Dec 23 2016

nightlife

เคยไปยัง? 7 รูฟท็อปบาร์ทางเลือกใหม่ห่างไกลจากความวุ่นวาย

ไม่ว่าอากาศจะร้อนขนาดไหน เราก็ยังชอบไปเสพย์บรรยากาศในยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครอยู่ดีแหละ แต่แน่นอนว่าบาร์สูงเสียดฟ้าฮิตๆ ส่วนใหญ่มักจะแออัดตลอดเวลา วันนี้เราเลยอยากมาแนะนำ 7 รูฟท็อปบาร์ที่มาพร้อมกับ 7 คาแร็คเตอร์พร้อมคุณภาพคับจอ ไม่ต้องไปแย่งกับคนอื่นหรอก บาร์เล็กๆ ก็มีเสน่ห์ของตัวเองเหมือนกัน : )

NEW! มองขอบฟ้ามหานครที่ Brewski
 
เปิดตัวรับลมหนาวพอดี๊ สำหรับรูฟท็อปบาร์น้องใหม่ที่เปิดตัวบนชั้น 30 ของโรงแรม Radisson Blu Plaza บนถนนสุขุมวิท ห่างจาก MRT และ BTS อโศกมาไม่กี่ก้าว และด้วยความที่ตั้งอยู่บนชั้นที่ 30 ทำให้บริวสกี้กินขาดในเรื่องวิวเมืองของถนนสุขุมวิทที่มองเห็นตั้งแต่ตึกระฟ้าที่ตั้งอยู่รายรอบแยกอโศก ไปจนถึงสวนสาธารณะเบญจสิริที่ตอนพระอาทิตย์ตกนี่บรรยากาศดีอย่างบอกใคร 
 
 
ถึงแม้จะตั้งอยู่บนโรงแรมหรู แต่บรรยากาศกลับชิลเหมือนร้านทั่วไปด้วยโต๊ะไม้สลับกับโต๊ะบาร์ยาวไว้ให้นั่งมองวิวกันแบบเต็มๆ นอกจากจะมีคราฟต์เบียร์เสิร์ฟแล้วยังมีเบียร์สดให้ลองถึง 12 แท็ปเลยทีเดียว

 
 
เมนูอาหารก็ถูกใจคออาหารไทยด้วย เพราะนอกจากจะมีเบอร์เกอร์เนื้อสุดฉ่ำแล้ว ที่นี่ยังเสิร์ฟอาหารอีสาน ไล่ตั้งแต่ข้าวเหนียวไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว เสิร์ฟมาในปิ่นโต ทีรามิสุในแก้วเบียร์ ไปจนถึงไส้กรอกอีสานเสิร์ฟแบบดับเบิลฮอทด็อกที่ยาวถึง 60 เซนติเมตร!

NEW! แฟนซีบนเมฆขาวที่ Attitude
 
ใครว่ารูฟท็อบบาร์เจ๋งๆ จะมีแต่ในเมือง เพราะย่านเจริญนครก็เพิ่งต้อนรับบาร์ใหม่สุดสวยอย่าง Attitude ที่อยู่ชั้น 26 ของโรงแรมเปิดใหม่อย่าง Avani Riverside ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของโรงแรม Anantara Riverside นั่นเอง 

 
 
ด้วยคอนเซ็ปต์บาร์ลอยฟ้า การตกแต่งจะเป็นแนวแฟนซีเช่น โคมไฟสีขาวที่เป็นงานศิลปะปุยเมฆ ส่วนด้านในก็จะเป็นฟองสบู่ลอยอยู่บนเพดาน และด้านในสุด ซึ่งเป็นห้องกระจกมองเห็นวิวเมืองได้ 180 องศา 
 
 
ส่วนเครื่องดื่มกับอาหารที่นี่ บอกไว้ก่อนว่าราคาแรงอยู่ ถ้าใครอยากมาดริงก์อย่างเดียว เราเลยอยากแนะนำให้กินอาหารให้อิ่มที่พลาซ่าด้านล่างเสียก่อน แต่ถ้าใครอยากลองอาหารที่นี่ รับรองว่าดีงามเลยล่ะ เช่น เนื้อแกะโลลี่ป็อป (340 บาท) มี 4 ไม้ เนื้อเป็ดแช่น้ำปลารมควัน (220 บาท) หรือใครจะเลือกเล่นใหญ่อย่างเนื้อวากิวออสเตรเลียโทมาฮอว์กราคา 4,950 บาท ที่แชร์กับเพื่อนได้หลายคน

 
 
