Nov 20 2017

restaurants & bars

จิบคราฟต์เบียร์กลางจังก์ยาร์ดเครื่องบินที่ “โหย”

อย่าปล่อยให้ตัวเองโหย

เปิดตัวมาหลายเดือน แต่ร้านรวงต่าง ๆ ในช่างชุ่ยก็ยังคงเพิ่มเติมเก็บดีเทลรายละเอียดไปเรื่อย ๆ สำหรับตัวร้านด้านใน รวมทั้งร้านคราฟต์เบียร์อย่าง โหย ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
 
ที่ด้านหน้าร้านโดดเด่นด้วยตัวป้ายชื่อร้านที่ติดอยู่ใต้โครงเฮลิคอปเตอร์ เหมือนกับสภาพรายรอบของร้านที่ดูคล้ายลานอะไหล่เครื่องบิน เพราะมีทั้งใบพัดเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบิน ไปจนถึงถังน้ำมันยักษ์
 
 
 
ขนาบข้างด้วยกรงสีแดงพร้อมที่นั่งที่ด้านซ้าย และบูทดีเจที่ด้านขวา ขับให้ตรงกลางของร้านโดดเด่นด้วยเคาเตอร์สั่งเบียร์ ที่เผยให้เห็นแท็ปเบียร์เงาวับทั้ง 12 หัวที่แต่ละเดือนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเบียร์ชนิดต่าง ๆ มาให้ลองแบบเรียกได้ว่า กลับมาเมื่อไหร่มีให้ลองแบบไม่ซ้ำเลยทีเดียว
 
 
 
โหย ฉลองการเปิดตัวด้วยการนำเสนอเบียร์เด็ด ๆ จากทั้ง 12 แท็ปที่ดูแลโดยค่ายเบียร์อุดมสุข ซึ่งออกแนวคิดออกมาเป็นการนำเสนอแบบผสมผสานรสชาติเบียร์ทั้งแบบโลกเก่า และเบียร์โลกใหม่ โดยไล่เรียงตั้งแต่เบียร์โลกเก่าจากต้นตำรับอย่างเยอรมนีที่มีมาให้ลอง 2 ตัวเป็น Weizen ทั้งคู่ ได้แก่ Ayinger Brauweisse 5.5% (245/195 บาท) และ Ayinger Bock 7% (255/205 บาท)

 
 
 
ตามมาด้วยเบียร์สไตล์เบลเยียมที่มีให้ลองทั้งแบบ Wit และ Ale โดยตัวแรกคือ Grissette Blanche Belgian Wit 5.2% (255/205 บาท) และ Duchesse de Bourgogne Flander Red Ale 6.2% (295/245 บาท) ซึ่งตัวหลังนี่รสละมุนหอมแบบคลาสสิกจริง ๆ ส่วนเบียร์โลกเก่าอีกประเทศก็คือเบียร์สไตล์อังกฤษที่มีให้ลองทั้งแบบ Ale และ Porter อย่าง Heretic Bitter Truth English Pale Ale 4.2% (295/245 บาท) และ Heretic Shallow Grave Porter 7% (295/245 บาท)

 
 
 
ส่วนอีก 2 สไตล์ที่ถูกคอเบียร์ยุคใหม่ก็คือเบียร์สไตล์อเมริกัน ซึ่งโหยก็จัดมาให้ลองดื่มกันสนุกถึง 3 ตัว ได้แก่ Heretic/Evil Cousin/ Double ที่เป็น American IPA 8.0% (295/245 บาท) และ Anderson valley/wild turkey bourbon barrel stout 6.9% (295/245 บาท) ส่วน Dechutes Mirror Pond American Pale Ale 5.0% (275/225 บาท) ถ้าหากไปลองกินเปรียบเทียบกับเอลโลกเก่าอย่างเบลเยียมก็จะเห็นคาแรกเตอร์ฉูดฉาดของเบียร์สไตล์อเมริกัน และความนุ่มลึกของเบียร์โลกเก่าเบลเยียมอย่างชัดเจน เพิ่มความบันเทิงในการดื่มไปอีกเท่าตัว
 
 
 
ส่วนความหรรษาที่เหลืออยู่ในอีก 3 ตัวในธีม BEYOND ที่เกิดจากการนำวัฒนธรรมเบียร์จากที่ต่าง ๆ มาบ่มแบบไร้ขอบเขต ทำให้ได้เบียร์สนุกแบบไร้ขีดจำกัน ไม่ว่าจะเป็น Sour Stout 7.5% (245/195 บาท) หรือจะเป็น Belgian Strong Ale Jimbeam Bourbon Barrel Aged 10.5% (245/195 บาท) ซึ่งเป็นการนำเบียร์เอลสไตล์เบลเยียมไปบ่มในถังวิสกี้เพิ่มทำให้มีกลิ่นหอมของวิสกี้ปนเข้ามาด้วย

 
 
แต่ถ้าใครอยากลองอะไรแรง ๆ ให้เลือกแท็ป 12 อย่าง Wheat Wine (245/195 บาท) ที่มีความแรงถึง 20% แถมยังดื่มไม่ยาก เพราะบอดี้แน่น หวานนำขมให้รสนุ่ม ปร่าคอเล็กน้อย 
 
ที่นี่ไม่ได้มีดีเพียงแค่เบียร์เท่านั้นนะ เพราะอาหารกับแกล้มของทีนี่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา โดยอาหารมาจากครัวของ Insects in the Backyard ที่ควบคุมการผลิตโดยเชฟใหม่-ฐิติวัชร ตันตระการ ซึ่งเน้นอาหารทานง่ายไว้กินคู่กับเบียร์ แถมราคายังย่อมเยาว์แบบทำเอาคอกินผสมคอเบียร์อย่างเรายิ้มกริ่ม
 
 
เริ่มตั้นแต่ BBQ Ribs ซี่โครงหมูบาร์บีคิว (99 บาท) Chicken Wing ปีกไก่ทอด (89 บาท) ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบซอสเกาหลี และซอสบัฟฟาโลสไตล์อเมริกัน Clamari ปลาหมึกทอด (89 บาท) รวมทั้งเฟรนช์ฟรายส์ (79 บาท) ที่เสิร์ฟแบบชิ้นอ้วนไว้กินกับครีมซอส แต่ที่เด็ดสุดคือลิ้นวัวย่าง ที่ย่างมากำลังดีเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วกินเพลินเลย

 
 
 
ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาน่าไปเยือน เพราะนอกจากช่างชุ่ยจะเลิกเก็บค่าผ่านประตูแล้ว ยังเป็นช่วงที่ลมหนาวกำลังพัดมาเพิ่มบรรยากาศเย็นๆ เหมาะแก่การจิบเบียร์บาง ๆ ผ่านวัฒนธรรมเบียร์ที่บ่มผ่านยุคสมัย 
 
ช่างชุ่ย 460/8 ถ.สิรินธร เขตบางพลัด โทร. 081-817-2888 เปิดอังคาร-อาทิตย์ 17:00 - 23:00 น. (ปิดวันจันทร์)