Sep 04 2017

restaurants

รวม 7 ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่น่าลองประจำเดือนกันยายนนี้

จัดไปสัปดาห์ละร้าน

Grassroom

 
 
Grassroom เกิดจากความตั้งใจของคุณบอย-กฤษพล ผลาผล และคุณต๊ะ-ปรัช เกียรติพงษ์สาร ที่อยากออกแบบร้านให้เป็นโอเอซิสใจกลางสยามสแควร์อันร้อนระอุ จนกลายเป็นที่มาของห้องอาหารสีเขียวกลิ่นอายนิวยอร์กนิดๆ ในบรรยากาศสงบร่มรื่นเหมือนหลุดไปอยู่สวนหลังบ้านของใครซักคน เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเย็นใจ เพราะสีเขียวและความร่มรื่นของต้นไม้ใบหญ้าทุกมุมในร้าน
 
 
ในบรรดาเมนูอาหารทานง่ายสไตล์ Asian-inspried อยากบอกว่าเมนูที่เราชอบมากคือ Gochujang Bacon Mac and Cheese (225 บาท) ที่แตกต่างจาก Mac and Cheese ธรรมดา เพราะด้านล่างเป็นซอสโคชูจังของเกาหลี กินเพลินแบบลืมไปแล้วว่าต้องลดความอ้วน
 
 
ส่วนของเมนูเครื่องดื่มก็ดีงามไม่แพ้กัน เราขอแนะนำ Makrut Manao Maphroa Som-O (130 บาท) คอมโบตามชื่อเมนู ที่มีทั้งน้ำมะกรูด น้ำมะนาว น้ำมะพร้าว น้ำส้มโอ แล้วเอาไปผสมกับกะทิ แถมแต่งขอบแก้วด้วยมะพร้าวคั่วอีกต่างหาก ดื่มเสร็จแล้วร้องไชโยโห่ฮิ้วตามได้เลย

 
Grassroom ชั้น 2 สยามสแควร์ซอย 2 ถ.พระราม1 เวลาทำการ จันทร์-พฤหัสบดี 11:30-21:00 น. และศุกร์-อาทิตย์ 11:00-22:00 น. โทร. 062-178-7899 BTS สยาม

The Fox and The Moon

 
 
ภายในโกดังครีเอทีฟสเปซเปิดใหม่ Warehouse30 ก็มีคาเฟ่ด้วยเหมือนกันนะ The Fox and The Moon เป็นคาเฟ่ของ Moon Taste ซุปและน้ำสลัดแสนอร่อยแบบเดลิเวอรี่ของ 2 พี่น้อง คุณแพร-พิมพ์ลดา และคุณปอนด์-อังกูร ไชยปรีชาวิทย์ ข่าวดีคือตอนนี้ไม่ต้องรอส่งของแล้ว มาซดซุปร้อนๆ ได้ที่คาเฟ่เลย
 
 
ที่คาเฟ่จะเสิร์ฟซุป 8 ตัวแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ใครติดใจรสชาติเมนูคลาสสิก ก็มีซุปเห็ด (180) หรือซุปหอยลายกับเบคอน (180 บาท) ให้เลือกตามชอบ แต่มาถึงที่แล้วเราก็อยากให้ลอง Moon Soup (200 บาท) กับกิมมิคไข่แดงดิบบนใจกลางซุปหมึกดำและเนื้อปู เหมือนพระจันทร์ยังไงยังงั้นเลย
 
 
นอกจากนี้ยังมี Panini แซนด์วิชสไตล์อิตาเลียนให้ทานคู่กัน เช่น Letter B (200 บาท) ขนมปังซาวโดว์กรอบๆ สอดไส้ด้วยเบคอนและแอปเปิ้ลสไลซ์ หรือจะเป็น Quinoa Pak Tai (180 บาท) หรือจะเป็นของหวานอย่าง S'mores (180 บาท) และทาร์ต Moon Phase (160 บาท) ที่คล้ายๆ กับ Petit Four เพราะเป็นขนมชิ้นเล็ก 4 รส ได้แก่ ดาร์กช็อกโกแลต, เลมอน, สตรอว์เบอร์รี่ และวานิลลานั่นเอง

 
The Fox and The Moon, Warehouse30 ซ.เจริญกรุง 30 เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 11:00-20:30 น. และเสาร์-อาทิตย์ 10:00-21:00 น. BTS สะพานตากสิน

Sea Truffles Seafood Bar

 
 
หลังจากเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอาหารทะเลคุณภาพให้ร้านต่างๆ มาหลายปี Sea Truffles ก็ได้ฤกษ์เปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองที่ตึก Opus ทองหล่อซอย 10 นี่แหละ นอกจากอูนิ (ไข่หอยเม่น) ที่เป็นพระเอกของร้านแล้ว ในเมนูก็ยังมีหอยนางรม กุ้งล็อบสเตอร์ และปลาช่อนทะเลให้ได้เลือกอร่อยกัน
 
