Dec 04 2017

neighbourhood

ออกสำรวจพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ที่เหมาะแก่การไปเที่ยวเล่นในวันเสาร์-อาทิตย์

เห็นเกาะเล็ก ๆ แบบนี้ มีที่เที่ยวเต็มไปหมด

 

 

ขึ้นชื่อว่าเกาะรัตนโกสินทร์ หลายคนคงรู้ว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่แวะเวียนกรุงเทพฯ  เพราะเกาะรัตนโกสินทร์เปรียบเหมือนห้องเรียนที่มีชีวิตขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความสวยงามของวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมสไตล์ไทย ถ้าอยากศึกษาหาความรู้จากในพิพิธภัณฑ์เก๋ ๆ ก็มีให้เลือกเต็มไปหมด แถมยังมีชุมชนอาศัยอยู่หลากหลาย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตรุ่นเก่า หรือว่าจะเป็นรุ่นใหม่ที่เข้ามาเปิดร้านอาหารและคาเฟ่สุดเก๋ไก๋ให้เราได้ชิลล์เอาท์กันก็มี 

 

เกาะรัตนโกสินทร์จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ นอกห้องเรียนอีกด้วย อลิอันซ์ อยุธยา จึงริเริ่มโครงการดี ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ มาทัศนศึกษาที่เกาะรัตนโกสินทร์นี้ด้วยนั่นเอง

 


เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ให้สนุก ได้ความรู้จากยุวมัคคุเทศก์

 

 

ไม่ว่าใครก็อยากไปศึกษาและเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์กันทั้งนั้น ไม่เว้นแต่เด็ก ๆ ซึ่งการไปเกาะรัตนโกสินทร์นั้นถือว่าเหมาะกับน้อง ๆ หนู ๆ มาก เพราะได้ทั้งความรู้ เรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่จริง ทั้งวัด วัง ต่าง ๆ อีกทั้งย่านนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปเก็บความรู้มากมาย ถ้าหิวก็มีร้านรวงให้ฝากท้องกันเยอะแยะ พื้นที่ที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมแบบนี้จึงเหมาะกับเด็ก ๆ และทุกเพศทุกวัย

 

 

เมื่อเรื่องความรู้มันไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน โครงการ "อลิอันซ์ อยุธยา พาน้องเที่ยวบางกอก ปีที่ 12" จึงวนเวียนกลับมาอีกครั้ง โดยพาเด็ก ๆ ชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครหลากหลายแห่ง พาไปทัศนศึกษาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แถมถ้าเด็กคนไหนชอบ โครงการก็ยังต่อยอดให้น้อง ๆ เหล่านั้นได้ลองเข้าอบรมเพื่อเป็นยุวมัคคุเทศก์ในโครงการ "ยุวมัคคุเทศก์ โดย อลิอันซ์ อยุธยา" อีกด้วยนะ เรียกว่าน้องชอบเที่ยว แล้วรู้สึกว่าอยากพาคนอื่นเที่ยวด้วย โครงการนี้ก็จัดให้ ได้ลองเป็นมัคคุเทศก์น้อยกันไปเล้ยยย

 

 

วันก่อนเรามีโอกาสได้เที่ยวชมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมเหล่ายุวมัคคุเทศก์มาคอยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ด้วย ซึ่งดีมาก ๆ เลย ได้ความรู้แบบย่อยได้ แถมน้อง ๆ ก็น่ารักจนอดเข้าไปคุยไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้มาเป็นยุวมัคคุเทศก์กับโครงการนี้

 

 

น้องก้อย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ได้ข่าวว่าเป็นยุวมัคคุเทศก์รุ่นแรกเชียวนะ) บอกกับเราว่าพอได้มาเป็นยุวมัคคุเทศก์ก็รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของไทยมากมายเลย แถมยังสนุกเพราะได้เจอกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ต่างโรงเรียนมากมาย

 

แอบบอกว่าน้องก้อยเนี่ย ได้รับการคัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเข้ามาอบรมถึง 12 ครั้งเชียวนะ ซึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งหมด น้องก้อยเคยอบรมมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือจะรู้เรื่องประวัติศาสตร์โดยรวมทั้งหมดเลยของเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนอีกครั้งหนึ่งน้องก้อยจะรู้เรื่องเฉพาะจุดที่ต้องบรรยาย ซึ่งหลังจากการอบรม น้องก้อยและเหล่ายุวมัคคุเทศก์จะได้รับเกียรติบัตรด้วยนะ

