May 16 2018

neighbourhood

ออกไป Staycation กลางกรุงกับ Peace Factory Hostel โฮสเทลที่อยู่ร่วมกับชาวบ้านอย่างกลมกลืน

แถมติดเยาวราชด้วย
โฮสเทลในกรุงเทพฯ ก็เหมือนเห็ดในหน้าฝน เพราะนับวันจะยิ่งมีกิจการนี้ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ภายใต้การเกิดขึ้นของโฮสเทล กลับมีโฮสเทลบางแห่งที่มีเรื่องราวแบ็กกราวน์อันน่าสนใจซ่อนอยู่ และเวลาที่เราได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นทีไร เราจะพักอยู่ที่โฮสเทลนั้นอินขึ้นกว่าเดิิมเยอะ
 
 
เหมือนที่ Peace Factory Hostel โฮสเทลเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านผู้คนอยู่อาศัยแถวศรีวรจักรและโรงพยาบาลกลาง ที่ทำเอาเราสงสัยอยู่เล็ก ๆ ว่าทำไมชื่อถึงมีคำว่า Factory ที่แปลว่าโรงงานอยู่ด้วยนะ ? (เพราะดูจากหน้าตาของโฮสเทลก็ไม่ได้มีความโรงงานอะไรตรงไหน) แต่เมื่อเราได้คุยกับผู้ดูแลที่นี่ จึงคลายข้อสงสัยไปเสียหมด เพราะโฮสเทลแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าทายาทรุ่นที่ 3 ของผู้ให้กำเนิดกิจการของผักกาดดองตรานกพิราบ และสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของโฮสเทลแห่งนี้ในอดีตก็คือโรงงานทำผักกาดดองยี่ห้อนี้นี่แหละ
 
ชื่อของโฮสเทลคือแทนความหมายของโรงงานผักกาดดองในอดีตด้วยครับ
Peace ก็มาจากยี่ห้อของผักกาดดองตรานกพิราบ
เพราะนกพิราบก็สื่อถึงสันติภาพอยู่แล้ว
แล้วก็ยังมาจากชื่อบริษัทแรกเริ่มของผักกาดดองตรานกพิราบ "ฮั่วเพ้งกงสี" ที่แปลว่าสันติภาพ
ส่วนที่ใส่ Factory เข้ามาก็เพราะที่ตั้งเดิมของที่นี่เป็นโรงงานผลิตนั่นเองครับ
 
เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้า พื้นที่แห่งนี้ก็เริ่มเล็กเกินไปสำหรับการเป็นโรงงานผลิต ทำให้โรงงานต้องย้ายไปยังสถานที่ที่ใหญ่ขึ้น แต่เพราะความผูกผันที่อยู่ตรงนี้มายาวนาน พอทายาทรุ่นใหม่มาเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ใช้อะไร แถมทำเลยังดีเพราะอยู่ในย่านเมืองเก่า จึงช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นความทรงจำอะไรร่วมกันได้บ้างดี สุดท้ายก็ออกมาเป็นกิจการโฮสเทล ด้วยเหตุผลที่ว่า "ผักกาดดองเดินทางไปทั่วโลกมาแล้ว ลองให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางมาพักพิงในพื้นที่ของเราบ้างก็น่าจะดี"

 
 
 
เมื่อเดินเข้าไปยัง Peace Factory Hostel จะพบว่าตัวโฮสเทลถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายจะเป็นเคาน์เตอร์ติดต่อ ที่เปลี่ยนประตูทางเข้าให้เป็นสีแดงสด การตกแต่งบริเวณนี้ก็มีการนำเอารูปทรงสไตล์จีนมาทำเป็นที่บังตาจากไม้ ดูเก๋ไก๋ขึ้นไปอีก แถมยังเข้ากับบรรยากาศของย่านนั้นที่เป็นแหล่งค้าขายของคนจีนอย่างเยาวราชและเสือป่าอีกด้วย
 
