Nov 21 2017

neighbourhood

5 เหตุผลที่ย่านวัชรพล-รามอินทรา กลายเป็นย่านพักอาศัยที่ครบเครื่องที่สุด

วนเวียนอยู่แถวนี้ได้ทั้งวีคเดย์ และวีคเอนด์
 
ถ้าจะให้พูดถึงย่านที่เติบโตเร็วอย่างก้าวกระโดดอีกแห่งในกรุงเทพ ฯ วัชรพล-รามอินทรา ก็ดูเหมือนเป็นย่านอันดับต้น ๆ ที่เราจะนึกถึง เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าย่านนี้เป็นพื้นที่ที่เดินทางสะดวก แป๊บเดียวก็เข้าถึงกรุงเทพ ฯ ชั้นใน แถมอีกไม่กี่ปี รถไฟฟ้าสายสีเขียว และโมโนเรลสายสีเทาก็จะเข้ามาถึงแล้วด้วย (คราวนี้มารัชดา สุขุมวิท ได้ง่ายขึ้นไปอี๊กกก) ย่านนี้จึงเริ่มมีโครงการบ้านและคอนโดเกิดใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังมีแหล่งแฮงก์เอาท์คูล ๆ ร้านอาหารอร่อย ๆ และสารพัดกิจกรรมให้เราทำแบบแน่นเอี้ยดจนแทบแวะเก็บแต้มเช็คอินกันไม่ทัน คิดไม่ถึงใช่ม้า 
 

1. คาเฟ่เก๋ไก๋ มุมถ่ายรูปสวย กาแฟรสดี กระจายตัวไปทั่วทั้งย่าน

 
 
ภายในโครงการ เวนิสดีไอรีส วัชรพล เป็นที่ตั้งของร้านอาหารและเครื่องดื่มขนาดน่ารักอย่าง Hen House ที่มาพร้อมกับการตกแต่งร้านอย่างเรียบง่าย แต่เป็นมิตรสุด ๆ ให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่บ้านเพื่อน (แต่เป็นบ้านเพื่อนที่ชิล ๆ หน่อยนะ) จะมานั่งพัก นั่งเล่น หรือนัดเพื่อน ๆ ในละแวกมาเม้ามอยกันก็ดูจะเป็นสถานที่สุดเหมาะเจาะ เมนูอาหารก็ง่าย ๆ แต่อร่อยลงตัว อย่างสปาเกตตี้คาโบนารา หรือจะเป็นเมนูสุขภาพอย่างสลัดอโวคาโด หรือสลัดไรซ์เบอรี่ก็มี
 
 
 
ไม่ได้มีเพียงเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ที่ Hen House ยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอีกหลากหลายให้ได้ชื่นใจกันด้วย โดยเฉพาะกาแฟที่ถือว่าดีทั้งรสชาติและคุณภาพ เพราะที่นี่ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ระดับพรีเมียมมาบดสด ๆ จนหอมฟุ้งทั่วร้านให้เราได้ชิมกัน

 
 
 
ขยับมาแถวซอยสุขาภิบาล 5 กับคาเฟ่สไตล์อังกฤษ Misstar Cafe ร้านของคุณใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ นักแสดงสุดสวยของเรานั่นเอง สิ่งแรกที่เราสะดุดตาคือบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้ามาในสวนอังกฤษมาก ๆ ถ้าใครชอบนั่งโซนเอาท์ดอร์กลางสวนแบบ Secret Garden ก็ขอให้เดินเข้าไปสั่งเครื่องดื่มแก้วโปรดแล้วยกมานั่งกันในสวนที่เต็มไปด้วยกำแพงต้นไม้และเฟิร์นที่ห้อยระย้ารอบตัวได้เลย
 