 

ส่วนน้องมิ้นท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บอกกับเราว่าน้องเป็นยุวมัคคุเทศก์รุ่น 2 ก็บอกว่าน้องภูมิใจที่ได้เป็นยุวมัคคุเทศก์มาก เพราะนอกจากได้ความรู้แล้วยังสร้างรายได้ให้อีกด้วย น้องมิ้นท์บอกว่าเพราะได้เจอเพื่อนใหม่จากการเป็นยุวมัคคุเทศก์ตลอดเวลา ทำให้ตอนนี้น้องมิ้นท์มีเพื่อนต่างโรงเรียนเพิ่มขึ้นเยอะ 

 

น้องมิ้นท์ยังบอกกับเราอีกว่า หลังจากที่ได้มาเป็นยุวมัคคุเทศก์ก็ทำให้น้องกล้าแสดงออกมากขึ้น อย่างตอนที่น้องมิ้นท์พาเรานั่งรถไปตามสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างทางน้องมิ้นท์ก็มีเกมมาเล่นกับพี่ ๆ บนรถอย่างไม่เขินอายด้วย 

 

อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าเหล่ายุวมัคคุเทศก์พาเราไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง แล้วยังมีที่ไหนในเกาะรัตนโกสินทร์ที่น่าสนใจ แถมยังสามารถเที่ยวได้จบครบภายใน 1 วันอีกด้วย หยุดเสาร์ - อาทิตย์นี้ก็เที่ยวตามนี้ได้เลยนะ 

 


เที่ยวยามเช้า

 

โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร

 

 

ภาพจาก การท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

 

เช้า ๆ อากาศกำลังดี ไม่ร้อนจนเกินไป เราอยากให้ลองเดินมาแถว ๆ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ข้าง ๆ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เชื่ิอว่าหลายคนคงคุ้นเคยและผ่านไปผ่านมายังสถานที่แห่งนี้อยู่บ่อย ๆ หากแวะมาเยี่ยมเยือนเกาะรัตนโกสินทร์ แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้เลือกให้สถานที่นี้เป็นจุดหมายในการแวะเวียนหากมาเที่ยวในช่วงวันหยุดแน่ ๆ เราอยากบอกว่าลานกว้างที่หลายคนลืมนึกถึงแห่งนี้ เป็นที่ตั้งพลับพลาสำหรับรับแขกบ้านแขกเมือง และยังเป็นลานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย ที่เราอยากแนะนำให้แวะที่ลานแห่งนี้เพราะชัยภูมิของที่นี่ที่มีแบ็กกราวน์เป็นวัดภูเขาทอง และโลหะปราสาท อีกทั้งภายในลานก็มีตกแต่งด้วยไม้ดอกสวย ๆ มากมาย ที่จึงเป็นอีกจุดถ่ายภาพที่รับรองว่าจะได้ภาพวิวสวย ๆ กลับไปแน่นอน

 

 

ภาพจาก Wikipedia

 

เดินเลยถัดไปจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ไปอีกนิดเดียวก็จะถึงวัดหลวงอย่างวัดราชนัดดารามวรวิหาร วัดอันเป็นที่ตั้งของโลหะปราสาท สถาปัตยกรรมที่สร้างจากโลหะแห่งเดียวของประเทศไทย แถมยังเป็นโลหะปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่ 3 ของโลกด้วยนะ ปัจจุบันโลหะปราสาทถูกบูรณะใหม่อีกครั้ง จากยอดหลังคาโลหะและทองแดงที่เคยถูกรมดำ ตอนนี้กลายเป็นสีทองอร่าม ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ๆ ถ้าใครมีเวลาเหลือก็ลองเข้าไปดูนิทรรศการข้างในเพิ่มเติม ให้ได้รู้เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้มากขึ้นก็ได้นะ

 

ตอนที่เราไปสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ก็ได้เหล่าน้อง ๆ ยุวมัคคุเทศก์จากโครงการ "ยุวมัคคุเทศก์ โดย อลิอันซ์ อยุธยา" มาช่วยนำเที่ยวและให้ความรู้ด้วยนะ ขอบอกว่าดีมาก ๆ เลย ทำให้เราเที่ยวอย่างมีสาระและได้รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีกเยอะ

