Apr 10 2018

nightlife

Frank Mansion ตึกกินดื่มลับแห่งใหม่ในซอยอารีย์ คุณค่าที่สายค็อกเทลคู่ควร

#บาร์เทนเดอร์หล่อบอกต่อด้วย

บอกเลยว่างานนี้สายฟรุ้งฟริ้งคาเฟ่ฮ็อปปิ้งจงหลบไป เพราะในที่สุดซอยอารีย์ก็มีตึกกินดื่มแห่งใหม่ที่โลกรอคอยอย่าง Frank Mansion บาร์ลับที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 และ ชั้น 4 ของโครงการ Ari One กับคาแรกเตอร์แบบมาสคิวลีนแมน ๆ เตะบอล สาว ๆ ไปได้ หนุ่ม ๆ ไปดี เก้งชะนีโปรดปราน ฝรั่งเทสต์ดี บาร์เทนเดอร์หล่อบอกต่อด้วย โอ๊ย ! ฮาร์ดเซลล์ขนาดนี้ไม่ต้องอ่านต่อแล้วมั้ง (ล้อเล่น !)
 
 
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ว่า Frank Mansion จะเกี่ยวอะไรกับคาเฟ่ไซซ์เท่าแมวดิ้นตายขวัญใจชาวฮ็อปเปอร์แห่งซ.อารีย์ 1 อย่างร้าน Frank Cake Bar แต่นี่คือโปรเจ็กต์ลับที่มาจากการรวมตัวกันของแก๊งเจ้าของร้านในตำนานแห่งซอยอารีย์หลาย ๆ ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านซูชิระดับพรีเมียมอย่าง Sousaku ร้านกาแฟสายมินิมอลอย่าง Porcupine Cafe ร้านขนมปังเชื้อสายออสเตรียแท้ ๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่อย่าง Landhaus ร้านอิซากายะเกรดไฮคลาสอย่าง Sasori Izakaya และร้านคราฟต์เบียร์สไตล์ไอริชที่ทุกคนรักอย่าง O'Glee
 
เลยไม่น่าแปลกใจที่ Frank Mansion จะกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและโหดที่สุดแบบไม่ต้องสงสัยอะไรให้มากความจากประสบการณ์และความเป็นสเปเชียลตี้ในแต่ละสายของหุ้นส่วนหลัก 
 

อาหารดีจนเปิดเป็นร้านอาหารจริงจังเลยก็ได้อ่ะ

 
อย่างเช่นในพาร์ทอาหาร ที่ได้ คุณน็อต-ชาฏิ วิโนทัย จากร้าน Sousaku, Nabe Nabe และ Sasori Izakaya มาดูแลเรื่องวัตถุดิบและครีเอทจานเด็ดที่เราขอขีดเส้นใต้ไว้ตรงนี้ว่าควรมาโดน อาทิ Pasta Kak Kak (340 บาท) ที่ไม่ได้กากเหมือนชื่อเลยซักนิด แต่เป็นการเอาเส้นเฟตตูชินี่มาเสิร์ฟคู่กับเนื้อสามชั้นจากอเมริกา ที่ตุ๋นกับซอสไวน์แดงจนชุ่มฉ่ำ โรยด้วยกากเนื้อเจียวเองแบบไม่ยั้ง ใครรู้ตัวว่าเป็นสายเนื้อที่แท้ขอเรียนเชิญ
 
 
 
อีกสองจานที่อยากให้ลองสั่งคือหมึกสายซอสกอและ (280 บาท) กับ Chinese Born Hawaiian (260 บาท) ที่เป็นเหมือนจานลูกผสมระหว่างเกี๊ยวกรอบแบบจีนจ๋า ๆ กับแซลมอนโปเก้จากเกาะฮาวาย มีความเก๋ตรงที่เสิร์ฟพร้อมกัวคาโมเล่ที่ทำมาจากถั่วแดงจากโครงการหลวง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะดี ซักพัก อ้าว ! หมดจานแล้วอ่ะ งง

 
 
บาร์แห่งนี้ยังมีการอัพเลเวลให้เมนูอาหารพีคขึ้นไปอีก (ได้อีกหรอ) ด้วยการไปฟีทเจอร์ริ่งกับ เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะ จาก Escapade และ ราบ สองร้านในตำนานแห่งย่านพระอาทิตย์ มาเป็นคนครีเอทเมนูพิเศษให้ด้วย
 
