Feb 22 2018

round-up

ปักหมุด 4 ร้าน 3 สถานที่ ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้เหมือนวันหยุดสุดสัปดาห์

วันธรรมดาเราไม่เฉา
 
[Soimilk x Krungsri]
ว่ากันว่า การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า คือการที่เราได้ใช้ชีวิตแบบที่เราเลือกเอง แต่เอาเข้าจริงความรับผิดชอบบางอย่างก็ทำให้เราเลือกที่จะทำตามใจตัวเองไม่ได้ขนาดนั้น หลายคนเลยต้องรอวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เพื่อออกไปใช้ชีวิตแบบที่อยากใช้ (แล้วกลับมาเฉาใหม่ในวันจันทร์-ศุกร์) แต่ปี 2018 แบบนี้เราไม่จำเป็นต้องรอแค่วันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว เพราะหลายร้าน หลายคาเฟ่ หลายสเปซต่าง ๆ ก็เปิดเพื่อให้เราใช้บริการในวันธรรมดาได้เช่นกัน
 
ส่วนถ้าใครกำลังกังวลว่าออกไปชิลล์ทุกวันแบบนั้นมีกระเป๋าแฟบแน่ ๆ ขอบอกว่าไม่ต้องห่วง เราแอบมีทิปส์การใช้จ่ายแบบสะดวก คุ้มค่า และรู้จักตัวเองมาฝากด้วยนะ (ใครว่าประหยัดแล้วจะชิลล์จะชอปไม่ได้กัน จริงม้า)

 

4 ร้านยั่วใจที่กวักมือเรียกให้ออกมาสนุกกันได้ทุกวัน ไม่ต้องรอวันหยุด

 
ก่อนจะพาไปนั่งร้านและคาเฟ่เก๋ ๆ ขอบอกก่อนว่าที่จริงแล้ววิธีที่ทำให้เราใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าและสะดวกแบบง่ายมาก ๆ คือใช้จ่ายด้วยบัตรเดบิตที่เรามีนี่แหละ เชื่อว่าตอนนี้หลาย ๆ คนก็ใช้บัตรเดบิตมากกว่าบัตรเอทีเอ็มกันหมดแล้ว ขอบอกว่าบัตรเดบิตเนี่ยใช้ได้ไม่ต่างกับบัตรเครดิตเลยนะ แต่ยังควบคุมการใช้จ่ายง่ายด้วยเพราะผูกตรงกับบัญชีของเรา ไม่ต้องคอยแวะตู้เอทีเอ็มกดเงินออกมาบ่อย ๆ แถมบัตรเดบิตในปัจจุบันก็ปลอดภัยมาก เพราะมี Chip Card ป้องกันการลอกข้อมูลนั่นเอง
 

 
ที่บอกว่าบัตรเดบิตใช้สะดวกเหมือนบัตรเครดิตก็เพราะสามารถใช้ซื้อสินค้า จ่ายบิล แทนเงินสดกับร้านค้าทั่วประเทศที่รับบัตร (พูดง่าย ๆ คือร้านไหนรับบัตรเครดิต ก็ใช้บัตรเดบิตชำระได้เหมือนกันนั่นแหละ) แต่เจ๋งกว่าตรงที่จ่ายด้วยบัตรเดบิตเนี่ย จะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีขั้นต่ำ แถมยังเช็คการใช้จ่ายได้สะดวกผ่าน Mobile Banknig, Internet Banking และอัพเดทสมุดบัญชี ที่ชอบที่สุดเลยคือรู้กันไหมว่า ใช้จ่ายด้วยบัตรเดบิตก็ได้ลุ้นโชคลุ้นรางวัลไม่ต่างกับใช้บัตรเครดิตเลยด้วย ! เพราะแบบนี้เราเลยติดใจ และใช้บัตรเดบิตมากกว่าเมื่อก่อนอีกเยอะ หรือถ้ายังไม่มั่นใจในการใช้บัตรเดบิต ลองดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่ ก็ได้นะ

