Oct 06 2017

restaurants

รวม 5 ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่น่าลองประจำเดือนตุลาคมนี้

เลือกได้ตามชอบ

Pesca Mar & Terra Bistro

 
 
Pesca Mar & Terra Bistro เชื้อเชิญให้ทุกคนเข้าไปลิ้มลองอาหารสไตล์เมอร์ดิเตอร์เรเนียนอันเป็นนิยามของคำว่า A place where sea and land meet. ท่ามกลางบรรยากาศโมเดิร์นบิสโทร และครัวเปิด (open kitchen) ที่เดินไปแอบดูเชฟชาวอิตาเลียน Marco Pacetta และลูกทีมตระเตรียมอาหารได้แบบไม่ต้องเคอะเขิน
 
 
ลองสั่งเมนูพอร์ชันใหญ่สำหรับแชร์กับเพื่อนอย่าง Plancha Platter ชุด Mousse (ราคา 2,900 บาท) ประกอบด้วย Maine lobster ครึ่งตัว ขาปูอลาสก้าเนื้อแน่นๆ 1 ส่วน กุ้งแม่น้ำ 4 ตัว ไส้กรอกเลือด สเต็กทูน่า เนื้อย่าง เนื้อแกะส่วน shortloin ไส้อั่วจากเชียงใหม่ เสิร์ฟพร้อมบรรดาซอสกับผักย่าง
 
 
อีกเมนูยั่วน้ำลายคือ bouillabaisse (เริ่มต้น 1,150 บาท) หรือง่ายๆ คือสตูปลาที่นิยมในแถบเมอร์ดิเตอร์เรเนียน เนื้อปลานุ่มลิ้มผ่านการประกอบอาหารแบบ slow cooked เสิร์ฟกับซอสเข้มข้นและขนมปัง แต่ถ้าอยากกินข้าวขึ้นมาก็มีข้าวผัดสเปนสีเหลืองอร่าม Pesca's Paella Royal (เริ่มต้น 2,400 บาท) ให้อิ่มท้อง นอกจากนี้ยังมี wine celler อยู่กลางร้าน ไปเดินด้อมๆ มองๆ ก่อนเปิดสักขวดก็ไม่ว่ากัน

 
Pesca Mar & Terra Bistro, 39 เอกมัย 12 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-15:00 น. และ 18:00-23:45 น. โทร. 063-267-7778 BTS เอกมัย
 
 
โชคชะตาของ Chata Specialty Coffee ดูจะเป็นใจอย่างเหลือเชื่อ เริ่มต้นจากการได้ทำเลของร้านมาแบบไม่ตั้งใจ จนหลายคนอาจสงสัยว่ากำแพงเก่าที่เห็นของร้านนี้ตั้งใจทำขึ้นมาเองหรือเปล่า? คำตอบคือไม่! ทุกอย่างเริ่มจากคุณป๊อก-สุขสันติ์ เอื้ออารีชน เจ้าของโรงแรมบ้าน 2459 ที่ติดอกติดใจความเก๋ของกำแพงเก่าที่ใช้ร่วมกันกับวัดสัมพันธวงศ์ จึงอุทิศวิวเกือบ 80% ของร้านให้กับความสวยงามของกำแพงอย่างเต็มที่
 
 
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องชะตาที่ลงตัวที่สุด คงหนีไม่พ้นความบังเอิญที่คุณป๊อกได้เจอะเจอกับคุณเต้ย-นพดล จันทรานภาภรณ์ ตัวพ่อสายกาแฟและลาเต้อาร์ตที่เราขอชาบู เอกลักษณ์ที่กลั่นกรองมาจากตัวตนของทั้งคู่จึงทำให้กาแฟทุกแก้วมีมิติแบบไม่ต้องพึ่งโชคชะตาเลย
 
 
เราชอบ Colapresso (140 บาท) ที่เบสด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่เฮ้าส์เบลนด์ (ไทย อินโดฯ บราซิล และลาว) ผสมกับโคล่าเพื่อความซาบซ่า ชื่นใจ และลื่นคอ เหมาะจะสั่งมาดื่มในวันอากาศร้อนๆ เป็นที่สุด ถ้าชอบชีวิตช้าๆ ก็มีส่วนของสโลว์บาร์และกาแฟดริปไว้รองรับ จะสั่งเค้กมะพร้าว (65 บาท) ซึ่งเป็นขนมอย่างเดียวของร้านนี้มาทานคู่กันก็ยังได้

 
Chata Specialty Coffee, 98 พาดสาย สัมพันธวงศ์ เวลาทำการ อังคาร-ศุกร์ 8:00-15:00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8:00-16:00 น. โทร. 096-154-5049 MRT หัวลำโพง
 
 
ถ้าใครได้ผ่านไปแถวทองหล่อซอย 5 เมื่อไม่นานมานี้ เราเชื่อว่าป้ายตัวอักษรสีทองที่ร้อยเรียงเป็นชื่อร้าน Nuvola Caffè Milanese บนกำแพงสีน้ำเงินเข้มคงเตะตาอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งหลังกำแพงนี้คือร้านอาหารอิตาเลียนแห่งใหม่ล่าสุดที่ได้เชฟชาวไทยผู้สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปีมารังสรรค์เมนูให้ และมีการปรับสัดส่วน เพิ่มนู่น ลดนี่ เพื่อให้เข้ากับความคุ้นชินของลิ้นคนไทย
 