 
แต่ถ้าใครกลัวร้อนก็ขอให้เดินลอดซุ้มเสาโรมันเข้าไปในคาเฟ่สีขาวที่ได้อารมณ์วินเทจนิด ๆ ผู้ดีหน่อย ๆ เลือกโต๊ะที่ชอบแล้วลองสั่งเครื่องดื่มที่เป็น Signature ของที่นี่อย่างนมร้อนกับ Star Stick ที่เป็นช็อกโกแลตรูปดาว มีให้เลือกสี่รสด้วยกัน ทั้ง Pink Chocolate, Dark Chocolate, Milk Chocolate และ White Chocolate ชอบรสไหนก็เลือกมาคนให้ละลายในนมร้อน อร่อยแล้วยังมีกิมมิกด้วย สำหรับใครหิวมากก็จัดอาหารในร้านมาเติมพลังกันได้อย่างสปาเกตตี้พริกกระเทียมแฮม สปาเกตตี้คาโบนารา หรือจะเป็นของหวานอย่างฮันนีโทสต์ เค้กมะพร้าวเนื้อเนียน และ Misstar Crumble ก็ดีนะ

 
 
 
 
ถ้าชอบคาเฟ่สีเขียวติดกลิ่นวินเทจแบบนี้  The H cafe by Khaniece ในซอยรามอินทรา 65 เป็นอีกหนึ่งเช็คพ้อยต์ที่ต้องแวะ จะเลือกจิบกาแฟพร้อมขนมหวานสไตล์อิตาเลียนในสวนด้านนอก หรือถ้าหิวจัดก็ควรจัดเมนูหนักท้องอย่างสปาเก็ตตี้ไส้อั่ว ลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน ที่ไม่เลี่ยนถูกปากคนไทย มั่นใจได้ว่า รสชาติอาหารถึงเครื่องเพราะปรุงจากฝีมือเชฟมากประสบการณ์ ส่วนบรรยากาศรอบร้านนั้นก็ร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งชิลล์สุดๆ เพราะมีทั้งเฟิร์นสไบนางกอใหญ่ บ่อปลาคาร์ฟให้นั่งดูเพลิน ๆ ล้อมด้วยรั้วธรรมชาติที่มองไปทางไหนก็เขียวสบายตาไปหมด

 
 
ภาพจาก Caffe D'Oro
 
แต่ถ้าวันไหนรีบจัดเสียจนไม่มีเวลาแวะชิลล์ที่ไหนร้าน Caffe D’Oro ตรงข้ามซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 67 นั้นเป็นคาเฟ่ที่หน้าตาดีเสียจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่า นี่คือร้านกาแฟแฟรนไชส์แบรนด์เดิมที่เราคุ้นเคย เพราะด้วยตัวอาคารทรงกล่องสีฟ้าน้ำทะเล กับเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลที่ดูอบอุ่น รายล้อมด้วยกอดอกหญ้าพลิ้วๆ ทำให้นึกว่าเป็นคาเฟ่สแตนด์อโลนที่เจ้าของต้องเป็นบาริสต้าคอกาแฟตัวจริงมาเปิดแน่ ๆ ถึงบรรยากาศจะน่านั่งชิลล์นาน ๆ แบบนี้ แต่ด้วยบริการ Drive-Thru ที่เปิดเป็นอ็อพชั่นเสริมขึ้นมา ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นในวันที่ตารางเวลาไม่เป็นใจ และส่วนใหญ่เราก็มักจะได้พึ่งพาบริการนี้ในช่วงเช้าก่อนออกจากบ้านไปทำงานนี่แหละ
 

2. ร้านอาหารบ้านๆ แต่อร่อยเด็ด

 
 
สำหรับมื้อง่าย ๆ ที่อิ่มอร่อยแบบสบายกระเป๋าเลี้ยวเข้าไปในร้านนาย ต. เนื้อตุ๋น ร้านระดับตำนานในย่านวัชรพลได้เลย จุดสังเกตของร้านนี้อยู่ในเวิ้งเดียวกับร้านครัวไผ่เขียวที่มีป้ายเด่นสง่าสังเกตเห็นง่ายกว่าป้าย

 
 
