Jun 11 2018

round-up

รวม 12 ร้านอาหาร-คาเฟ่น่าลองประจำเดือนมิถุนายนนี้

มีแต่ร้านเด็ด ๆ ทั้งนั้น บอกเลย !

Pastels Motel Cafe

 
 
จากแบรนด์แฟชั่นออนไลน์อย่าง Pastels Motel ของคุณจอย-กรกฎ นันทลิขิตกุล ที่โด่งดังในอินสตาแกรม กลายมาเป็นคาเฟ่ในชื่อเดียวกันที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ในบ้านเก่าไซซ์ยักษ์กลางซอยสุขุมวิท 36 ที่ถูกจับมาปั้นแต่งใหม่หมดในสไตล์คลีน ๆ ให้กลิ่นอายของความมินิมอลนิด ๆ ผสมกับความวินเทจหน่อย ๆ ของโครงสร้างบ้านเดิม เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนมาได้มานั่งทำงานที่บ้านเพื่อน
 
 
อาหารสีพาสเทลของที่นี่รสชาติดีไม่แพ้หน้าตา เราชอบ Prawn Cream Soup (138 บาท) ซุปครีมกุ้งสีชมพูอมส้ม กับ Pastelsmotel Pink Pasta (268 บาท) ใช้สีชมพูธรรมชาติจากบีตรูตมาช่วยเพิ่มสีสันให้คาโบนาร่าจานนี้คิ้วท์ขึ้นแบบคูณสิบ ใครจะสั่งคู่มากับเครื่องดื่มยอดฮิตของที่นี่อย่าง Iced Pastelsmotel (140 บาท) ลาเต้เย็นสามเลเยอร์ก็ได้เหมือนกัน ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบความหวานของน้ำแดงเฮลซ์บลูบอยเท่าไหร่ แต่ต้องยอมใจในความน่ารักและความพาสเทลกุ๊กกิ๊กของแก้วนี้จริง ๆ
 
 
ด้านบนของตัวบ้านเปิดเป็นโชว์รูมและห้องลองเสื้อของแบรนด์ตัวเอง สำหรับลูกค้าที่อยากมาลองจับลองใส่เสื้อผ้าของจริงกันก่อน ชอปปิงเสร็จก็ลงมานั่งจิบกาแฟ แล้วทำงานต่อที่คาเฟ่ด้านล่างก็ยังได้ !

 
Pastels Motel Cafe 23/7 ซ.สุขุมวิท 36 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) 09:00-19:00 น. โทร. 02-077-9994 BTS ทองหล่อ www.fb.com/pastelsmotelcafe

Gō Coffee & Ice-cream

 
 
จากร้านคีออสเล็ก ๆ ในย่านพระราม 3 วันนี้ Gō Coffee & Icecream ได้กลายมาเป็นร้านคาเฟ่ไซซ์นั่งสบายที่แปลงโฉมโรงพิมพ์เก่าด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจเบอร์เต็ม ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ โซฟา ลามไปถึงห้องน้ำ ทุกอย่างคือความเลอค่าที่สายวินเทจคู่ควร ใครที่เป็นแนวนี้ รับรองว่านั่งร้านนี้ได้ทั้งวัน
 
 
กาแฟเมล็ดเฮ้าส์เบลนด์ระหว่าง ไทย ลาว และบราซิล ถูกเลือกใช้ให้เป็นเอสเพรสโซ่ของที่นี่ โดยมีซิกเนเจอร์เป็น Coffee Float (120 บาท) ช็อตเอสเพรสโซ่ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับความดีงามอีกอย่างของร้านนี้อย่างไอศกรีมโฮมเมด ทีเด็ดที่อยากให้ลองคือไอศกรีมขนมผิง ที่จะได้กลิ่นหอมจากควันเทียนที่ใช้อบขนมปะปนมากับเนื้อไอศกรีมแน่น ๆ ขั้นสุดแห่งความนัว
 
 
 
ทีเด็ดของร้านคือไอศกรีมโฮมเมดที่มีมากถึง 17 รสชาติ โดยจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่ซ้ำในแต่ละวัน โดยจะมีให้เลือกมากถึง 8 รสชาติต่อวัน สั่งมาทานคู่กับเบเกอรี่โฮมเมดของที่นี่อย่าง Apple Crumble (120 บาท) ก็เข้ากั๊นเข้ากัน