 
ความพิเศษของไข่หอยเม่น หรือที่เรารู้จักในชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า อูนิ (uni) ที่ Sea Truffles นำเข้ามาเองจากเมืองดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะสั่งเป็นแบบซาชิมิ (499 บาท/50 กรัม) มาชิมให้ได้รสหอยเม่นละลายในปากเต็มๆ หรือจะมาในอาหารจานอื่นอย่างซูชิ (1 คำ/299 บาท, 3 คำ/790 บาท และ 5 คำ/1,190 บาท) ห่อมาเป็นราวิโอลี (3ชิ้น/299บาท และ 5 ชิ้น/449 บาท) และที่เราว่าห้ามพลาดคือ Uni Udon (499 บาท) เส้นอูด้งหนาหนึบ ผัดกับครีมซอสหอมๆ รสกลมกล่อม พร้อมด้วยอูนิเป็นชิ้นๆ
 
 
ส่วนอาหารทะเลอื่นๆ ก็มีทั้งหอยนางรมสดจากไอร์แลนด์ (เริ่มต้นที่ตัวละ 150 บาท) ล็อบสเตอร์เป็นๆ จาก Maine ที่เราเลือกได้ว่าจะกินดิบแบบซาชิมิ เอาไปนึ่ง หรือทำผัดไทยก็ได้ โดยราคาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและราคาตลาดในแต่ละวัน หรือใครอยากขึ้นบกลงน้ำในคราวเดียว ที่นี่ก็มีจาน Surf & Turf เสิร์ฟพร้อมสเต็กเนื้อออสเตรเลียจาก Accidental Butcher และมันบดในราคา 1,299 บาท

 
Sea Truffles Seafood Bar, ตึก Opus ทองหล่อ 10 สุขุมวิท 55 เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-23:00 น. โทร. 081-694-4186 BTS ทองหล่อ

House of Bak Kut Teh

 
 
ฟังชื่อก็รู้ว่า House of Bak Kut Teh คือร้านบะกุ๊ดเต๋แน่นอน แต่ความพิเศษของที่นี่คือไปไกลกว่าหน้าตาบ้านๆ ของห้องแถวแคบๆ ที่ตั้งใจตกแต่งออกมาให้เรียบง่ายที่สุด เหมือนย้อนไปร้านขายบะกุ๊ดเต๋ยุค 50's ที่สิงคโปร์ โดยสองเพื่อนซี้ชาวสิงคโปร์เรียน Ruan Lim และ Jason Poon เริ่มผุดไอเดียร้านนี้ขึ้นมาด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า คิดถึงซุปร้อนๆ ที่บ้านเกิดนั่นเอง
 
 
ปกติแล้วคนไทยจะค่อนข้างคุ้นเคยกับบะกุ๊ดเต๋ตุ๋นยาจีนน้ำซุปสีเข้ม ซึ่งเป็นสูตรจากทางฝั่งมาเลเซียมากกว่า แต่บะกุ๊ดเต๋ของร้านนี้เป็นบะกุ๊ดเต๋ซุปใส สูตรลับสไตล์คนแต้จิ๋วที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เอกลักษณ์คือการกระหน่ำโรยพริกไทยแบบรัวๆ ซดทีเดียวตื่นแน่นอน บะกุ๊ดเต๋หนึ่งชามสนนราคาที่ 120 บาท สั่งปาท่องโก๋ทอดสูตรสิงคโปร์ (50 บาท) มาจิ่มคู่กันคือเปิดโลกไปอีก
 
 
ด้วยความที่ Ruan และ Jason ต่างเป็นที่รู้จักดีในวงการสายธุรกิจเบียร์ในฐานะเจ้าของร้านคราฟต์เบียร์ในตำนานอย่าง Bottles of Beer และ Bottles of Booze ร้านบะกุ๊ดเต๋แห่งนี้จึงเปิดถึงรุ่งสางตี 4 ถือเป็นพิกัดแก้แฮงค์โดยเฉพาะ ถ้าชนแก้วกันมาทั้งคืน ก็เดินข้ามถนนมาซดบะกุ๊ดเต๋ก่อนกลับบ้านนะ

 
House of Bak Kut Teh 49 สุขุมวิท 51 เวลาทำการ ทุกวัน 18:00-04:00 น. โทร. 064-310-3755 BTS ทองหล่อ
 
 
Sugi Bee Garden Cafe เสิร์ฟทุกเมนูที่มีวัตถุดิบหลักคือน้ำผึ้งแท้ ส่งตรงมาจากเมืองคุมาโมโตะประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ชื่อว่าใส่ใจทุกรายละเอียด และประคบประหงมผึ้งทุกตัวตามสไตล์ญี่ปุ่น น้ำผึ้งที่ได้ออกมาจากฟาร์มนี้เลยมีคุณภาพดีเป็นพิเศษ
 
 
ทางร้านแนะนำให้ลอง Soft Jelly Honey (140 บาท) เจลลี่เด้งดึ๋งหอมกลิ่นน้ำผึ้งและน้ำผลไม้ หรืออีกสองเมนูที่หน้าตาดีเหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ คือ Panna Cotta (190 บาท) และ Creme Brulee (190 บาท) ที่ล้วนแล้วแต่ผสมน้ำผึ้งของที่นี่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหวานในเส้นเลือดแบบไม่เป็นพิษเป็นภัย
 