 

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

 

 

 

ถ้าจะให้บอกว่าไปพิพิธภัณฑ์ไหนสนุกและไม่น่าเบื่อ ชื่อของนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ต้องติดอันดับที่เราอยากแนะนำแน่ ๆ ไหน ๆ ก็มาถึงโลหะปราสาทแล้ว เดินย้อนกลับมาที่ริมถนนราชดำเนินอีกทีเพื่อแวะเที่ยวนิทรรศน์รัตนโกสินทร์สักหน่อยดีกว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยมัลติมีเดียที่ให้เราเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้มาเที่ยวชม รับรองว่าจะเป็นการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ไม่รู้สึกเบื่อแน่นอน

 

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นอาคารที่นำเรื่องราวและแง่มุมต่างๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ มาจัดแสดงผ่านเทคโนโลยี ทั้งหมด 9 ห้อง คือ รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์, เกียรติยศแผ่นดินสยาม, เรืองนามมหรสพศิลป์, ลือระบิลพระราชพิธี, สง่าศรีสถาปัตยกรรม, ดื่มด่ำย่านชุมชน, เยี่ยมยลถิ่นกรุง, เรื่องรุ่งวิถีไทย และดวงใจปวงประชา

 

โกปี๊ เฮี้ยะไถ่กี่ ณ ผ่านฟ้า

 

 

สำหรับมื้อเช้าอาจยังไม่ต้องอะไรหนักมาก อย่างนี้ได้กาแฟโบราณรองท้องสักแก้วก็คงดี และร้านที่อยู่ใกล้ ๆ กันก็มีให้เลือกหลายร้าน แต่ร้านที่เปิดเช้าสักหน่อยคงเป็น โกปี๊ เฮี้ยะไถ่กี่ ณ ผ่านฟ้า เราว่าหลายคนอาจจะคุ้นกับชื่อร้านเก่าแก่แห่งนี้แล้ว แต่บอกไว้ก่อนนะว่าสาขาผ่านฟ้าไม่ใช่ร้านออริจินัล (สาขาแรกตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก แต่ชื่อว่าเฮี้ยไถ่กี่เฉยๆ) ซึ่งเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์ไทย-จีนที่อยู่มากว่า 60 ปีแล้ว ภายในร้านมีการออกแบบให้มีลักษณะเหมือนสภากาแฟสมัยก่อน มีอาลุงอาป้ามานั่งคุยกันรอบโต๊ะกลม ทุกวันนี้ที่เราแวะไปสาขานี้ก็ยังคงได้บรรยากาศแบบนั้นอยู่นะ และแน่นอนว่าอาหารจานเด็ดของที่นี่ก็หนีไม่พ้นไข่กระทะ กับกาแฟโบราณ ส่วนเมนูใหม่ที่นิยมสั่งกันจะเป็นเมนูโรตีแกงเขียวหวาน

 

526 ถนนพระสุเมรุ โทร. 02-629-0646 เวลาทำการ ทุกวัน 7:00-20:00น. 

 


ลัดเลาะยามบ่าย

 

พิพิธบางลำพู

 

 

เดินลัดเลาะมายังย่านป้อมพระสุเมรุ พื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหารอร่อย ๆ และป้อมปราการเก่าทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ที่ที่เราอยากแนะนำจริง ๆ ตั้งอยู่ข้าง ๆ กัน นั่นคือ พิพิธบางลำพู นั่นเอง ที่นี่เราก็ได้เหล่าน้อง ๆ ยุวมัคคุเทศก์มาช่วยบอกเล่าเรื่องราวและให้ความรู้เหมือนกันนะ

 

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บเดียว พิพิธบางลำพู ก็ครบรอบ 3 ขวบแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราว บางลำพู ในอดีต ที่ปัจจุบันคือบริเวณป้อมพระสุเมรุ ซึ่งด้านในประกอบไปด้วย ตึกปูน 2 ชั้น ซึ่งชั้น 1 จะเป็นพวกนิทรรศการต่างๆ ส่วนมากเป็นนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ส่วนชั้น 2 จะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับกรมธนารักษ์ รวมถึง อาคารไม้ 1 หลัง ที่จะพาเราย้อนเวลาไปสูดกลิ่นอายบางลำพูจริงๆ ตามห้องจัดแสดงต่างๆ อาทิ สีสันบางลำพู พระนครเซ็นเตอร์ ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า และบางลำพูรำลึก เป็นต้น