Gō Coffee & Ice-cream 285 หมู่บ้านภักดี ซ. 11 ถ.พระราม 3 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 10:00-19:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 081-832-8199 www.fb.com/Gocoffeeandicecream


 

อัญชัน คาเฟ่

 
 
โกดังเก่าที่แปลงโฉมให้เป็นร้านอาหารน่านั่งกับธีมอาหารไทย 4 ภาคที่ได้เจ้าของอย่าง คุณกิ๊ฟ-วัชราภรณ์ ลิมป์วชิรคม จากร้าน แสนแซ่บ มาบริหาร เราเลยไม่ต้องแปลงใจว่าทำไมอาหารอีสานร้านนี้รสชาติเด็ดดวงดีงามซะเหลือเกิน แนะนำให้สั่งเซ็ตโตกอีสาน (220 บาท) มาลอง ก็ได้ความแซ่บนัวครบ ทั้งส้มตำปูปลาร้า ต้มแซ่บกระดูกหมู และข้าวเหนียวอัญชนไก่ย่าง
 
 
 
นอกจากนั้นยังมีทั้งเซ็ตอาหารเหนืออย่าง ออร์เดิร์ฟเมือง (220 บาท) และบรรดาอาหารใต้ที่ลงทุนสั่งวัตถุดิบและพริกแกงใต้มาจากนราธิวาสเลยทีเดียว หรือถ้าใครถนัดอาหารภาคกลาง ที่นี่ก็มีแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย (250 บาท) ที่ใช้ลูกชิ้นปลากรายทำเอง และเครื่องพริกแกงฉบับโฮมเมด

 
 
ด้านหลังของอัญชันคาเฟ่ยังมีฟิตเนสเปิดไว้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนย่านนั้น รวมไปถึง 2 Little Pigs คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังตึกใหญ่ที่มีของหวานเด็ดดวงพวงมาลัยที่ควรค่าแก่การสั่งมาปิดท้ายมื้อเที่ยงของเรามาก ๆ อย่าง Anchan Lychee Kakikori (185 บาท) ที่กินแล้วละลายในปากไปเลย เราชอบมาก ๆ ตรงที่คากิโคริของร้านนี้ใช้นมสดล้วน ๆ เลยมีกลิ่นหอมและรสชาติที่ไม่หวานขึ้นเบ้าตาเหมือนที่อื่ม 
 
อัญชัน คาเฟ่ 21/1 ถ.วิภาวดี เวลาทำการทุกวัน 11:00-22:00 น. โทร. 088-608-8844 MRT พหลโยธิน www.fb.com/anchancafe

Cactus Nitro Beverage

 
 
คาเฟ่ในห้องแถวเล็ก ๆ กลางพิกัดธุรกิจสำคัญอย่างซอยเอกมัย 4 ที่เราขอคอนเฟิร์มเลยว่าคุณภาพไม่เล็กตามไซซ์ของร้าน เพราะนี่คือบาร์กาแฟไนโตรที่ถูกการันตีด้วยเจ้าของร้านทั้งสองผู้เป็นเจ้าของกิจการติดตั้งแท็ปไนโตรมามากกว่า 2 ปี

 
 
เบสหลักทั้งเมล็ดกาแฟจากเชียงราย และเมล็ดพิเศษในบางช่วงจากเคนย่า รวมไปถึงใบชาอบกลิ่นกุหลาบจากเชียงรายจะถูกนำมาสกัดเย็น (Cold Brew Process) แล้วใส่ลงในถังอัดก๊าซไนโตรเจน และกดออกมาจากหัวแท็ปทั้ง 6 กลายเป็นเบสของเครื่องดื่มที่หลากหลายของร้าน อาทิ Nitro Cold Brew Coffee (90 บาท) ที่การอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไป จะช่วยทำให้กาแฟสกัดเย็นบ้าน ๆ มีความนุ่มละมุน เทกซ์เจอร์มีความมันมากขึ้น และดึงกลิ่นกาแฟออกมาได้ชัดขึ้นด้วยเช่นกัน
 
