Dec 11 2017

round-up

รวม 8 ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่น่าลองประจำเดือนธันวาคม

ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเก็บครบทุกร้าน ?

Feed The Beast

 
 
ต้อนรับปีศาจหิวโซในฝั่งธน ฯ ด้วยอาหารรมควันสไตล์บาร์แอนด์กริลล์ เนื้อเน้น ๆ พอร์ชันใหญ่ ๆ เหมาะกับปีศาจผู้หิวโหย ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ เมนูบาร์บีคิวเนื้อ ไก่ และหมู รวมถึงเครื่องเคียงที่ตั้งใจปรุงไม่แพ้จานหลัก ควบคู่กับคราฟต์เบียร์หลากหลายทั้งนำเข้าและของบ้านเราเอง
 
 
เราได้ลองชิมเนื้อส่วนบริสเก็ต (brisket) รมควัน (380 บาท) เนื้อนุ่มลิ้นเจือกลิ่นหอมของถ่านฟืน เสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดโฮมเมด ซอสบาร์บีคิว ข้าวโพดย่าง และแตงกวาดองเปรี้ยวปากพอดี ๆ ที่อร่อยมาก ซึ่งเทคนิคการรมควันนี้ได้อิทธิพลมาจาก Texas Barbecue ส่วนเบอร์เกอร์ของเขาก็ไม่ได้น้อยหน้า จัดมาแน่น ๆ เต็ม ๆ ทั้งเบอร์เกอร์หมูฉีกบาร์บีคิว (180 บาท) และเนื้อแองกัส (250 บาท) เสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดและมันบด
 
 
Soimilk Pro!: เพียงบอกกับทางร้านว่าตามมาจาก Soimilk เลือกรับฟรี 1 เมนู ระหว่าง Beast Fries และ Smoked Apple with Vanilla Ice-cream จำนวน 10 ที่ต่อวัน ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 60 เท่านั้น

 
1583 ปากซอยเจริญนคร 45 โทร. 081-301-7711 เวลาทำการ ศุกร์-อาทิตย์ 17:00-00:00 น. (ปิดจันทร์-พฤหัสบดี) BTS กรุงธนบุรี 

Suku Suku

 
 
ที่ด้านล่างของโฮสเทลสุดฮิปอย่าง Everyday Sunday คือร้านพรีเมียมซูชิบุฟเฟต์หนึ่งเดียวในย่านสะพานควายสำหรับตัวจริงเรื่องแซลมอน วากิว และฟัวกราส์โดยเฉพาะ ซึ่งที่ร้านนี้ถึงขั้นเคลมตัวเองว่าเป็น Premium Japanese Buffet ก็เพราะเลือกใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับร้าน A La Carte ราคาแพง อย่างร้าน Sousaku ร้านอาหารญี่ปุ่นในตำนานแห่งซอยอารีย์ ซึ่งเป็นร้านพี่ร้านน้องในเครือเดียวกันกับที่นี่นั่นเอง
 
 
 
เซ็ตราคามีให้เลือกถึง 3 แบบ เอาที่สบายใจแล้วแต่สะดวกกันเลย เริ่มต้นที่ 599 บาท สำหรับ Premium Buffet ที่มีเมนูให้เลือกถึง 57 อย่าง และ 799 บาท สำหรับ Platinum Buffet ที่มีเมนูเพิ่มขึ้นมาอีก 22 เมนู ในจุด ๆ นี้ ถ้าใครอยากจัดเต็ม ที่นี่ก็มี Extreme Buffet ในราคา 1,299 บาท รวมเมนูทั้งหมดในเซ็ตนี้ก็ปาเข้าไป 90 อย่าง ทั้งฟัวกราส์ไซส์จัมโบ้เนื้อวากิวงานดี ปลาฮามาจิ โฮตาเตะ รวมไปถึง Neki-Sal Duo Roll ที่เป็นซูชิท้องปลาแซลมอนและทูน่า ท็อปด้วยไข่กุ้ง พูดได้แค่ว่า คนรักแซลมอนต้องพุ่งตัวไป!

 
466/3 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:30-14:30 น. และ 17:00-22:00 น.โทร. 02-279-5956 BTS สะพานควาย

Nai Harng (นายห้าง)

 
 
อีกหนึ่งร้านบิ๊กเนมแห่งล้ง 1919 ที่ถ้าไม่บอกก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นของเครือ S&P เพราะรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันคนละเรื่อง ด้วยดีไซน์ร้านแบบเยาวราชยุค 1960 ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนายห้างตัวจริงอย่างคุณสุริยนต์ ไรวา ทำให้ที่นี่แฝงไปด้วยกลิ่นอายอบอุ่นแบบย้อนยุค ในส่วนของเมนูอาหารก็เคลมไว้ว่า "เหมือนยกเยาวราชมาไว้ที่นี่" เพราะจะมีตั้งแต่อาหารจานเดียวอย่าง เส้นจันทร์ผัดไทยปู (215 บาท) และกุ้งแม่น้ำอบวุ้นเส้น (325 บาท) รสชาติกลมกล่อมตามมาตรฐาน S&P แต่ที่นี่จะให้ฟีลลูกครึ่งไทย-จีนซะมากกว่า 
 