 

เติมมื้อเช้าที่ EDEN'S

 
 
สาย Cafe Hopping ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้วันหยุดมาถึงแล้วค่อยใช้เวลานั้นไปตามนั่งร้านคาเฟ่ต่าง ๆ ก็ได้ แต่ใช้เวลาช่วงเช้าก่อนเข้างานหรือก่อนเข้าเรียนให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเปลี่ยนจากเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นเดินเข้าคาเฟ่เก๋ ๆ ที่มีอาหารเช้าบริการแทนดีกว่า 
 
 
สำหรับสายหวานหรือชอบกินขนมปังกับกาแฟสักแก้วเป็นมื้อเช้า ที่นี่ก็มีให้เลือกกันเต็มที่ เพราะทางร้านอบเค้กพร้อมเสิร์ฟกันเองแบบโฮมเมดที่จะหมุนเวียนกันไปวันละ 6-7 อย่าง รวม 20 ชนิดในแต่ละสัปดาห์ โดยจะมียืนพื้นที่เค้กเบียร์ดำ และหมุนเวียนอย่างเลมอนทาร์ต เค้กพีช เค้กแครอท เค้กกล้วยหอม (เริ่มต้นชิ้นละ 90-160 บาท) แต่ถ้าใครเน้นของคาว ก็เลือกเป็นอาหารเช้าเสิร์ฟในกะทะอย่าง English Breakfast (ไซซ์เล็ก 260 บาท และไซซ์ใหญ่ 490 บาท) ให้บริการตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ส่วนโทสต์ก็มีให้บริการตลอดทั้งวันตั้งแต่ขนมปังเนยและไข่อย่าง The Simplest (110 บาท) โทสต์แซลมอนรมควัน (190 บาท) หรือจะเป็นแซนด์วิชเนื้อ (180 บาท) ก็จัดกันได้เต็มที่
 
Soimilk Tips: เช้า ๆ แบบนี้ลืมเช็คทุกทีว่ามีเงินในกระเป๋าตังค์พอใช้ไหมนะ ถ้าเกิดแวะเข้าคาเฟ่ตอนเช้าสักร้านแล้วตังค์ไม่พอจ่ายก็ไม่ต้องตกใจไป ใช้กรุงศรีเดบิตจ่ายแทนก็ได้ สะดวกสุดอะไรสุด
 
7/1 ถนนหลานหลวง (ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดอังคาร-พฤหัสบดี 9:00-17:00 น. ศุกร์-อาทิตย์ 9:00-20:00 น. www.instagram.com/eden_niram

แก้ง่วงระหว่างวันที่ Bar Storia Del Caffe

 
 
ใครว่าทำงานแล้วจะได้กินแต่กาแฟโบราณแก้วละ 25 บาทที่มีน้ำตาลมากกว่ากาแฟ (แล้วสุดท้ายก็ไม่หายง่วงอยู่ดี) เพราะที่ย่านเพลินจิต บริเวณตึกมหาทุน เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟที่ทุกคนรักอย่าง Bar Storia Del Caffe ที่นี่เสิร์ฟทุกเมนูเด็ดที่เราคาดหวังว่าจะเจอในคาเฟ่เก๋ ๆ ทั่วไป ทั้งเครื่องดื่มในหมวดกาแฟ ราคาเริ่มต้น 100 บาท ไปจนถึงไวน์ให้จิบชิลล์ ๆ ตั้งแต่หัววัน ราคาเริ่มต้นที่ 160 บาทต่อแก้ว สำหรับสายแข็งก็เลือกจัดกันตามสะดวกเลย

 
 
