May 17 2017

restaurants

รวม 7 ร้านชาดีๆ สำหรับคนรักการดื่มชา

จิบชายามสายหรือบ่ายกับแก๊งค์เพื่อน

ภาพจาก Lemoncurd Tearoom

กรุงเทพฯ มีร้านชาดีๆ ซ่อนเต็มไปหมด และสิ่งเดียวที่คนรักการดื่มชาอย่างพวกเราทำได้คือพยายามไปลองให้หมดทุกร้าน และถ้ายังไม่รู้เริ่มต้นจากร้านไหนดี เรามี 7 ร้านชาคุณภาพหลากไสตล์มาให้ลองกัน จดลิสต์เอาไว้ชวนเพื่อนมาใช้เวลายามบ่ายด้วยกันนะ

 

1. Lemoncurd Tearoom

 

 

หลายคนอาจจะเคยเห็น Lemoncurd Tearoom ห้องชาสีขาวบรรยากาศสไตล์อังกฤษจากอินสตาแกรมของหลายๆ คน แต่นอกจากการตกแต่งที่น่าถ่ายรูปแล้ว ที่นี่ยังเป็นอีกที่ที่เหมาะกับคนรักการจิบชา เพราะเราจะได้ลองหลากหลายชนิดซึ่งส่วนมากนำเข้าจาก สิงคโปร์ ฝรั่งเศสและอังกฤษ เราแนะนำให้ลองเบลนด์กับกลิ่นดอกไม้ตามสูตรเฉพาะของทางร้าน

 

 

เราแนะนำให้ลองชุด Lemoncurd’s Signature High Tea ที่มาพร้อมกับ ทาร์ตเลม่อน เค้กเลม่อน คัพเค้ก สโคน และคู่กับชาร้อนหนึ่งกา ส่วนใครที่ต้องการความสดชื่นก็มีเครื่องดื่มเปรี้ยวซ่าอย่าง โซดาเสาวรส Passion Runway (125 บาท) ให้ลองด้วยนะ Lemoncurd Tearoom อยู่ที่ชั้น 1 ของโฮลเทลสุดดีไซน์หรูหราอย่าง The Spades บนถนนบรรทัดทองนี่เอง นอกจากเซ็ตชายามบ่ายแล้ว Lemoncurd ยังเสิร์ฟอาหารไทย-ฟิวชั่น รวมถึงเค้กและกาแฟอีกด้วยนะ

 
The Spades, 58/2-4 ถ.บรรทัดทอง เปิดบริการ อังคาร-อาทิตย์ 10:00 – 20:00 น. โทร. 081-481-0088 www.facebook.com/Lemoncurd.bkk/

2. ชาปัญญา

 

 
ร้านชาซึ่งขนาบข้างด้วยสนามหญ้าแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 59 ถ้าชอบดื่มชาร้อน เราแนะนำให้ลอง จือหลี่งเฮียง (360 บาท) ชาเขียวซึ่งผ่านกระบวนการหมักนานกว่า 2 ปีจนให้รสชาติเปรี้ยวหวานคล้ายลิ้นจี่ เราชอบที่ชาร้อนจะถูกเสิร์ฟในชาแก้วใส ทำให้เรามองเห็นใบชาข้างในได้ พร้อมด้วยนาฬิกาทรายจับเวลา เราจะได้รู้ว่าชาพร้อมดื่มแล้วหรือยัง

 
 
สำหรับคนที่ชอบดื่มชาเย็น เราแนะนำ คอมบูฉะ (130 บาท) ชาช่วยดีท็อกซ์ ดื่มแล้วสบายทั้งกายสบายทั้งใจ นอกจากนี้ที่ร้านชาปัญญายังจัดกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่างๆ เป็นประจำ เช่น เล่นโกะ และนั่งสมาธิ ถ้าสนใจติดตามวันเวลาได้ที่หน้าเพจเลย
 
ชาปัญญา 26/1 สุขุมวิท ซอย 59  เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 12.00-21.00 น. โทร.094-550-4659 BTS ทองหล่อ

3. 1823 Tea Lounge by Ronnefeldt

 

ร้านชาใจกลางห้างหรูแห่งนี้ดำเนินการโดย Ronnefeldt แบรนด์ชาเก่าแก่จากประเทศเยอรมันและเป็นที่รู้จักจากการใช้ใบชาระดับพรีเมี่ยมจากแหล่งปลูกชาทั่วโลก เราขอแนะนำไฮไลท์เด็ดที่มีเฉพาะที่นี่ ได้แก่ Gaysorn Blend (ชาอู่หลง เบลนด์กับสับปะรดและมะละกอ, เริ่มต้นที่ 310 บาท) และ Bangkok Blend (ชาขาวไป๋มู่ตันจากประเทศจีนซึ่งให้รสชาติหวานหอมคล้ายมะม่วงและส้ม, เริ่มต้นที่ 310 บาท)

 

 
ถ้าใครไปเป็นคู่ เราอยากให้ลองสั่ง 1823 Gold Indulgence Afternoon Tea Set (1,370 บาท) มาทานเพลินๆ คู่กับชา ถ้าไม่ได้ต้องนั่ง BTS กลับคงนึกว่าตัวเองนั่งจิบชาอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ตแล้ว

 
1823 Tea Lounge by Ronnefeldt ชั้น G Gaysorn Plaza ถ.เพลินจิต เวลาทำการ ทุกวัน 10.00-20.00 น. โทร.02-656-1086 BTS ชิดลม

4. The Courtyard

 