 
สายบริโภคแป้งน่าจะถูกใจ Deliziosa (420 บาท) พิซซ่าแป้งกรอบหน้าพาร์มาแฮมที่อบในเตาฟืน ท็อปด้วยผักร็อคเก็ตเคี้ยวกรุบ ส่วนเราที่ชอบกินข้าวมากก็มีความสุขกับการละเลียด Risotto Quattro Formaggi (270 บาท) เข้าปากทีละคำสองคำ เพราะข้าวไม่เหลวเป็นโจ๊ก เมื่อรวมร่างกับชีสอิตาเลียน 4 ชนิดก็ยิ่งหอมเข้าไปใหญ่
 
 
ถ้าใครชอบเนื้อ เราแนะนำให้สั่ง Bistecca al Fuoco (1,690 บาท) มาแชร์กับเพื่อน เพราะพอร์ชันใหญ่ขนาดเนื้อทีโบน 500 กรัมย่างบนหินลาวาส่งกลิ่นหอมติดจมูก และเสิร์ฟพร้อมกับมะเขือเทศย่าง จะสั่งอิตาเลียนโซดามาเคียงคู่ หรือเปิดไวน์สักขวดก็ไม่ผิด

 
Nuvola Caffè Milanese, 58 ทองหล่อ 5 สุขุมวิท 55 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 10:00-22:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02-712-7817 BTS ทองหล่อ
 
 
เรือนพักอาศัยหลังงามของพระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา พระนมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 หลังนี้ แต่เดิมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาณาบริเวณวังเทเวศร์ ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมดจนกลายเป็นโรงแรมสไตล์บูทีคสุดหรู The Raweekanlaya Bangkok พร้อมห้องอาหารในชื่อ The Raweekanlaya Dining เสิร์ฟอาหารไทยโบราณจานพิเศษที่สืบทอดต้นตำรับสูตรลับมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6
 
 
ถ้าให้เล่าย้อนไปจนถึงเรื่องราวอาหารไทยสมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนถึงรัชกาลที่ 6 คงต้องเกริ่นยาวไปถึงครั้นเมื่อประเทศฝั่งยุโรปเข้ามามีอิทธิพลในแผ่นดินสยาม ทำให้อาหารในสมัยนั้นที่เรียกกันว่า Cuisine ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในรั้วในวังและข้าราชกาลชั้นสูง ซึ่งห้องอาหารแห่งนี้ก็ได้นำเอาแรงบันดาลใจจากอาหารไทยแบบดั้งเดิมและอาหารฝั่งยุโรปในสมัยนั้นมาผสมผสานเป็นเมนูชูโรง
 
 
ห้ามพลาดเมนูหาทานยากอย่างขนมจีนซาวน้ำ (290 บาท) ที่เลือกใช้สับปะรดหอมสุวรรณ เคียงข้างมาด้วยเครื่องเคียงจัดเต็มตามแบบขนมจีนซาวน้ำโบราณแท้ๆ กับอีกเมนูคือ น้ำพริกลงเรือ (190 บาท) ถึงจะเป็นเมนูที่ดูคุ้นหูคุ้นตากันดี แต่มีความพิเศษลงลึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพราะขนาดไข่เค็มที่ใช้ยังต้องเป็นไข่เค็มที่หมักจากดินเกษตรอินทรี รวมถึงผักปลอดสารพิษให้ประโยชน์ล้นจาน

 
The Raweekanlaya Dining, 164-172 ซ.เทเวศร์ 2 ถ.กรุงเกษม บางขุนพรหม เวลาทำการ ทุกวัน 06:30-21:00 น. โทร. 02-628-5999
 
 
คาเฟ่สไตล์รัสติค-ลอฟต์ใหม่ล่าสุดที่สามารถทะลุมาได้จากซอยอารีย์ 4 เหนือ Le Howl Cafe & Bar มีมาสคอตเป็นเจ้าชินุก หมายักษ์พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้สายแบ๊วที่ถ้าวันไหนโชคดีเราจะได้เจอน้องวิ่งเล่นอยู่ในร้าน ที่ตลกคือนางเป็นหมาเฟรนลี่ที่ทำตัวแบ๊วขี้อ้อนไม่สมกับหน้าโหดๆ เอาซะเลย
 
 
นอกจากเมนูกาแฟที่เราชอบอย่าง Le Howl Taro Coffee (110 บาท) ที่เป็นกาแฟลาเต้นมเผือกหอมมัน ยังมีเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับแวะมานั่งกินเพลินๆ กับแก๊งเพื่อนด้วย อาทิ Cheese Burger Charcoal (140 บาท) ที่เราชอบตรงความชุ่มซอสของไก่สไปซี่ด้านใน แถมยังมีจานเด็ดสองจานที่ควรลอง คือปีกไก่ Le Howl (120 บาท) และสันคอหมูคุโรบูตะย่างจิ้มแจ่ว (180 บาท)
 
 
หรือถ้าใครอยากมาจิบเบียร์ชิลล์ๆ กับเพื่อนในบรรยากาศสบายๆ ไม่อึดอัด เราว่าร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เพราะเค้าคัดคราฟต์เบียร์มาขายจนล้นตู้ เริ่มต้นที่ 200 บาทเท่านั้น ส่วนในช่วงวันธรรมดาก็มีโปรโมชั่นเบียร์สดอย่าง Hoegaarden ไว้สำหรับลูกค้าสายแข็งด้วยนะ

 
Le Howl Cafe & Bar, 7/1 ซ.พหลโยธิน 9 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-00:00 น. โทร. 090-971-5136 BTS อารีย์