Jun 12 2017

restaurants & bars

La Dotta ร้านพาสตาเส้นสดทำเองที่เราอยากบอกต่อ

เรื่องเส้นเรื่องใหญ่

เรามักจะเห็นเมนูพาสตาแนะนำอยู่ในแทบทุกเมนูของร้านอาหาร แต่จะมีสักกี่ร้านที่จริงจังเรื่องเส้น? 
 
ตอนนี้เรามีอีกหนึ่งร้านใหม่ที่จริงจังเรื่องนี้มาแนะนำให้สาวกพาสตาได้รู้จักกัน นั่นคือร้าน La Dotta แห่งใหม่ในซอยทองหล่อ 9 ที่ทำเส้นกันสดใหม่ทุกวัน แถมยังมีพาสตาจากหลากหลายภูมิภาคของอิตาลีมาให้เลือกลองด้วย 
 
 
ร้านพาสตาสีฟ้าสดในแห่งนี้เป็นร้านในเครือเดียวกับ Vesper ค็อกเทลบาร์เท่ๆ บนถนนสีลม และ Il Fumo ร้านอาหารอิตาเลียนไฟน์ไดนิ่งแถวถนนพระราม 4 บ่อนไก่ ซึ่งนำโดยคุณโชติพงษ์ และคุณเด็บบี้ ลีนุตพงษ์ ที่อยากจะทำพาสตาสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ให้เราได้ลองทานกัน
 
 
“ที่ผ่านมามีร้านทำพาสตาเยอะ แต่ว่ายังไม่มีใครทำแบบ pasta bar จริงจัง เราเลยเลือกที่จะทำขึ้นมา และทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายในราคาที่สามารถกินได้บ่อยขึ้น” คุณโชติเผยถึงที่มาให้ฟัง แถมความเป็นพาสตาอิตาเลียนนั้นยังมีเอกลักษณ์แตกต่างไปตามแต่ละแคว้นด้วย
 
 
ทั้งสองคนยังเผยถึงที่มาของการตั้งชื่อร้านด้วยว่า ตั้งใจตั้งตามชื่อเล่นของเมือง Bologna เมืองเอกของแคว้น Emilia-Romagna ทางตอนเหนือของอิตาลี เพราะเมืองนี้ถือเป็นเมืองแห่งพาสตา และมีหลายชื่อเล่นด้วยกัน ไมว่าจะเป็น La Grassa หรือ The Fat One จากความมั่งคั่งเรื่องอาหารการกินของที่นี่ หรือจะเป็นที่มาของพาสตาสูตรคลาสสิกอย่าง tagliatelle bolognese (ตาเลียเตลเล โบโลเนส) 

 
ส่วนชื่อเล่น La Dotta ซึ่งแปลว่า ผู้รอบรู้ ก็มาจากการที่เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย University of Bologna ที่ถือเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของโลกโดยนับจากการที่ไม่เคยหยุดการเรียนการสอนเลย และยังเหมาะกับตัวร้านที่หวังให้เป็นผู้รอบรู้เรื่องพาสตาด้วย 
 

เส้นสดจากไข่เป็ด

 
 
ถ้าใครเป็นนักกินแบบเข้าเส้น จะรู้ว่าเส้นพาสตาส่วนใหญ่นั้นมีส่วนผสมเป็นแป้งและไข่ไก่ แต่เพราะทางร้านเองรู้สึกว่า ไข่ไก่ในบ้านเรายังไม่ค่อยมีไข่แดงเข้มข้นตามสูตรต้นตำหรับในอิตาลี ทางร้านจึงตัดสินใจเลือกใช้ไข่เป็ดมาเป็นส่วนผสมเข้ากับแป้ง Semolina แป้งสาลีที่มีไว้สำหรับทำพาสตาโดยเฉพาะ ทำให้ได้รสชาติและความเข้มข้นของไข่แดงเพิ่มขึ้น
 