 

ณ จุดศูนย์กลางของ The House on Sathorn คฤหาสน์หรูข้าง W Hotel คือที่ตั้งของ The Courtyard ร้านชาแบบโอเพ่นแอร์สไตล์โคโลเนียล เราขอแนะนำให้สั่ง Afternoon Tea Set (1,250 บาท) ซึ่งมีทั้งไอศครีมซอร์เบท์ แซนด์วิช และขนมต่างๆ รวมทั้งชาจาก TWG ที่เราเลือกได้เอง ถ้าจะไปอย่าลืมวางแผนเวลาให้ดีเพราะชุดชายามบ่ายมีให้บริการเฉพาะ 14.30-17.30 น.เท่านั้นนะ และแนะนำว่าควรจองล่วงหน้า 1 วันนะ
 
 
The Courtyard The House on Sathorn 106 ถ.สาทร โทร.02-344-4000 เวลาทำการ ทุกวัน 12.00-00.00 น. BTS ช่องนนทรี

5. Peace Oriental Tea House

 

 

ถ้าเบื่อดื่ม Afternoon Tea แบบตะวันตกแล้ว เราอยากชวนให้ลองดื่มชาจากฝั่งตะวันออกที่ร้าน Peace Oriental Tea House เจ้าของร้าน ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ คัดเลือกชาคุณภาพเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน รวมถึงเมืองไทยบ้านเราเองด้วย ร้านที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแห่งนี้เสิร์ฟชา 3 รูปแบบ ได้แก่ ชาร้อน (120-880 บาท/กา) มัทฉะ (180-690 บาท/ถ้วย) และมัทฉะลาเต้ (140-220 บาท/200 มล.)

 

 
ซึ่งชาแต่ละรูปแบบจะถูกตระเตรียมด้วยกรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดจากใบชาแต่ละชนิด สำหรับคนที่เครซี่ชาเขียวมากๆ เราแนะนำให้ลอง โคอิฉะ (มัทฉะแบบเข้มข้น) ซึ่งชงจากชาเกรดเอเลเวลเดียวกับที่ใช้ในพิธีชงชาญี่ปุ่นแท้ๆ ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจจนต้องกลับไปซ้ำอีกแน่นอน
 
Peace Oriental Tea House 70/5 ซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) เวลาทำการ อาทิตย์-พฤหัสบดี 12.00-20.30 น. และ ศุกร์-เสาร์ 12.00-23.00 น. โทร. 097-267-2626 BTS เอกมัย

6. Seven Suns

 

 

ร้านชาในโครงการ Parklane แห่งนี้อยากชักชวนให้ทุกคนหันมาดื่มชากันมากขึ้น ด้วยลักษณะร้านซึ่งเป็นเคาเตอร์กึ่งเอาท์ดอร์หน้าตาเฟรนด์ลี่ ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาสามารถแวะดูกรรมวิธีการชงชาก่อนได้ แม้จะไม่แวะดื่มก็ไม่เป็นไร
 
 
เจ้าของร้าน Han Mei ใช้ชา China Life ซึ่งเป็นแบรนด์ของครอบครัวของเขาในลอนดอน โดยมีประเภทชาให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ชาขาว ชาผู่เอ๋อร์ ไปจนถึงมัทฉะ ซึ่งได้ใบชามาจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้นที่กาละ 145 บาท โดยสามารถเติมน้ำร้อนได้ไม่อั้น หรือจะลองชาผลไม้เย็นโฮมเมดหรือชานมไม่หวานสูตรเฉพาะของทางร้าน แต่ถ้าเป็นคนชอบลองของแปลกใหม่ ต้องสั่งมัทฉะ ราสป์เบอร์รี่ และช็อตมะนาว หรือนมถั่วเหลืองอโวคาโด รับรองหาเมนูเหล่านี้จากที่อื่นไม่ได้แน่ๆ

 
Seven Suns ชั้น 1 Parklane ซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) เวลาทำการ ทุกวัน 9.00-20.00 น. โทร. 085-664-2616 BTS เอกมัย

7. Vertigo Too

 

 

เชื่อไหมว่าบาร์เปิดใหม่บนชั้น 60 ของโรงแรม Banyan Tree เสิร์ฟ Afternoon Tea (880 บาท) ในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00-16.00 น. ด้วยนะ โดยในเซ็ตมีทั้งของคาวหวาน เช่น Poached Lobster Salad with Tom Yum Dressing, Chicken Tikka in Pita Bread Pocket, Macaroons, Opera Cake, Scone และอื่นๆ อีกมากมาย
 
 
ทานคู่กับชาจากแบรนด์เก่าแก่อย่าง Ronnefeldt ความพิเศษอีกอย่างของ Afternoon Tea ที่ Vertigo Too คือเราสามารถเลือกดื่มคู่กับค็อกเทลก็ได้ เช่น Revel, Ginger Meadow (420 บาท) หรือจะเลือกเป็นเซ็ต Afternoon Tea with 1 Glass of Moët & Chandon Brut Imperial (1,299 บาท) ไปเลยก็ได้เหมือนกัน
 
Vertigo Too ชั้น 60 โรงแรม Banyan Tree ถ.สาทรใต้ เวลาทำการ ทุกวัน 17.00-01.00 น.  โทร.02-679-1200