 

เออ (Err: Urban Rustic Thai)

 

 

ถึงเวลาฝากท้องกับมื้อกลางวันสุดอร่อยกันเสียที Err เป็นร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้จัก จริงๆ แล้วเป็นร้านอาหารของเชฟโบ และ Dylan จาก Bo.Lan ร้านอาหารไทยชื่อดัง แต่ Err นั้นบรรยากาศแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้น่ารักๆ และโปสเตอร์สไตล์วินเทจเหมือนย้อนยุคกลับไปยุค ‘60s ให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่มีการตกแต่งแบบไทย

 

แม้กระทั่งจานอาหารที่ใช้เสิร์ฟก็ดูย้อนวันเวลากลับไปในอดีตตัดกับการนำเสนอของอาหารในรูปแบบร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อาทิ ไส้อั่วแบบเชียงราย (195บาท) ข้าวทอดยำปลาอินทรีย์แม่กลองเค็ม (140บาท) ผักดอกรวมเสียบไม้ (65 บาท) และหนังไก่ทอดน้ำปลากรอบๆ เสิร์ฟกับซอสศรีราชา (150บาท) อีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจคือเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่เหมือนใคร เป็นร้านที่เหมาะสำหรับพาเพื่อนต่างชาติมาเที่ยว หรือเวลาแวะเวียนมาเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์แบบนี้นี่แหละ

 

Err 394/35 ถนนมหาราช โทร. 02-622-2291 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-21:00น. www.errbkk.com

 


ทอดน่องยามเย็น

 

วัดบวรนิเวศวิหาร

 

 

วัดหลวงสำคัญอีกแห่งในเกาะรัตนโกสินทร์ที่ใครมาถึงก็ต้องหาโอกาสแวะ เพราะนอกจากความเก่าแก่ด้วยการสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แล้ว วัดบวรนิเวศวิหารยังถือเป็นสถานที่ประทับยามออกผนวชขององค์พระมหากษัตริย์ไทย และเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร ของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระสรีรางคารของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกอีกด้วย (พระบรมราชสรีรางคาร พระสรีรางคาร หมายถึง ขี้เถ้าที่เหลือจากการถวายพระเพลิง นอกเหนือจากกระดูก) 

 

 

วัดบวรนิเวศวิหารยังมีอีกหลายมุมให้เยี่ยมชมและน่าสนใจไม่แพ้กัน เหล่าน้อง ๆ ยุวมัคคุเทศก์ก็พาเราเดินเที่ยวภายในวัดทั่วไปหมด โดยน้อง ๆ ก็พาไปจุดไฮไลต์ต่าง ๆ อย่างพระอุโบสถ ที่สร้างขึ้นโดยฝีมือช่วงวังหน้าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3, พระพุทธชินสีห์ ภายในพระอุโบสถ, รอยพระพุทธบาทจำลอง, พระเจเดีย์สีทองที่มีรูปปั้นจีนล้อมรอบ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้อีกด้วย

 

ณ บวร

 

 

พักเหนื่อยที่คาเฟ่ชื่อไทยบรรยากาศสงบ ๆ อย่าง ณ บวร กันสักหน่อย (ร้านนี้อยู่ใกล้วัดบวรนิเวศวิหารพอดี) ที่เมื่ือเข้าไปในร้านก็ต้องสะดุดกับภาพเพ้นต์สไตล์ไทยบนผนัง เป็นภาพภูเขาจำลองภายในวัดบวรฯ ที่เรียกว่าเขามอนั่นเอง แม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีโต๊ะให้นั่งเพียงไม่กี่โต๊ะ แต่เมนูเครื่องดื่มและของหวานโฮมเมดก็จัดเต็มจนเลือกไม่ถูก เราชอบเมนูขนมปปังปิ้งสังขยาชาไทย (75 บาท) ที่สังขยาเป็นรสชาไทย หวานกำลังดี ขนมปังปิ้งกรอบนอกนุ่มใน หรือลาเต้ร้อน (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาคู่ขนมผิงอบควันเทียนจากสุโขทัย ขอบอกว่าเข้ากันได้ดีมาก ๆ เลยล่ะ

 

ณ บวร 361 ถนนพระสุเมรุ พระนคร กรุงเทพฯ เปิด 9.00 - 18.00 น.