 
 
นอกจากนั้นก็ยังมีเมนูเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาง่าย ๆ เหมือนสมัยก่อน เช่น กาแฟไทยยกล้อ (85 บาท) และอัญชันมะนาวเย็น (95 บาท) รวมไปถึงของหวานแบบไทยสไตล์ เช่น กล้วยทอด และขนมเบื้องไส้หวาน ไส้เค็ม ก็สามารถเดินออกไปสั่งได้ที่บาร์แบบเอ้าท์ดอร์ด้านหน้าร้าน ให้ฟีลสบาย ๆ เหมาะสำหรับวันหยุดวันพักผ่อนแบบเอาใจเราไปเลย

 
โครงการ Lhong 1919 248 ถ.เชียงใหม่ คลองสาน เวลาทำการ ทุกวัน 11:30-22:00 น.
 
 
บ้านหลังใหญ่ในซอยอารีย์ 4 ที่ได้ถูกเนรมิตขึ้นมาให้กลายเป็นเบียร์การ์เด้นที่เน้นขายเบียร์ของ Schneider โดยเฉพาะในสไตล์ East Meets West ด้วยกลิ่ยอายบาวาเรียนผสมไทย เข้ากันกับอาหารของที่ร้านซึ่งจับเอาทั้งเมนูไทยและเทศมามิกซ์เข้าด้วยกัน พร้อมด้วยกิมมิกของการใช้เบียร์ Schneider เป็นส่วนผสม อาทิ ส้มตำชไนเดอร์ (250 บาท) ที่นำแท็ป 7 มาผสมในน้ำยำ เสิร์ฟพร้อมเส้นสปาซเซิล อาหารหลักของคนเยอรมนี
 

กับอีกจานที่น่าลองคือ German Venison Stew (390 บาท) สตูว์เนื้อกวางสไตล์เยอรมัน ดับกลิ่นคาวด้วยการหมักเบียร์ Scheneider แท็ป 6 ลงไป ไม่มีอะไรจะฟินกว่าการได้นั่งดื่มด่ำทั้งบรรยากาศดี ๆ พร้อมเบียร์และอาหารดี ๆ ในสวนแบบเอ้าท์ดอร์อีกแล้ว
 
24/2 ซ.อารีย์ 4 (ฝั่งใต้) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-23:45 น. โทร. 098-426-9456 BTS อารีย์


Rong Si (โรงสีริมน้ำ)

 
 
ร้านอาหารใหม่เอี่ยมจากเครือ Iberry พร้อมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในคอนเซ็ปต์ Authentic Thai Seafood ในชื่อเก๋ ๆ ว่า Rong Si และยังมาพร้อมของตกแต่งที่ได้มาจากตัวอาคารเดิมและศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วที่ท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง แห่งนี้นั่นเอง เมนูอาหารมีทีเด็ดอยู่ตรงเมนูสไตล์ไทยแท้ที่เน้นวัตถุดิบหลักคือซีฟู้ดเกรดพรีเมียม อาทิ ห่อหมกขนมครกเนื้อปู (295 บาท) เมี่ยงกลีบบัว (250 บาท) และแกงส้มเหลืองปลากะพงไหลบัวดอกขจร (420 บาท) ที่ขนาดคนไทยแท้ ๆ อย่างเรายังไม่ค่อยได้กิน 
 
 
 
เมนูไฮไลท์สุดท้ายคือ กุ้งแม่น้ำเผา (600-1,250 บาท) ที่คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ แอบกระซิบบอกว่าเราว่าสั่งมาจากอยุธยาเลยทีเดียว ทีนี้ใครที่นอนฝันถึงมันกุ้งเผาเยิ้ม ๆ ตัวใหญ่ ๆ ก็ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงอยุธยาแล้วล่ะ !

 
โครงการ Lhong 1919 248 ถ.เชียงใหม่ คลองสาน เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-22:00 น. โทร. 099-194-6397

Cast Iron Burgerhaus

 
 
Cast Iron เป็นชื่อเรียกของกระทะเหล็กหล่อที่เชฟนิยมใช้ เลยกลายมาเป็นกิมมิกให้ลิ้งก์กันกับเมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือ เบอร์เกอร์และสเต็กนั่นเอง ซึ่งทุกเมนูของที่นี่ก็จะปรุงกันจานต่อจาน เน้นความสดใหม่ และกระบวนการทำแบบพิถีพิถัน อย่าง Bacon Cheese Burger (240 บาท) ของที่นี่ จะใช้เนื้อบดที่เอาไป Dry-aged จนสุกระดับ Medium ตามด้วย Cheddar Cheese และปิดท้ายด้วย Thick-Cut Bacon เบค่อนชิ้นหนาพิเศษที่ผ่านการ Sous-vide มากกว่า 12 ชั่วโมงและนำไปย่างให้กรุบกรอบ
 