ร้านนาย. ต เมนูเด็ดของร้าน คือ เนื้อตุ๋นหม้อไฟ ที่ยกขโยงกันมาทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย เอ็นตุ๋น พร้อมผักบุ้งสด ถั่วงอกขาวกรอบ เหยาะน้ำส้มให้รสเปรี้ยวแหลมขึ้นมานิด สั่งข้าวสวยร้อน ๆ มากินคู่กัน เจอแบบนี้ไม่ต้องถ่อไปไหนไกลแล้ว
 
 
 
 
ร้านคั่วไก่สวนมะลิอีกหนึ่งตำนานแห่งซอยโรงพยาบาลกลางที่อยู่คู่วงการก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่มากว่า 60 ปี ขยายสาขามาเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวสารพัดคั่วอยู่ตรงข้ามเสถียรธรรมสถาน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ของร้านนี้มีซิกเนเจอร์เป็นกลิ่นหอมกระทะจากการคั่วด้วยเตาถ่านที่ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็ทำได้ โดยทางร้านเลือกใช้ไก่เบทาโกรสะอาดสะอ้าน ผักกาดหอมสด ๆ ถ้าชอบความเข้มข้นแบบไม่กลัวคอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดสั่งแบบคั่วอบที่ตอกไข่โปะลงไปเลย

 
 
 
ร้านอาหารบ้านๆ ไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบร้านข้างทางเสมอไป เพราะรสชาติโฮมมี่สไตล์คุณพ่อทำให้ลูกๆ กิน อย่างเมนูอาหารอิตาเลียนของร้าน Grand Pizza Livio ร้านสีเหลืองจัดจ้านสไตล์ซิซิเลียนที่ซ่อนตัวอยู่หลังร้านข้าวผัดปูรวมโชค คือ ร้านอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำหรับที่ทำให้เราไม่ต้องลงทุนเสียค่าทางด่วนไปถึงร้านออริจินัลอย่าง Pan Pan เพราะที่นี่เสิร์ฟพิซซ่าเตาถ่านมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ (ราคาเริ่มต้นที่ 240 - 400 บาท) ลุงลิวิโอ้เชฟประจำร้านเลือกใช้ชีสสดในการปรุงหน้าพิซซ่าทำให้ได้รสชาติที่สดใหม่ คนบ้านอยู่ไกลจากย่านนี้ยังต้องแวะมาออเดอร์เลยล่ะ


3. พระอาทิตย์ตกปุ๊บ ถึงเวลาชอปปั๊บ

 
ถ้าตอนกลางวันได้นั่งพัก กินของอร่อย ๆ จิบกาแฟในคาเฟ่เย็น ๆ มาพอแล้ว ตกกลางคืนลองบริหารแข้งขา (และกระเป๋าตังค์) กันสักหน่อยดีกว่า ขอบอกว่าย่านวัชรพล-รามอินทรา เปรียบดั่งพื้นที่ขุมทรัพย์ของคนรักตลาดนัดกลางคืนเลยนะ เพราะเพียงแค่ข้ามไปฝั่งถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย เราก็ได้เจอกับตลาดนัดที่พร้อมจะวางกับดักให้เราได้ควักกระเป๋าอยู่ทุกมุม เริ่มตั้งแต่ ตลาดนัดเลียบด่วนฯ ต้นกำเนิดของสารพัดตลาดนัดในย่านนี้ก็ขนมาทั้งร้านนั่งแฮงค์เอ้าท์ที่คึกครื้นตลอด ที่นี่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดที่มีทั้งของเบสิกอย่างลูกชิ้นปิ้ง ร้านยำ ไปจนถึงเบอร์เกอร์ฟู้ดทรัค อิซากาย่า (ไทยสไตล์) และเสื้อผ้ามือหนึ่ง มือสอง เช่นเดียวกับตลาดนัดเช็คอิน ที่พ่อค้าแม่ค้ามาจองแถวกันเป็นแนวยาวใต้ทางด่วน ใครใคร่ชอปแบบไหนจัดไปเลยจ้า
 