 
อีกแก้วที่เราชอบมากคือตัว Nitro Lime Rose Tea (80 บาท) ที่ใช้ชาสกัดเย็นจากใบชาอบกลิิ่นกุหลาบอย่างที่เราบอกไป มากดผ่านไนโตรแท็ป แล้วผสมกับน้ำมะนาวและไซรัปกุหลาบโฮมเมด กลายเป็นชามะนาวสีชมพูกลิ่นกุหลาบ เวลาดื่มต้องยกดื่มแบบไม่ใช้หลอด เพื่อให้กลิ่นของกุหลาบและใบชาอบอวลตีเข้าหน้าได้แบบเต็ม
 
Cactus Nitro Beverage 33/4 ซ.เอกมัย 4 เวลาทำการ ทุกวัน 7:00-18:00 น. โทร. 084-426-6451 BTS เอกมัย www.fb.com/CactusNitro

Gaysorn Food Culture

 
 
แหล่งฝากท้องแห่งใหม่ย่านราชประสงค์บนตึกเกษรเซนเตอร์ ที่ไม่ใช่แค่เป็นฮอตสปอตสำหรับชอปปิงแบรนด์เนมเท่านั้น แต่อาหารคาวหวานในย่านนี้ก็ยังเด็ดดวงไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือราคาไม่แพงอย่างที่คิดเลย ยิ่งช่วงนี้แต่ละร้านพากันจัดโปรโมชั่นสำหรับซีฟู๊ดเลิฟเวอร์ ยิ่งเป็นอะไรที่น่าไปโดนสักครั้งในชีวิต !
 
เริ่มจาก RIEDEL Wine Bar & Cellar อาร์ทิซาน ไวน์บาร์ที่ตอนนี้กำลังมีเมนูสุดอลังการอย่าง The Ultimate Seafood Tower (ราคาตั้งแต่ 2,999-5,999 บาท) ยกมากันทีเดียวถึง 3 ชั้นเต็ม ๆ มีตั้งแต่หอยแมลงภู่ ปูจักจั่น กุ้งแลงกูสทิน สโมคแซลมอน เครย์ฟิช และแคนาเดียนล็อบสเตอร์ และร้าน XINN TIEN DI กับเมนูไฮไลท์อย่าง บะหมี่ล็อบสเตอร์ และร้าน Nabezo Premium ที่ตอนนี้กำลังมีคอร์สพิเศษคือ Hokkaido Taraba Kani (King Krab) Course (2,600 บาท) ที่ขนปูทาราบะตรงจากฮอกไกโด มาให้เราลิ้มลอง
 
 
ที่จริงแล้วในเกษรยังมีร้านอาหารอื่น ๆ อีกเยอะมาก ๆ เช่น BOYY & SON CAFe, Burger & Lobster, Duke, iBERISTA, Paste, Provence และร้านอื่น ๆ อัดแน่นเต็มไปหมด ทำให้เกษรเซนเตอร์และเกษรทาวเวอร์ กลายเป็นฮับของอาหารอร่อย ๆ แห่งใหม่กลางเมืองกรุงเทพฯ อีกแห่งในวันนี้ได้เลย
 
Gaysorn Food Culture ชั้น 1 เกษรเซนเตอร์ BTS ชิดลม เวลาทำการ ทุกวัน 09:00 - 19:30 น. BTS ชิดลม

Fat Beef Meat Lab

 
 
บรรยากาศของร้านที่นี่ค่อนข้างเรียบง่าย ทางร้านเป็นเอาท์ดอร์ทั้งหมดเพื่อให้อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทสะดวก เหมาะแก่การปิ้งย่าง ตั้งอยู่ในโครงการ De Forest ที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้จนลืมไปเลยว่าอยู่กลางเมืองอย่างถนนนางลิ้นจี่ สายเนื้อที่มาฟาดฟันประชันอาหารกันที่นี่จึงจะได้บรรยากาศเหมือนกับนัดเพื่อนฝูงมาปาร์ตี้กันในสวนหลังบ้านอย่างไรอย่างนั้น
 
