่อของ Pieces Cafe & Bed อาจเรียกได้สองแบบ ทั้ง 'พีซ-เซส' ที่บ่งบอกตัวตนของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างแจ่มชัด เพราะเป็นสถานที่รวบรวมชิ้นส่วนต่างๆ จากความชอบส่วนตัวของคุณเหมียว - ปิยาภา วิเชียรสาร มาปะติดปะต่อเป็นรูปเป็นร่าง และหลอมรวมจนกลายมาเป็นอะไรที่ 'พิเศษ' อย่างที่เราสามารถเรียกร้านนี้ด้วยชื่อนี้ได้อีกแบบ
 
 
ที่ชั้นสองและสามของตึกนี้อุทิศให้กับห้องพักแบบเตียงคู่ที่ชั้นบนสุด และแบบเตียงเดี่ยวที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับห้องอาบน้ำแบบแชร์สเปซของที่นี่ โดยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักอย่างเตียงเหล็กหน้าตาดิบ ๆ และการตกแต่งทั้งหมดในห้องก็มาจากการออกแบบของเหมียวทั้งนั้น
 
 
ชั้นล่างสุดเป็นส่วนของคาเฟ่ที่มีเมนูชื่อตลกที่ต้องขำทุกครั้งที่พูดคือขนมปังหัวนม (95 บาท) มีที่มาจากการตั้งใจจะทำ ขนมปังหัวโน แต่ดันกลายมาเป็นหัวนม เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิที่รสชาติไม่ตลกเหมือนชื่อ เพราะอร่อยจริงจัง และยังมีเมนูขนมอร่อย ๆ อีกมากมาย วันเสาร์- อาทิตย์ก็แปลงโฉมเป็นบาร์เหล้าบ๊วยอีกด้วย (อ่านต่อ Shuu Shuu บาร์สายฮิปแห่งใหม่ย่านเยาวราชที่ไม่ขายอย่างอื่นนอกจาก Umeshu!) จริง ๆ แล้วย่านนี้เป็นย่านเงียบ ๆ ที่มีเสน่ห์ตั้งแต่ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ไปจนถึงอาม่าอากงที่เป็นมิตร ซึ่ง Pieces ก็มาแฝงตัวอยู่โดยไม่ได้ทำลายบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ไปเลยแม้แต่น้อย เป็นหนึ่งที่ซึ่งน่ารักตามแบบฉบับของตัวเองจนทำให้เราอยากไปนั่งเล่นทุกวันเลยล่ะ

 
Piece Cafe & Bed 214 ถ.ทรงวาด, เขตสัมพันธวงศ์
เวลาทำการ วันพฤหัสฯ-จันทร์ (ปิดวันอังคาร-พุธ) 10.00-19.00น.
โทร. 089-783-3099 www.fb.com/piecescafeandbed

Everyday Sunday

 
 
เค้าว่ากันว่า ย่านชิค ๆ ย่านไหน ๆ ก็ต้องมีโฮสเทล สำหรับ Everyday Sunday เราถือว่านี่เป็นโฮสเทลขนาดใหญ่สำหรับชาวสะพานควายที่ใครเห็นก็น่าจะต้องสตั๊นท์ไปสิบวิกับอินทีเรียดีไซน์แบบ Nordic Minimal สีขาวโพลนตัดด้วยสีน้ำตาลเบา ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ไม้สนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีให้ตอบรับทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ไปพักในโรงแรมแถบสแกนดิเนเวียยังไงยังงั้น
 
 
 
ที่นี่เรียกตัวเองว่าเป็น Social Hostel ด้วยรูปแบบห้องพักและความสะดวกสบายคล้ายโรงแรม ตลอดจนกลิ่นอายแบบ Feel-like-home แทบทุกตารางนิ้วของที่นี่  ทำให้เป็นโฮสเทลที่เหมาะกับการมา Staycation แบบแท้ทรู ซึ่งที่นี่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 500 บาท แบบ Mixed Dormitory ไปจนถึง 1800 บาท ซึ่งเป็นห้องแบบ Family Room

 
Everyday Sunday Social Hostel ถ.พหลโยธิน
เวลาทำการ ทุกวัน 8:00-20:00 น.
โทร. 086-394-1492 BTS สะพานควาย 

The Quarter Bangkok

 
 
The Quarter Bangkok คือพื้นที่สร้างสรรค์ที่สำหรับนักเดินทางและสายสโลว์ไลฟ์ที่นำห้องแถวเก่ากลางสี่แยกราชเทวีมาเปิดเป็น Poshtel ที่ชั้นบนโดยแกนนำหลักอย่างคุณแนน-ศิวพร วดานพันธ์ และถ้านักเดินทางคนไหนยังไม่เคยได้ยินคำว่า "Poshtel" มาก่อน ก็ควรจดไว้ในสมุดโน้ตได้เลย เพราะนี่คืออีกระดับของโฮสเทลที่มีมากกว่าแค่เตียงนอนแคบๆ และห้องน้ำรวม แต่พร้อมด้วยบริการระดับพรีเมียมและเตียงนอนที่กว้างขวางกับห้องน้ำในตัว 
 
 
 
ความน่ารักของที่นี่อีกอย่างคือทำชั้นลอยให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกค้าพอชเทล ซึ่งสามารถมองลงไปเห็นวิวของตัวคาเฟ่ด้านล่างได้ เป็นอีกมุมเก๋ๆ ที่เราชอบมากเป็นการส่วนตัว พูดถึงในส่วนของคาเฟ่ที่เหมือนเป็นอีกไฮไลท์นึงของ The Quarter ด้วยบรรยากาศสงบและผ่อนคลายที่แสนจะคอนทราสต์กับวิวเมืองอันวุ่นวายของสี่แยกราชเทวีนอกหน้าต่าง คาเฟ่แห่งนี้เลยเหมาะจะเป็นที่หลบความโกลาหลด้านนอกมาใช้นั่งทานบรันช์เพลินๆ พร้อมจิบน้ำผลไม้เย็นชื่นใจ ที่สำคัญคือเซ็ตเมนูของที่นี่นั้นอร่อยควรค่าแก่การมาเยือนมากๆ อาทิ เซ็ตไข่กระทะ (150 บาท) ที่เสิร์ฟมาคู่กับ Red Velvet Chocolate ที่หอมละมุนอุ่นท้อง นอกจากนี้ยังมีเซ็ตอาหารกลางวันด้วย เช่นสปาเก็ตตี้ผัดพริกและเบคอน ทานคู่กับน้ำปั่นสัปปะรดขิงในราคาแค่ 129 บาท

 
The Quarter Bangkok สี่แยกราชเทวี
เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-18:00 น. (ส่วนคาเฟ่) และ ตลอด 24 ชม. (ส่วน Poshtel)
โทร. 095-957-2080 BTS ราชเทวี