 
ฟู้ดทรั๊คในตลาดนัดเลียบด่วนฯ
 
 
กุ้งแม่น้ำเผามันเยิ้ม ๆ จากร้านแดกส์หัวมัน
 
ส่วน ตลาดนัดหัวมุม นั้นก็เต็มไปด้วยร้านจี๊ดๆ ที่ขุดคอนเซ็ปต์มาประชันกันแบบมันส์สุดๆ ร้านที่กำลังเป็นที่ฮอตฮิตมากๆ ก็คือร้าน แดกหัวมันส์ กุ้งแม่น้ำเผา ที่นอกจากพ่อค้าจะหน้าตาดีแล้ว กุ้งแม่น้ำเผาของที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีตั้งแต่ไซส์ธรรมดาขายเป็นกิโลๆ ไปจนถึงไซส์ยักษ์บึ้มที่เห็นแล้วต้องอ้าปากค้าง ทุกตัวมาพร้อมมันสีเหลืองข้นๆ นอนรอให้ตักไปคลุกข้าว  

4. ไม่ว่าจะเป็นสายเฮลท์ตี้ หรือสายบิวตี้ ก็มีเวลาดูแลตัวเอง

 
 
 
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า โหยหาการเยียวยาตัวเอง ไม่ต้องเคลื่อนกายไปไหนไกลก็บำบัดความเครียด อัพเกรดผิวให้ปิ๊งปั๊งได้ เพราะสปาครบวงจรอย่าง  Kiritara Spa & Massage ที่มีทั้งนวดน้ำมันด้วยเอสเซนเชียลออยล์กลิ่นเฉพาะของทาง Kiritara ที่แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกได้ถึงความสบายที่จะได้รับ นวดไทยตำรับดั้งเดิมก็มีให้เลือกสำหรับสายเส้นลึก เส้นแข็ง ส่วนตัวเราชอบคอร์สนวดหน้าของที่นี่เพราะใช้ผลิตภัณฑ์ของ Jurlique แบรนด์บิวตี้สายแนเชอรัลที่เราชื่นชอบในกลิ่นหอมกรุ่นแบบละมุนละไมจากเอสเซนเชียลออยล์ แต่ถ้าไม่มีเวลาลงคอร์สอย่างจริงจัง ลองมานั่งนวดเท้าในห้องนวดเท้าที่กว้างขวาง นั่งสบาย และไพรเวทสุด ๆ ก็ดีต่อใจและร่างกายนักแหละ

 
 
 
 
สำหรับหนุ่มสาวนักกีฬาตัวจริงจะเลือกทะลุถนนสุขาภิบาล 5 ออกไปยังถนนพหลโยธินช่วงตัดกับเส้นลำลูกกาก็จะได้ออกกำลังกายอย่างจริงจัง ทั้งวิ่ง และว่ายน้ำ ในสนามกีฬามาตรฐานอย่าง สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ที่นอกจากได้เบิร์น ไม่ต้องมัวแต่อุดอู้อยู่บนลู่วิ่ง และได้เทรนกันเต็มสตรีมแล้ว สำหรับคอบอล วันดีคืนดียังมีฟุตบอลแม็ตช์ใหญ่ให้ดูบนสนามกีฬาความจุกว่า 25,000 ที่นั่ง รวมทั้งยังมีสนามกอล์ฟและเปตองอีกด้วย


5. ทางด่วน ทางลัด ถนนตัดใหม่ จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ

 
ที่บอกว่าย่านวัชรพล-รามอินทราพรั่งพร้อมและกำลังเนื้อหอมเอามาก ๆ นั้นไม่ใช่แค่เพราะร้านรวงและสถานที่เจ๋ง ๆ ที่เรายกตัวอย่างมาให้ก่อนหน้านี้เท่านั้นนะ แต่กับกรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมรที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการเดินทางแล้วเนี่ย ย่านนี้กลับเป็นอีกพื้นที่ที่เดินทางสะดวกสบายไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าใครต้องการเข้ามาทำงาน อยากมาชอปปิ้งที่ห้างกลางเมือง หรือเพื่อนนัดไปแฮงก์เอาท์แถวทองหล่อ-เอกมัย ก็ใช้ทางพิเศษฉลองรัชเดินทางเข้าไปถึงจุดหมายได้ในเวลาเพียง 25 นาที
 