คอของหวาน แนะนำให้เหลือท้องไว้กินขนมที่นี่ เพราะทั้งรสชาติและพรีเซนเทชั่นคือดีงาม เช่น “Xtra Virgin” ที่ทั้งจานทำจากแอปเปิลทั้งหมด แต่เห็นลูกแอปเปิ้ลนั่นไม่ใช่ลูกจริง แต่เป็นน้ำเชื่อมแอปเปิ้ลที่นำมาเป่ามูสเข้าไปจนกลมเหมือนแอปเปิ้ลจริง เสิร์ฟกับแอปเปิลซอร์เบ 
 
 
ส่วนเครื่องดื่มก็ได้มิกโซโลจิสต์ชาวฝรั่งเศสอย่างอเล็กซานเดอร์ แอร์แซงต์ มาเป็นผู้เนรมิตรค็อกเทลหลากสไตล์ ไล่เรียงตั้งแต่สายแกลมอย่าง มูแลง รูจ ไปจนถึงสายชิลอย่าง โบรา โบรา พาราไดซ์ ไอซ์แลนด์ ราคา 380 บาท ทั้งคู่ 


NEW! ชิลริมน้ำเจ้าพระยาที่ Above Riva
 
เริ่มกันด้วยร้านอาหารบนดาดฟ้าของโรงแรมบูติกริมน้ำ Riva Arun พอได้มาสักทีแล้วต้องประทับใจกับวิว 360 องศาสุดลูกหูลูกตา มองเห็นทั้งวัดวาอาราม โบสถ์ซางตาครู้ส บริเวณท่าเตียน วังหลัง ถ้าฟ้าเปิดก็ส่องได้ถึงวัดกระแก้วเชียวล่ะ
 
 
เมนูของ Above Riva จะค่อนไปทางอาหารไทยสไตล์ฟิวชัน อาทิ หมูคุโรบุตะบดหมักตะไคร้ ราดซอสสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวตอก (300 บาท) ลาบเป็ดหนังกรอบกับตับห่านฟัวกราส์ย่าง ราดซอสน้ำส้มบัลซามิกเข้มข้น (390 บาท) และสปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งกับไส้กรอกสเปน (470 บาท) ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล เบียร์ วิสกี้ รวมถึงเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์อย่างม็อกเทล น้ำผลไม้ สมูทตี้ ชาและกาแฟ

 
392/25-26 ถนนมหาราช โทร. 02-221-1188

สายโรแมนติก
 
เรามั่นใจว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลายคนต้องเคยเห็นภาพบันไดสวยประดับแสงไฟของ Top Knot ซึ่งเป็นหนึ่งในรูฟท็อปบาร์น้องใหม่ที่เราชอบที่สุดแล้วตอนนี้ มีความโรแมนติกสูงมากจนได้ข่าวว่ามีคนไปขอแต่งงานที่นี่อยู่เรื่อยๆ ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโรงแรมบูติกเล็กๆ ด้านหน้าของ Ramada Plaza Bangkok Maenam Riverside Hotel อาจจะไม่ได้ติดแม่น้ำ แต่ยังสามารถเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สุดแสนจะโรแมนติกในยามค่ำคืน บริการเสิร์ฟอาหารตั้งแต่หัววัน แต่เราแนะนำให้ไปตอนเย็นเพราะลมเย็นกำลังดี
 
 
อาหารที่นี่จะเน้นประเภทบาร์บิคิว มีทั้งหมู ไก่ เนื้อ กุ้ง และปลาแซลมอนให้เลือกกัน อาหารจานหลักประเภทพาสต้าก็มีหลากหลายอยู่ (เริ่มต้นที่ 200 บาท) ส่วนเครื่องดื่มสามารถสั่งได้ทั้งเบียร์ไทยและนำเข้าแบบขวด เช่น เบียร์สิงห์ เบียร์ลาว (160 บาท) และ Brother’s Cider (280 บาท) แต่ถ้าเป็นสายหวานมากกว่าก็มีให้เลือกทั้งค็อกเทลและม็อกเทลอีกหลายอย่างนะ แนะนำให้ลองสอบถามทางร้านด้วยนะว่ามีเมนูพิเศษประจำวันหรือเปล่า ไหนใครบอกว่าแถวเจริญกรุงจะมีแต่บาร์-อาร์ทสเปซดิบๆ อย่างเดียวล่ะ!