แถมไข่เป็ดที่นี่ยังเลือกไข่เป็ดปลอดสารจากจังหวัดนครราชสีมาที่เลี้ยงแบบปล่อยเดินออกไปข้างนอกและกินอาหารปลอดสารพิษที่หาได้ตามธรรมชาติ ไม่ได้กินอาหารผสมสารเคมีเหมือนฟาร์มเป็ดทั่วไป
 
 
ที่ร้านจะมีพาสตาทั้งเส้นสด และเส้นแห้ง โดยเส้นสดที่ทำกันทุกวันจะมีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่เส้น Tortelloni ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเกี๊ยวห่อไส้อยู่ข้างใน โดยมีต้นกำเนิดจากแคว้น Emilia-Romagna เส้น Pici เส้นกลมม้วนด้วยมือ มีต้นกำเนิดจากแคว้น Emilia-Romagna เดียวกัน และเส้น Garganelli พาสตาลายเส้นม้วนหัวท้ายคล้ายปากกาขนนก และเส้น Fileja พาสตาเส้นเกลียวจากแคว้น Calabria ทางตอนใต้ของอิตาลี 
 

เลือกเส้นให้เหมาะกับซอส

 
Carbonara เส้น Bucatini

 
นอกจากความเป็นเส้นสดแล้ว ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกเส้นให้เข้ากับซอส เมนูที่นี่จึงเป็นเมนูที่จับคู่กันมาแล้วระหว่างซอสกับเส้นแห้ง หรือเส้นสดกับซอส โดยได้เชฟจัมปิเอโร กวาตาราโร เชฟอิตาลีจากแคว้นซิซิลีเป็นผู้จับคู่ความอร่อยของเส้นให้เข้ากับซอสแต่ละอย่างเอง
 
สำหรับเมนูเส้นแห้งจะใช้ซอสขึ้นมาเป็นตัวชูโรงเช่นเมนูคลาสสิกอย่าง Carbonara (360 บาท) ที่ทำสูตรสไตล์โรมันซึ่งใช้แก้มหมูตากแห้งกับไข่ออร์แกนิก และกินกับเส้น Rigatoni หรือเส้น Bucatini ซึ่งเป็นเส้นที่มีรูกลมตรงกลางเส้น ทำให้สามารถซึมซับน้ำซอสครีมได้ชุ่มฉ่ำมากขึ้น
 
Tortelloni 4 Formaggi
 
ส่วนเมนูพาสตาเส้นสด เราแนะนำว่าห้ามพลาดกับเมนูเส้น Tortelloni 4 Formaggi (340 บาท) หรือพาสตายัดไส้ชีสพาร์เมซานที่หมักนานถึง 24 เดือน หรือจะเป็นเมนู Tortelloni Bolognese (370) พาสตายัดไส้ปาร์มาแฮมที่รสชาติมากับกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของแฮม หรือจะลองเป็นเส้น Pici Bolognese ก็ได้เช่นกัน
 
Bolognes เส้น Pici
 
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอาหารทานเล่นอย่าง Bruschetta เนื้อปูบนขนมปังอิตาเลียน รวมทั้งเมนูปิดท้ายอย่างขนมเช่นเค้กแอลมอนด์ (190 บาท) ที่เสิร์ฟพร้อมกับแยมส้มและเบอร์รี่ หรือหากใครติดใจ Bomboloni ที่ Il Fumo และ Vesper ก็มีเสิร์ฟที่นี่ด้วย
 
เค้กแอลมอนด์

 

บาร์ค็อกเทลคั้นสดทุกแก้ว

ความดีงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่พาสตาเท่านั้น เพราะไหนๆ ก็อยู่เครือเดียวกับ Vesper หนึ่งในค็อกเทลบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ แล้ว ทางร้านก็เลยจัดเต็มกับบาร์ที่อยู่บนชั้น 2 ของร้าน ด้วยการให้คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ Group Bar Manager มาออกแบบค็อกเทลให้ที่นี่
 