 
 
นอกจากเบอร์เกอร์แล้ว ที่นี่ไม่ขายอาหารอะไรอย่างอื่นอีกนอกจากสเต็กเท่านั้น ซึ่งความจริงจังของที่นี่ไปไกลถึงขั้นนำเนื้อไป Sous-vide ก่อนย่าง แล้วเสิร์ฟมาบนกระทะร้อน ซึ่งก็คือเจ้า Cast Iron นี่เอง ใครเป็นสายเนื้อก็มีทั้ง Rip-Eye (800 บาท) และ New York Strip (660 บาท) ให้เลือก ทีเด็ดคือ Chimichurri ซอสสไตล์อเมริกาใต้ที่เสิร์ฟมาคู่กัน ใครจะสั่งมาทานคู่กับแท็ปเบียร์ตัวยืนพื้นของที่ร้านอย่าง La Chouffe (220 บาท) หรือ Double Dark Chocolate Milkshake (180 บาท) ก็เข้ากันทั้งนั้นแหละ

 
ซ.พหลโยธิน 7 (ซ.อารีย์) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ 17:00-23:00 น. โทร. 062-920-0300 BTS อารีย์

Happy Endings Eats & Bar

 
 
โลคัลบาร์สไตล์เวียดนามในซ.ศาลาแดง 1 กับการตกแต่งร้านในแบบฉบับเวียดนามสไตล์ Asian-Boho ด้วยโทนสีสดของแถบอินโดจีน ซึ่งความดีงามคือนอกจากขายอาหารเวียดนามที่สายลึกควรมาลองอย่าง เฝอเนื้อออสเตรเลียน (200 บาท) ซึ่งเป็น A-Must ที่ต้องสั่ง และ Wild Leaf Wrapped Pork (150 บาท) หมูย่างห่อใบชะพลู ที่นี่ยังมีบาร์ในตัวที่ได้คุณแบงค์-วัชรพงษ์ สุริยะพันธ์ บาร์เทนเดอร์ชื่อดังของร้านโซนสุขุมวิทมาครีเอทเมนูให้ด้วย
 
 
 
โดยค็อกเทลของที่นี่จะมาในสไตล์เอเชียนมิกซ์ที่นำวัตถุดิบในแถบนี้มาครีเอทให้เป็นเครื่องดื่มเก๋ ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาทิ 100 Dong (340 บาท) เบสเป็นเหล้า Spiced Vodka และ Sweet Vernouth ผสมกับน้ำกระเจี๊ยบและมะนาว เครื่องดื่มอีกชนิดคือ Asian Delight (340 บาท) มีส่วนผสมของสมุนไพรจีน ไปจนถึง Vermouth Gin และ Aperol  

 
1/5 ซ.ศาลาแดง 1 เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) 11:00-23:00 น. โทร. 080-961-4524 MRT สีลม 

Coffee No.9

 
 
ที่หัวมุมโครงการ A-One Ari คือที่ตั้งของสาขาใหม่ล่าสุดของคาเฟ่สไตล์มินิมอลแห่งซอยอารีย์ Coffee No.9 ที่คอกาแฟสายลึกไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง การันตีได้ด้วยชื่อของคุณต้น-ทรรณ ธารธารินทร์ บาริสต้าและนักคั่วกาแฟมือทองแห่งสยามประเทศ
 
 
 
เมล็ดหลักสำหรับชงเอสเพรสโซ่ของที่นี่จะใช้เมล็ดแบบ Single Origin จากดอยสะเก็ดเท่านั้น ผ่านการคั่วแบบ Full City Roast ด้วยมือพี่ต้นเอง ให้รสชาติไปในทางค่อนเข้ม ส่วน Slow Bar ก็จะมีให้เลือกทั้งเมล็ดดี ๆ จากในไทย ไปจนถึงเมล็ดนอกอย่างกัวเตมาลาและเอธิโอเปียเป็นต้น 

เราชอบ Sparkling Lemon Black Coffee (85 บาท) ได้อารมณ์แบบอเมริกาโน่เย็นที่มีกลิ่นซิตรัสเบา ๆ รีเฟรชชีวิตในตอนเช้าได้ดี ส่วนใครที่เป็นสายคาเฟ่ฮ็อปปิ้ง มาร้านนี้คงไม่ผิดหวัง เพราะแต่งด้วยโทนสีขาวคลีน ๆ ตัดด้วยไม้สีเข้มตามสไตล์มินิมอลผสมสแกนดิเนเวียหน่อย ๆ ถ่ายรูปขึ้นกล้องเบอร์แรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันแดดดี
 
โครงการ A-One Ari ซ.อารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 7:000-18:00 น. โทร. 094-965-6619 BTS อารีย์