 
แถมยังมีเมนูรักสุขภาพที่ไม่รู้ว่าจะเรียกของคาวหรือของหวานดีอย่าง Sugi Bee Salad (210 บาท) มีทั้งผักและผลไม้ เสิร์ฟมาคู่กับซอสน้ำผึ้ง หรือใครอยากจะซื้อน้ำผึ้งผสมน้ำผลไม้ของที่นี่กลับบ้านก็ได้เลยนะ เพราะมีถึง 6 รสชาติหลักตั้งแต่ ส้มยูสุ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เลมอน อะเซโรลา ไปจนถึงองุ่นเคียวโฮ (900 บาท/500ml.)

 
Sugi Bee Garden Cafe 224 ฝั่งตรงข้ามวัดแขก ถ.สีลม เวลาทำการ ทุกวัน 8:00-22:00 น. โทร. 084-603-6030 BTS ช่องนนทรี
 
 
Hopeland ดินแดนแห่งความหวังมาแทนที่เปาน้อย Little Bao ณ 72 Courtyard เป็นร้านอาหารผสมผสานกลิ่นอายเกาหลี ควบคู่กับ Tiki Culture แบบชาวเกาะอารมณ์ฮูล่า เพิ่มกิมมิคด้วยตู้เกมอาร์เคด (Arcade) จากวันวาน ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงแตกต่างและไม่เหมือนใคร
 
 
เมนูของ Hopeland เป็นอาหารทานง่ายสไตล์ฟิวชัน อาทิ กิมจิเบาบันสอดไส้เนื้อนุ่มๆ (280 บาท) Mandu (200 บาท) หรือเกี๊ยวหมูเกาหลีทอด เสิร์ฟพร้อมซอสมาโยรสเผ็ด และ Bibimbap (340 บาท) ข้าวยำเกาหลีที่เราเลือกเครื่องเคียงได้ตามใจชอบ อาทิ หมูทอดเผ็ดๆ เต้าหู้ เห็ด ตลอดจนเนื้อและไก่
 
 
ส่วนเครื่องดื่มจะเป็นสไตล์ Tiki เช่น Dolphin Next Door (340 บาท) ค็อกเทลเบสรัมของ Pampero Blanco มิกซ์กับเบอร์เบินของ Wild Turkey เจือด้วยน้ำหวานจากแม็คคาเดเมีย กะทิ และมะนาวฝาน แต่ถ้ามากับเพื่อนฝูง เราขอแนะนำ Volcano of Hopeland (950 บาท) ภูเขาไฟค็อกเทลเบสรัมกับน้ำผลไม้สุดสดชื่นที่แชร์กันได้ 3-4 คนเลย

 
Hopeland 72 Courtyard สุขมวิท 55 (ทองหล่อ) เวลาทำการ ทุกวัน 16:00-02:00 น. โทร. 02-392-6922 BTS ทองหล่อ
 
 
ถ้าใครมาโซนราชครูบ่อยๆ ก็น่าจะคุ้นเคยกับร้าน แม่ยุ้ย อยู่แล้ว เพราะเป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิมที่เป็นต้นตำรับอาหารไทยสูตรซอยราชครูมานานถึง 15 ปี ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายมาเปิดร้านใหม่ไม่ไกลจากเดิม ที่เพิ่มเติมคือหน้าตาทันสมัยมากขึ้นเพื่อปรับมู้ดให้ดูอบอุ่น พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกวัย ที่สำคัญคือกว้างขวาง และนั่งเพลินกว่าเดิมอีกสิบเบอร์
 
 
อาหารไทยของร้านแม่ยุ้ยเป็นสูตรลับตำรับครอบครัวที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ไล่ประวัติไปตั้งแต่ยุคคุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ มาจนถึงคุณอัจฉรา เชี่ยวสกุล หรือ “แม่ยุ้ย” ตำนานแห่งซอยราชครูนี่เอง และร้านใหม่นี้ได้ส่งต่อไปให้พี่จอม เชี่ยวสกุล ทายาทอารมณ์ดีมารับหน้าที่บริหารและดูแลต่อ
 
 
เรายังเทใจให้ข้าวคลุกปลาทู (135 บาท) เสิร์ฟมาแบบง่ายๆ แต่อร่อยแรง อีกจานคือขนมจีบทอดกากหมู (135 บาท) และผัดสะตอกุ้งหมูสับ (185 บาท) กับแกงเขียวหวานเนื้อป้าจำเนียร (185 บาท) ที่การันตีว่า ทำเครื่องแกงทุกอย่างเองล้วนๆ แม้แต่น้ำมะขามเปียกที่ไว้ใช้ปรุงรสก็ยังคั้นเองกับมือ แทบจะไม่ต้องสงสัยเลยว่าความอร่อยแบบโฮมเมดแท้ๆ ของที่นี่มีเคล็ดลับมาจากอะไร

 
แม่ยุ้ย 85 ซ.ราชครู ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-22:00 น. โทร. 02-279-9849 BTS อารีย์