 
ด้วยชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่าเราจะได้เจออะไรกันบ้าง ไล่ไปตั้งแต่ Fat Beef ที่แน่นอนว่าเมนูหลักของทางร้านจะเป็นเนื้อหลากหลายแบบ ทั้งริบอายโกเบวากิวไวน์ (399 บาท) ที่เลี้ยวน้องวัวด้วยกากองุ่นที่ทำมาจากไวน์ ออยสเตอร์เบลดหมักซอสมินท์ (219 บาท) ไปจนถึงคาลบี้วากิวสุรินทร์หมักเบียร์ (399 บาท) ที่ความดีงามอยู่ที่ทางร้านดีลกับฟาร์มเนื้อวากิวที่จังหวัดสุรินทร์โดยตรง
 
 
เราอาจคุ้นเคยกับกระทะทองเหลือง หรือกระทะเหล็กสีดำแบบร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่กระทะย่างที่นี่เป็นครัสตัลใสที่เรียกว่า Crystal Grill แบบที่เราไม่เคยเห็นร้านไหนในกรุงเทพฯ ใช้มาก่อน สืบเนื่องมาจากเจ้าของร้านที่ไปเจอเจ้ากระทะคริสตัลนี้จากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และพบว่ากระทะคริสตัลมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการย่างเนื้อมาก ๆ เพราะเนื้อไม่แห้ง คงความฉ่ำ ร้อนช้าแต่อมความร้อนได้ดี เลยเป็นที่มาของไฮไลท์เด็ดประจำร้านนี้นั่นเอง 
 
Fat Beef Meat Lab ชั้น 2 โครงการ De Forest เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 17:00-24:00 น. และ อาทิตย์ 16:00-23:00 น.โทร. 0-2117-9187 BTS ช่องนนทรีแล้วต่อ BRT สถานีเทคนิคกรุงเทพ www.fb.com/FatBeefGrill

Summer Bowl

 
 
คาเฟ่สีชมพูหวาน ๆ ในสไตล์ฮาวายที่มีกิมมิกเป็นแพทเทิร์นลายดอก ใบจากมุงหลังคา และโลโก้รูปสาวน้อยฮูลาฮูล่าที่เห็นแล้วอยากระบำฮาวายเลยทีเดียว !
 
 
Acai Bowl คือเมนูหลักของร้านนี้ ทำมาจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่เป็นผลไม้ท้องถิ่นของชาวฮาวาย ถือเป็นซุปเปอร์ฟู๊ดที่ปริมาณแค่ 10 กรัม แต่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่เทียบเท่ากับมะเขือเทศถึง 188 ลูก ! เราได้ลอง Waikiki Bowl (260 บาท) ที่เหมือนเป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ มีเบสเป็น Acai ที่ผสมนมถั่วเหลือง หรือใครจะเลือกผสมน้ำมะพร้าวหรือนมอัลมอนด์ก็ได้เหมือนกันนะ ส่วนท็อปปิ้งที่มีให้ในเซ็ตอยู่แล้วก็มีทั้ง มะม่วง เสาวรส กล้วย และมะพร้าวอบ แต่เราขอเพิ่มทับทิมลงไปอีกเพิ่มสีสันและความกรุบกรอบ

 
 
แต่ถ้าใครเป็นคอกาแฟ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยของร้านนี้คือเมล็ดกาแฟสั่งตรงมาจากฮาวาย ทีเด็ดคือเมล็ด Vanilla Macademia Nut ที่นำเอาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า มาคั่วกับวานิลลาและถั่วแมคคาดาเมีย จุด ๆ นี้ถ้าสั่งมาดื่มแบบกาแฟนม เช่น กาแฟลาเต้เย็น (140 บาท) จะเป็นลาเต้ที่มีกลิ่นหวานแบบนัตตี้ ๆ โดยไม่ต้องใส่ไซรัปเพิ่มเลย คือชอบเมล็ดอันนี้มาก คุณได้ไปต่อ !
 