นอกจากนั้นก็ยังมีของหวานทานเล่นที่คนไป Bar Storia Del Caffe ต้องสั่งอย่างแพนเค้กเสิร์ฟพร้อมกล้วยที่นำไปทอดกับซอสคาราเมล (190 บาท) แล้วอย่างนี้จะบอกว่าวันธรรมดาไม่มีเวลาไปชิลล์ก็คงไม่ได้แล้วล่ะ เพราะคาเฟ่เคลื่อนตัวมาหาถึงที่ขนาดนี้ ขืนไม่ไปก็คงพลาดอะไรไปแน่ ๆ
 
Soimilk Tips: ไปกินกาแฟแค่แก้วละไม่กี่บาท จะจ่ายด้วยบัตรเครดิตก็ไม่ได้เพราะยอดไม่ถึงขั้นต่ำ แต่กับบัตรเดบิตเองนี่ไม่ใช่ปัญหาเลย ไม่ว่าจะใช้จ่ายกี่บาท เราก็จ่ายด้วยบัตรเดบิตได้นะ สะดวกสบาย แถมไม่ต้องพกเงินเยอะ ๆ ให้เสี่ยง ตอนจ่ายเงินก็ไม่ต้องมาเงอะงะยืนนับแบงก์นับเหรียญหน้าเคาน์เตอร์ด้วย
 
Bar Storia del Caffe (เพลินจิต) ตึกมหาทุน พลาซ่า 888/5-6 ถ.เพลินจิต เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 7:00-00:00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ 9:00-00:00 น. โทร. 02-036-3636 BTS เพลินจิต

ดินเนอร์แบบไม่ต้องรอต้นเดือนที่ French St.

 
 
ใครที่ต้องรอวันเงินเดิือนออกแล้วถึงค่อยไปหาดินเนอร์ดี ๆ บ้าง ? ลองมาที่ French St. ร้านอาหารฝรั่งเศสทางเลือกใหม่ในซ. เจริญกรุง 36 ที่นำสูตรอาหารจากเมืองโพรวองซ์มาครีเอทในรูปแบบสมัยใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนกรุงเทพฯ แถมราคายังสบายกระเป๋า ไม่ต้องเกร็งจนไม่กล้าสั่งอีกด้วย
 
 
ลองสั่งจานหลักอย่าง Honey Duck (420 บาท) เป็ดอบน้ำผึ้งรสกลมกล่อม เสิร์ฟคู่มากับลูกแพร์และหัวไชเท้าฉ่ำซอส รวมไปถึง Snapper Papillotte (380 บาท) ปลากะพงเสิร์ฟในห่อกระดาษ เทคนิคลับโบราณที่คนฝรั่งเศสนิยมใช้เพื่อดึงกลิ่นหอมของเครื่องเทศให้ซึมเข้าไปในเนื้อปลามากยิ่งขึ้น

 
Soimilk Tips: มื้อใหญ่แบบนี้จ่ายด้วยบัตรเดบิตก็ดีเหมือนกันนะ เพราะจะช่วยให้เราควบคุมการใช้จ่ายได้ง่าย ไม่ใช้เงินบานปลายจากเครดิตวงเงินเหมือนบัตรเครดิต แถมบัตรเดบิตไม่มีชาร์จการใช้จ่ายผ่านบัตรด้วยนะ
 
French St. โครงการ O.P. Garden ซ.เจริญกรุง 36 ถ.เจริญกรุง เวลาทำการ ทุกวัน 11:30-23:00 น. โทร. 02-238-6400 www.fb.com/FrenchStBangkok

แฮงก์เอาท์ได้ทุกวันที่ Wish Beer 

 
 