 
ชั้น 8-9 โรงแรม Hotel Once Bangkok, 2074/99 ซอยเจริญกรุง 72/2 โทร. 02-688-2596

คราฟต์เบียร์ริมสระ 
 
722 Craft Experience ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรมในย่านเอกมัย ซึ่งอาจจะฟังดูไม่ได้สูงมากมาย แต่เรารู้สึกสบายใจเวลาได้ไปนั่งเล่นริมสระน้ำที่นี่ มีบริการอาหารอเมริกันประเภทซี่โครงบาร์บิคิว ปีกไก่ และ quesadilla ล่าสุดนี้เพิ่งเพิ่มเติมเมนูน้องใหม่อย่างเบอร์เกอร์ซี่โครงหมูด้วย แต่ไฮไลท์อยู่ที่คราฟต์เบียร์สมชื่อ ซึ่งมีให้เลือกจาก12 ประเภทบนแท็ป เช่น เบียร์สิงห์ (120บาท/330 มล.) Hoegaarden (250บาท/ไพนต์) จนไปถึง Stone IPA (300บาท/ไพนต์) และ Stone Delicious IPA (310บาท/ไพนต์) ตอนนั้นเราแวะไปช่วงคริสต์มาสเลยมีเบียร์พิเศษในนาม "Christmas Beer" ซึ่งเป็น limited edition ของ Mikkeller ด้วย
 
 
ส่วนคนอยากลองเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ไม่ต้องกลัวนะ เพราะบาร์เทนเดอร์ของที่นี่เคยดูแลเครื่องดื่มที่ Demo และ J.Boroski ซึ่งหมายความว่าค็อกเทลต้องแอบมีลูกเล่นนิดๆ อยู่แล้ว ส่วนดนตรีจะเน้นไปทางอิเล็กโทรนิกส์ป๊อบ และ r&b แต่ถ้าชอบเพลงโคฟเวอร์ต้องไปทุกวันพุธ-พฤหัสและเสาร์ 

 
ชั้น 9 โรงแรม Paradise Sukhumvit Hotel, ซอยเอกมัย 12 (ซอยปรีดี 31) โทร. 093-426-3591

สบายๆ ย่านทองหล่อ  
 
ช่วงนี้มีแต่คนนิยมไปแออัดแย่งที่นั่งกันที่ The Commons กับ 72 Courtyard ส่วนตัวแล้วเราอยากแนะนำให้ไปลอง Dusk Thonglor ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ กับ Wanderlust นี่เอง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งรูฟท็อปบาร์ที่เราชอบมากเช่นกัน คล้ายคลึงกันที่ความเป็นกันเอง ต่างกันตรงการตกแต่งด้วยโครงสร้างเหล็กและหินอ่อน อาหารของที่นี่เป็นประเภทไทยอีสานซะส่วนใหญ่ บวกกับเมนูฟิวชั่นบางรายการ เช่น ฟิชแอนด์ชิปส์สไตล์ไทย
 
 
ส่วนเครื่องดื่มจะเน้นคราฟท์ค็อกเทลที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น Dusk Rosito (340 บาท) ค็อกเทลจินสุดหอมผสมทับทิม แตงกวา มะนาวและไซรัป ส่วนคอเบียร์สามารถสั่ง Hoegaarden และ Asahi มาจิบได้ แต่ถ้าอยากลองอะไรใหม่ๆ เราแนะนำให้คุยกับบาร์เทนเดอร์เลยว่าชอบเครื่องดื่มแบบไหน และมีเหล้าอะไรใหม่ๆ เข้ามาบ้าง

 
ซอยทองหล่อ 13 โทร. 096-860-7690

วิวสูงเสียดฟ้า 
 
คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก Vertigo & Moon Bar กันแล้ว เพราะเป็นอีกหนึ่งรูฟท็อปบาร์ยอดนิยมที่ใครๆ ก็อยากไปซักครั้งในชีวิตถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ เลยทำให้มีลูกค้าเยอะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยว แต่รู้รึเปล่าว่า Vertigo Too ก็เป็นอีกหนึ่งบาร์ในโรงแรม Banyan Tree ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วนะ ตั้งอยู่บนชั้น 60 ในบรรยากาศหรูราคาแพง แต่คนไม่เยอะจนเกินไป แถมมิกโซโลจิสต์ของที่นี่มีดีกรีได้รางวัล “Bacardi Legacy Cocktail Competition Winner 2016” ด้วย บางคืนมีแสดงดนตรีแจ๊สสดด้วยนะ ใครยังไม่เคยไปสัมผัสวิวงามๆ ของที่นี่ เห็นทีจะได้เวลาไปโดนแล้วล่ะ แนะนำให้โทรไปจองที่นั่งริมกระจกเพราะจะได้วิวเต็มที่
 
 
ชั้น 60 โรงแรม Banyan Tree Hotel 2/100 ถ. สาทรใต้ โทร. 02-679-1200