 
 
จานที่เราได้ลองคือ Beef Cube With Bread (380 บาท) ใช้เนื้อสับอบเกรดพิเศษจากอเมริกา เสิร์ฟคู่กับซอสสูตรลับที่มีส่วนผสมของถั่วเน่า พริกลาบ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น และแถมด้วยขนมปังออสเตรียจาก Landhaus จุด ๆ นี้คือแค่เอาขนมปังไปจิ้มซอสในจานก็ฟินแล้ว

 
กับจานสุดท้ายอย่าง Chef Van (170) คือตั้งชื่อได้ง่ายจนคิดว่า เออแบบนี้ก็ได้เว้ย แถมยังมาในหน้าตาบ้าน ๆ ตามสไตล์เชฟแวนไปอีก แต่เราขอยกให้เป็นจานที่ดีที่สุดของร้านนี้แล้วจริง ๆ คือเป็นข้าวหน้าคอหมูสามชั้นสไลด์บางผัดกับกะทิ มีวัตถุดิบเด็ดเป็นใบชะคราม พืชน้ำเค็มอารมณ์ประมาณสาหร่าย ให้รสชาติออก Salty นิด ๆ บวกกับความมันจากกะทิและหมูหน่อย ๆ เอาเป็นว่าดี คุณได้ไปต่อ

เมนูเหล้าจากคนขายเบียร์

 
 
ความผีอย่างหนึ่งของซอยอารีย์ คือไม่รู้จะหาค็อกเทลดี ๆ ได้จากที่ไหน เพราะมองไปตรงไหนก็มีแต่ร้านคราฟต์เบียร์ มองอีกทีก็ร้านกาแฟ เพราะฉะนั้นซอยนี้เลยไม่เป็นที่นิยมของสายค็อกเทลซะเท่าไหร่ 
 
แต่หลังจากที่ Frank Mansion ตั้งตัวเป็นบาร์ที่จริงจังค็อกเทลในระดับ 9 เต็ม 10 (หักคะแนนเพราะบาร์เทนเดอร์เก๊กไปหน่อย) เราเลยกล้าที่จะประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ในที่สุดซอยนี้ก็มีของดีไว้พาเพื่อน (และผู้) มานั่งจิบดริ้งก์แบบคูลๆ ได้ซักทีโว้ย !
 
 
ที่สำคัญคือถ้าใครเป็นลูกค้าประจำร้าน O'Glee จะรู้ดีว่าพี่ ๆ ร้านนี้เน้นการให้ความรู้และ Educate นักดื่ม มากกว่าเชียร์ให้เมาหัวทิ่ม พอเปลี่ยนสายมาจับเหล้า เลยกลายเป็นเมนูค็อกเทลที่คิดมาเป็นอย่างดี รวมถึงผ่านการครีเอทสูตรโดยทีมบาร์เทนเดอร์มือดีจาก Bootleggers จนกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ค็อกเทลถึง 7 ตัวที่เราคิดว่าจะกลับไปลองให้ครบในเร็ว ๆ นี้

 
 
สำหรับสายแข็งอยากได้เหล้าแรง ๆ เราแนะนำให้สั่ง JFK (320) บาท ค็อกเทลแนว Spirit Forward ที่ได้ทั้งรสและกลิ่นของ Rye Whiskey อัดเข้าเต็ม ๆ หน้า ไม่ต้องผสมน้ำหรือน้ำผลไม้ใด ๆ ให้เบาหวานขึ้นตา กับอีกตัวคือ Phantom Punch (320 บาท) หมัดมหากาฬของมูฮัมหมัด อาลีที่น็อกเราด้วยเหล้าจิน และไซรัปโฮมเมดสูตรพิเศษที่ทำจากพริกแห้งและอบเชย
 