 
ความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับที่ไหนเลยคือที่นี่จะเน้นค็อกเทลสดชื่นแบบตามสไตล์อิตาเลียนซัมเมอร์ ที่เน้นการนำผลไม้ต่างๆ มาเป็นส่วนผสมของค็อกเทล โดยเฉพาะกับน้ำคั้นผลไม้สดๆ 100%
 
“ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าเป็นเทรนด์ของค็อกเทลแบบ old-fashion ที่จะเสิร์ฟค็อกเทลคลาสสิกทั้งหลาย แต่ที่นี่เราจะเน้นผลไม้สดทั้งของไทยและต่างประเทศซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเป็นฤดูกาล ออกแนว classic บวกกับสดของวัตถุดิบที่นี่” คุณปาล์มอธิบายให้ฟัง
 
Passione Negroni
 
ค็อกเทลที่ออกแบบมาให้ลองนั้นมีทั้งหมด 7 ตัว (340 บาททุกเมนู) ซึ่งเราบอกได้เลยว่าน่าลองทุกตัว เช่น Passione Negroni ที่ผสมกาแฟเข้ากับ Fords Gin, Carpano Classico, Campary พร้อมโฟมมะนาวด้านบน จิบคู่กับเสาวรส หรือจะเป็น Amalfi South ที่มีส่วนผสมของส้ม Yuzu หรือจะเป็นเมนูสุดแหวกที่เราเพิ่งเคยชิมอย่าง Menta Paloma ค็อกเทลผสมมะม่วงเขียวกับ Peppermint Tequila
 
Menta Paloma

 
นอกจากนี้ยังมีเมนู G&T & Tea เมนูจินโทนิคกินคู่กับชาที่ให้ความรู้สึกสดชื่น หรือถ้าใครชอบเบียร์ ที่นี่ก็เสิร์ฟเบียร์ของอิตาลีอย่าง Menabrea 1846 (280 บาท) Baladin (320 บาท) Opperbacco (320) และยังมี natural wines หรือไวน์ที่บ่มโดยกรรมวิธีธรรมชาติไว้ให้เลือกลองได้อีกด้วย
 
 
อีกเรื่องดีๆ สำหรับปากท้องคนทองหล่อก็คือที่นี่มี Smart Lunch เมนูอาหารกลางวันราคาสบายกระเป๋าในราคา 290 บาท และ 370 บาท ซึ่งชุด 290 บาทจะเลือกได้ระหว่างอาหารรองท้องกับพาสตาอย่างละจาน หรือ พาสตากับขนมอย่างละจาน ส่วน 370 บาทจะได้ทั้งหมด 3 คอร์สเลยคืออาหารรองท้อง พาสตา และขนม โดย Smart Lunch มีทุกวันอังคาร-ศุกร์ 11:00-14:30 น.
 
 
ในอนาคต ถ้าใครติดใจอยากกินรสชาติเดียวกันนี้ที่บ้าน ทางร้านจะมีซอสพาสตากลับไปทำกินเองที่บ้านได้เลย โดยจะมีให้เลือก 3 ซอส ได้แก่  Amatriciana ซอสมะเขือเทศ guanciale ผสมชีส และ ซอส Ragù Bolognese ซอสมะเขือเทศ เป็นซอสเนื้อหรือหมู รวมทั้งซอส Ragù d'anatra ซอสมะเขือเทศเนื้อเป็ดที่ตุ๋นนานถึง 8 ชั่วโมง โดยขายในราคาขวดละ 460 บาท (ไซส์เล็ก สำหรับ 2-3 คน) และ 590 บาท (ไซส์ใหญ่ 590 บาท สำหรับ 4-5 คน) 
 
ตอนนี้ถ้าใครอยากไปลองกันมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำก็แวะไปหาได้เลย ที่สำคัญคือไม่มี Service Charge ด้วยนะ
 
161/6 ซอยทองหล่อ 9 ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ซอยทองหล่อ) เปิดอังคาร-อาทิตย์ 11.30-14.30 น. และ 17:30 - 23:00 น. โทร 02-392-8688