สายดื่มที่แท้ทรูก็คงไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะคืนวันศุกร์หรือเสาร์ถึงจะไปแฮงก์เอาท์กัน เพราะเราสามารถชวนก๊วนไปนั่งดื่มกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง!! ที่ Wishbeer สาขานี้ยังมีเบียร์กว่า 500 แบรนด์ แถมสร้างความแปลกใหม่ด้วยการจับคู่เบียร์กับอาหารไทยพื้นบ้าน ที่ไม่น่าเชื่อว่ากินด้วยกันแล้วจะแซบขนาดนี้ ! อย่าง Fatman, Red Suit, Big Sack เบียร์ชื่อยาวที่ทางร้านแนะนำว่าต้องแกล้มด้วยข้าวไข่เจียวกับหมูสับ เพราะกลิ่นที่ออกแนวผลไม้ และรสชาติที่ไม่ขมมากจะชูรสให้อาหารพื้น ๆ จานนี้ไม่ธรรมดา หรือเบียร์ Magical Christmas Unicorn ที่เสิร์ฟพร้อมกับคั่วกลิ้ง
 
 
ถึงแม้ครัวจะปิดตอนตีสอง แต่ในเมื่อร้านเปิด 24 ชั่วโมง ก็ไม่เห็นจะต้องรีบ จิบไป คุยไป ฟังเพลงไปเพลิน ๆ แล้วพอเช้าก็นั่งรถไฟใต้ดินไปทำงานกันต่อได้เลย !
 
Soimilk Tips: สายปาร์ตี้แบบฉุกละหุกจนลืมกดเงินเตรียมมาล่วงหน้า ก็ใช้บัตรเครดิตกรุงศรีชำระค่าอาหารและบริการไปก่อนได้เลย ขอบอกว่าเก๋ตรงที่บัตรเครดิตกรุงศรีเขามีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยถึง 50 วัน ไม่ต้องห่วงว่ารูดไปแล้วจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแน่ ๆ ของแบบนี้เราจัดการได้อยู่แล้ว จริงมั้ยล่ะ
 
Wishbeer เดอะสตรีท รัชดา ถนนรัชดาภิเษก เวลาทำการ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

3 สถานที่ที่ไม่เกี่ยงว่าจะต้องรอวันหยุด

 

จะวันไหน เวลาไหน ก็ฟิตแอนด์เฟิร์มได้ทั้งนั้น

 
เรื่องออกกำลังกายตอนนี้ก็เป็นเทรนด์ไปแล้ว แต่อย่าให้การเลิกงานดึกหรือเลิกเรียนดึกเป็นอุปสรรคของร่างกายที่แข็งแรงของเรา เพราะเดี๋ยวนี้เรามีฟิตเนสที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงให้บริการ
 
ภาพจาก JettsThailand

 
ที่แรกที่เราอยากแนะนำเป็นแฟรนไชส์ฟิตเนส 24 ชั่วโมงจากออสเตรเลียอย่าง Jetts ที่มีครบทุกอย่างเท่าที่คนรักการออกกำลังต้องการ ทั้งอุปกรณ์ออกกำลัง คลาสต่าง ๆ เทรนเนอร์ส่วนตัว (บางสาขามีสระว่ายน้ำด้วยนะ) ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 3 สาขา ที่เกษตร-นวมินทร์ ทาวน์อินทาวน์ และพระรามสี่ แต่ปีนี้ Jetts จะเปิดอีกจนครบ 10 สาขาบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทั้งหลายด้วย 
 
ภาพจาก Fitness7 Ratchada
 
ฟิตเนสที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงชื่อดังอีกแห่งคือ Fitness 7 ที่สายฟิตทั้งวันทั้งคืนส่วนใหญ่รู้จักกันดี ซึ่งก็เป็นฟิตเนสที่มีครบครันไม่ต่างกัยที่อื่น ทั้งเทรนเนอร์ พื้นที่ยกน้ำหนัก Free Weight รวมไปถึงเวทีฝึกมวยด้วย ตอนนี้มี 5 สาขาด้วยกัน ได้แก่ รัชดาภิเษก 7 ทาวน์อินทาวน์ สาขุมวิท 26 แจ้งวัฒนะ 24 และศรีนครินทร์
 