 
 
ที่ Common Room ชั้นบนก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และบิลด์อินไม้ทั้งหมดเช่นกัน เชื่อมระหว่างชั้นบนและชั้นล่างด้วยโคมไฟต่างระดับที่นำเอากรงนกมาดีไซน์ใหม่ และถ้าสังเกตดี ๆ ประตูของทุกกรงนกจะเปิดออกอยู่ด้วย เป็นกิมมิกเก๋ ๆ ที่สื่อถึงความมีอิสรภาพเช่นเดียวกับชื่อของโฮสเทลและโลโก้นกพิราบได้เป็นอย่างดี

 
 
 
ด้านหลังของฝั่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของห้องพักแบบไพรเวทจำนวน 5 ห้อง (ราคาตั้งแต่ 671 - 790 บาท) ที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว ที่ดัดแปลงมาจากบ้านแบบตึกแถวในสมัยก่อน ความเก๋ไก๋ของห้องพักนี้คือแทบจะไม่เปลี่ยนอะไรของสถานที่ไปเลย หลาย ๆ วัสดุยังคงเป็นของเก่าแก่เมื่อ 70 ปีก่อน ทั้งบันไดไม้ คานและพื้นบ้าน ไปจนถึงประตูเหล็กยืดสไตล์ตึกแถวก็ยังเก็บไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของห้องพักด้วย 

 
 
อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นห้องพักแบบ Dormitory ทั้งหมดจำนวน 8 ห้อง (ราคาที่เตียงละ 350 บาทต่อคืน) แบ่งออกเป็นห้องขนาด 4 เตียงและ 8 เตียง ถ้าพักแบบเหมาห้องจะได้ราคาถูกลงไปอีกที่ห้องละ 1,250 บาทต่อคืนสำหรับห้อง 4 เตียง และ 1,850 บาทสำหรับห้อง 6 เตียง เหมาะแก่การชวนเพื่อนมาเปลี่ยนบรรยากาศมากกก อาคาร 2 ชั้นหลังนี้แหละที่ในอดีตเป็นโรงงานผลิตผักกาดดองมาก่อน ตัวอาคารจึงยังคงรักษาความงดงามให้เหมือนเมื่อ 70 ปีก่อนให้มากที่สุด โครงสร้างไม้ทั้งหมดของอาคารยังเป็นของเดิม แต่รับประกันว่าแข็งแรงแน่นอน 
 
 
อีกอย่างที่เรียกว่าเป็นจุดแข็งของที่นี่คือทำเลที่ตั้ง ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านเรือนของผู้อยู่อาศัยจริง จึงยังคงความสงบในบรรยากาศของวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอยู่ ส่วนการเดินทางก็หายห่วง จะไปไหนก็ค่อนข้างสะดวก สามารถไปหัวลำโพงได้ในเวลาเพียง 7 นาที อยากไปกินสตรีทฟู้ดอร่อย ๆ ในเยาวราชก็เดินไปแค่ 5 นาทีก็ถึง หรือจะไปซอยนานา ถนนข้าวสาร เกาะรัตนโกสินทร์ เจริญกรุง ก็เดินทางสะดวก พนักงานที่โฮสเทลแอบกระซิบเราว่าเคยมีแขกที่เข้าพักเดินจากโฮสเทลไปถึงล้ง 1919 ที่อยู่อีกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเลยนะ Peace Factory Hostel จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าไป Staycation สำหรับใครที่อยากรู้จักย่านเมืองเก่าและเยาวชราชให้มากขึ้นด้วยล่ะ
 
เคาน์เตอร์เปิดทุกวัน 06:00 - 23:00 น. โทร. 097-920-0612
ตรงข้ามอาคารศรีวรจักร ป้อมปราบศัตรูพ่าย MRT หัวลำโพง แล้วต่อแท๊กซี่ / ตุ๊ก ตุ๊ก