 
แต่ที่เราชอบสุดขอยกให้กับ Dorothy (320 บาท) เหล้าวอดก้าผสม Rose Water ที่เสิร์ฟมาในแก้ว Highball ทรงสูง บวกกับแต่งด้วยใบไทม์และดอกกุหลาบแช่แข็ง อย่าเพิ่งหลงกลให้กับความเก๋ของแก้วนี้ เพราะถ้าเปรียบโดโรธีเป็นหญิงสาว เธอเป็นสาวที่สวยแต่อันตรายสุด ๆ เลยล่ะ
 
ซึ่งนอกจากค็อกเทลต่าง ๆ ที่บาร์แห่งนี้ก็ยังเสิร์ฟทั้งเบียร์สดของ Bavaria แบบแท็ปและเหล้าแรง ๆ พร้อมมิกซ์เซอร์ตามประสาร้านเหล้าทั่วไปให้สายนั่งยาวได้รวมแก๊งเพื่อนมาเอ็นจอยกันด้วยเหมือนกันนะ

มู้ดแบบยุค 20th Century กับลิสต์เพลงจากเสพย์สากล

 
 
ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม แต่ที่บาร์แห่งนี้โฟกัสพอ ๆ กับพาร์ทอื่น ๆ คือเรื่องมู้ดของร้าน เริ่มจากเพลงแนว Soul, R&B และ Jazz ที่ให้ฟีลแบบผู้ใหญ่ ๆ หน่อย โดยได้หุ้นส่วนหลักซึ่งเป็นเจ้าของเพจดังอย่าง เสพย์สากล มาจัดลิสต์เพลงให้

 
เราเลยจะได้ยินเพลงของ Al Green, Frank Sinatra และ Irvin Mayfield ดังคลอ ๆ อยู่ในชั้นล่าง ที่ตกแต่งด้วยการคลุมโทนมืด ๆ เน้นแสงสลัว ๆ จากเทียนไข มีโซฟาบุหนังที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสไตล์เจนเทิลแมนซักเรื่อง ซึ่ง คุณอ๋อง-ฉัตรเฉลิม งามมีศรี อินทีเรียดีไซน์เนอร์มือดีจาก Porcupine Cafe และหุ้นส่วนหลักของร้านนี้บอกกับเราว่า อยากออกแบบให้ห้องชั้นล่างนี้เป็นเหมือนเซฟเฮ้าส์ของ Frank ตัวละครลับที่เราเองก็ยังไม่เคยเจอ (แต่เอาชื่อเขามาตั้งเป็นชื่อร้านซะงั้น) 
 
 
ส่วนชั้นบนจะเป็นการอัพบีทด้วยเพลง Soul และ R&B สไตล์คึกคักพร้อมกรู๊ฟเก๋ ๆ มีลิสต์เพลง Indie Rock ผสมอยู่นิดหน่อย ที่สำคัญคือค่ำคืนวันศุกร์และเสาร์ ชั้นนี้จะแปลงร่างเป็น Live House ที่มีฟูลแบนด์มาเล่นเพลงสไตล์ Blues Rock, Soul และ R&B กันแบบเต็มอิ่ม หน้าบาร์ยาวด้านบนจะถูกเติมเต็มด้วยสายเสพย์ดนตรี (และฝรั่งหล่อ ๆ) เพราะฉะนั้นใครเป็นสายนี้ เราขอเรียนเชิญ  
 
Soimilk Says: คือเราดีใจมากที่นอกจาก Salt แล้ว ในที่สุดซอยอารีย์ก็มีตึกกินดื่มที่เน้นค็อกเทลและอาหารรสเลิศอย่าง Frank Mansion มาเปิดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้สายไนท์ไลฟ์อย่างเราซักที จากที่เคยเบื่ออารีย์เอามาก ๆ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเรากลับมาติดอกติดใจซอยนี้อีกรอบ แถมด้วยการนัดเพื่อนสาวไปปาร์ตี้ได้แบบรัว ๆ เก๋ ๆ ที่ชอบอีกอย่างคือเดินจากบีทีเอสแล้วทะลุมา ซ.1 แค่ประมาณ 20 ก้าวก็ถึงเลย ใกล้ไปอี้ก คือดี อันนี้ให้ผ่าน
 
Frank Mansion ชั้น 3-4 โครงการ Ari One ซ.อารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) 18:00-01:00 น. โทร. 02-048-3225 BTS อารีย์ www.fb.com/frankmansion