ภาพจาก Fitwhey Gym
 
สุดท้ายกับ Fitwhey Gym ย่านลาดพร้าว 101 ที่เราชอบเรื่องราคาเป็นพิเศษ เพราะที่นี่สามารถใช้บริการเป็นรายวัน (120 บาท) และรายเดิอนที่แบ่งออกเป็น 2 ราคา คือ 900 บาท (เข้าได้ 24 ชั่วโมง) กับ 450 บาท (เข้าได้ 24:00 - 18:30 น.) นอกจากอุปกรณ์ฟิตเนสที่มีมากกว่า 150 เครื่องแล้ว ที่นี่ยังมีคลาสสนุก ๆ อย่าง Zumba กับ Yoga ให้บริการด้วย
 

ไม่ว่าวันไหน ๆ ชีวิตก็ไม่ขาดสีสันกับ Creative Area 

 

ใช้เวลาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ถึง 2 ทุ่มที่ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

 
ภาพจาก Creative Crews

 
สเปซใหม่ล่าสุดริมแม่น้ำเจ้าพระยายริเวณเชิงสะพานพระรามแปด ที่ทางแบงก์ชาติหยิบเอาโรงพิมพ์ธนบัตรเดิมมาปรับแต่งเสียใหม่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด จุดเด่นอยู่ที่ห้องสมุดขนาดโอ่โถงที่ปิดดึกมากกว่าที่ไหน ๆ เพราะเปิดให้บริการถึง 2 ทุ่ม แถมยังมี Wi Fi ให้ใช้งานฟรี สามารถนำเอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กมาทำงานเงียบ ๆ ได้เลย แถมวิวตรงหน้าก็ยังระดับเกรดเอบวก กับกระจกบานใหญ่ที่ให้เราชมวิวแม่น้ำเต็ม ๆ ตา ช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวันได้ดีทีเดียวแหละ จะวันไหน ๆ ก็แวะมาที่นี่ได้ทุกวันเลย
 
ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ.สามเสน พระนคร เวลาทำการ 9:30 - 20:00 น. (พิพิธภัณฑ์ปิด 16:30 น.) โทร. 1213 facebook.com/bankofthailandofficial
 

ที่เดียวครบ จบทุกความต้องการ ที่ช่างชุ่ย

 
 
สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ถูกว่าธรรมดาควรไปสนุกที่ไหน และอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ ถ้าอย่างนั้นลองแวะเวียนไปที่ ช่างชุ่ย ดู เพราะที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 11 ไร่ มาพร้อมกับอาคารประมาณ 18 หลังที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ โดยแต่ละอาคารก็จะมีเรื่องราวและฟังก์ชันที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงไฮไลท์เด็ดอย่างเครื่องบินลำใหญ่ของจริงที่จอดอยู่ตรงกึ่งกลาง ไล่เรียงไปตั้งแต่แกลเลอรี โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ ห้องสมุด สตูดิโอ ร้านตัดผมวินเทจ ร้านหนังสือ ร้านแผ่นเสียง คาเฟ่ ร้านอาหาร Co-working Space ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์คอลเลคชันส่วนตัว อัดแน่นที่ว่าอยากทำอะไรในช่างชุ่ยก็มีให้ทำแน่นอน
 
ช่างชุ่ย 460/8 ถ.สิรินธร โทร. 081-817-2888 BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ต่อรถเมล์สาย 515, 539)

ที่จริงแล้วยังมีอีกหลากสถานที่ หลายกิจกรรมที่รอให้เราไปสนุกได้อย่างเพลิน ๆ แต่สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหนหรือทำอะไรดี ลองเข้าไปดูที่ Plearn เพลิน by krungsri GURU เว็บไซต์จากกรุงศรี ที่รวมบทความดี ๆ เอาไว้มากมาย ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว ธุรกิจ เทคโนโลยี ไปจนถึงเรื่องไลฟ์สไตล์การเงินที่ต้องบอกว่ามีแต่เรื่องดี ๆ มาแชร์ทั้งนั้น ลองแวะไปหาไอเดียจากกรุงศรีกันได้เลยนะ
 
 
[Soimilk x Krungsri]