นอกจากนี้ยังมีถนนที่เพิ่งตัดใหม่อย่างถนนเทพรักษ์ ทำให้เราสามารถเลี่ยงการจราจรของถนนรามอินทราไปยังถนนพหลโยธินช่วงย่านสะพานใหม่ ทำให้เราไปสนามบินดอนเมืองได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งมวลชนนี่ยิ่งเตรียมเฮกันได้ เพราะโครงการรถไฟฟ้ากำลังเร่งก่อสร้างสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (เปิดให้บริการปี พ.ศ. 2563) และยังมีรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ที่เราอาจได้ใช้ในปี พ.ศ. 2564 คราวนี้แหละ ใครจะนัดเที่ยวทองหล่อก็ไม่อิดออดอีกละ !
 
 

 
นี่คือความครบเครื่องของย่านวัชรพล-รามอินทรา ที่เราต้องจับตา เพราะมีทั้งความสะดวกด้วยการเดินทางที่ครอบคลุมในอนาคต และความสบายของร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่กระจายตัวทั่วทั้งย่าน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้วัชรพล-รามอินทรา เป็นพื้นที่ในฝันของใครหลายคนได้อย่างไร
 
สำหรับใครที่มองหาบ้านในฝันที่ตอบโจทย์ทุกสมาชิกในครอบครัว ในทำเลที่เดินทางสะดวกใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนแค่ 2.5 กิโลเมตร ได้ความเป็นส่วนตัว แต่ไม่เงียบเหงา เพราะอยู่ใจกลางย่านวัชรพล เราขอแนะนำให้แวะไปชมโครงการ บุราสิริ วัชรพล ซึ่งมีคอนเซปต์ประจำโครงการที่ว่า “นวัตกรรมบ้านอยู่สบายด้วยพลังงานสะอาด พร้อมธรรมชาติบนพื้นฐานความสุขในการใช้ชีวิต ใจกลางวัชรพล”
 
ด้วยแนวคิดที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่รายล้อมรอบโครงการให้ตัวบ้านกลายเป็นบ้านใจกลางป่าใหญ่ในเมืองกรุง บริเวณคลับเฮ้าส์ก็เก๋และกรีนมาก เพราะที่นี่ได้จำลองแบบให้คล้ายกับบ้านต้นไม้ไซส์ใหญ่ให้เราขึ้นไปเดินชมยอดไม้สีเขียวสบายตา รับลมเย็นฉ่ำ
 
 
คอนเซ็ปต์บ้านต้นไม้ยังถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่น สร้างเสริมจินตนาการใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ส่วนพื้นที่ออกกำลังกายสำหรับผู้ใหญ่นั้นมีสวนขนาดใหญ่ให้ออกวิ่งจ็อกกิ้งถึง 2 สวนด้วยกัน ถ้าไม่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งจะเข้าไปเล่นฟิตเนสพร้อมมองวิวต้นไม้เพลิน ๆ หรือว่ายน้ำในสระระบบน้ำเกลือที่ขนาดยาวกว่า Half Olympic เสียอีก แถมดีไซน์ให้เหมือนกำลังว่ายน้ำในน้ำตกสักแห่งด้วย (แยกสระเด็กต่างหากเพื่อความปลอดภัย)
 
 
 
หรือถ้ารู้ตัวว่า เป็นคนอยู่ไม่ติดบ้าน ชอบทำงานในคาเฟ่หรือโคเวิร์กกิ้งสเปซ ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนไกล เพราะในตัวหมู่บ้านมีพื้นที่นั่งทำงานฟีลเก๋ ๆ เผลอ ๆ จะดีกว่าคาเฟ่ หรือ Co-working Space ข้างนอกด้วยซ้ำ เพราะทั้งเงียบสงบ เป็นส่วนตัว แถมดีไซน์ก็เก๋ล้ำถูกจริตชาวมินิมอลอย่างเรานักล่ะ

 
แวะไปเยี่ยมชมโครงการได้ที่ บุราสิริ วัชรพล หรือโทร. 1685 ได้เลยนะ