Summer Bowl 261 ซ.ทองหล่อ 13 (สุขุมวิท 55) เวลาทำการ อังคาร-ศุกร์ 9:00-19:00 น., เสาร์ 10:00-20:00 น. และ อาทิตย์ 10:00-19:00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร. 089-894-2646 BTS ทองหล่อ www.fb.com/summerbowl.bkk

Ditto Modern Tea

 
 
Ditto Modern Tea คือร้านชาสไตล์ Pop-Up ที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมากลางเซ็นทรัลเวิลด์แล้วรื้อขนบทั้งหลายออกไป ปรับเปลี่ยนหน้าตาของชาใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วิธีการทำชา การเสิร์ฟ ส่วนผสม ไปจนถึงใส่วัตถุดิบลับที่มีชื่อว่า "ความสนุก" ลงไปด้วย
 
 
เริ่มจากการเลือกใบชาแบบเต็มใบหรือ Loose Leaf Tea มาใช้เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นเมนูจำพวกสกัดเย็นของที่ร้านนี้ อย่างเช่น Oolong Lychee Cold Brew (135 บาท) ก็จะใช้ใบชาอู่หลงเต็มใบไปแช่พร้อมลิ้นจี่สด ๆ (ที่นี่ใช้ผลไม้สดเท่านั้น) ได้ออกมาเป็นชาหน้าตาใส ๆ เย็นฉ่ำ รสชาติหวานน้อยค่อนไปทางจืด (จนถึงจืดมาก)

 
 
และแน่นอนว่าถ้าจุด ๆ นี้ ไม่มีท็อปปิ้งครีมชีสเอาไว้ทำเมนูชาชีส (ที่ฮิตกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก) เราก็จะโกรธเหมือนกัน เราลองสั่ง Regular Cream Cheese Tea (125 บาท) ที่มีเบสเป็นชาดำซีลอนกดออกมาจากแท็ปไนโตร แล้วท็อปปิ้งด้วยครีมชีสแบบ half-half ด้านหนึ่งเป็นครีมชีสออริจินอลรสวานิลลา ส่วนอีกด้านเป็นครีมชีสรสช็อคโกแลต ฟินละมุนปากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
 
 
แถมด้วยกิมมิกเล็ก ๆ อย่างการแอบสอด Inspiration Quote ดี ๆ ไว้ที่กระดาษหุ้มแก้ว ถ้าใครโชคดีอาจดึงออกมาเป็นรางวัลกินฟรีตลอดปีเลยก็ได้นะ !
 
Ditto Modern Tea ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 092-424-6450 www.fb.com/DittoTea BTS สยาม/ชิดลม (เดินจากสถานีไหนใกล้กว่ากันสามารถดูได้จาก: ปริศนาทั้งหมดไขกระจ่างแล้ว ! ไปชอปที่ CTW ควรเดินไปขึ้นบีทีเอสที่สถานีไหนใกล้กว่ากันนะ ?)

La Mesa Coffee Co.

 
 
โทนสีชมพู ขาว และต้นกระบองเพชรยักษ์ถูกเลือกใช้เป็นธีมหลักของร้าน เพื่อสื่อความรู้สึกถึงที่ราบสูงแถบทะเลทรายแถว New Mexico ซึ่งเป็นความหมายของ La Mesa นั่นเอง

 
 
ซิกเนเจอร์เมนูที่เราชอบมากขอให้ยกกับ Mayan Mocha (140 บาท) กาแฟสไตล์ชนเผ่ามายันที่ชอบใส่พริกลงไปในเครื่องดื่ม เลยได้เป็นแก้วนี้ที่มีเบสเป็นกาแฟมอคค่า ส้ม นม และปิดท้ายด้วยการโรยพริกป่นแบบไทย ๆ ลงไป เมื่อคนให้เข้ากันแล้วดื่ม ความเปรี้ยวของส้มและกลิ่นติดเผ็ดของพริกจะชูรสให้มอคค่าธรรมดา ๆ กลายเป็นแก้วพิเศษได้ในพริบตา
 
 
สำหรับใครที่ไม่ถนัดกาแฟ ฝรั่งเจ้าของร้านนี้อย่าง Gary Ford บอกว่าไม่มีปัญหาเลย เพราะที่นี่ยังมีทีเด็ดอีกหนึ่งอย่างที่อยากให้ทุกคนลองคือ Matcha Lime Soda (140 บาท) ถ้านึกภาพไม่ออกให้คิดถึงโซดามะนาวที่ผสมชาเขียวลงไป อารมณ์เปรี้ยวซ่าแบบมีกลิ่นชาเขียว สั่งมาจิบคู่กับ Flourless Chocolate Cake (160 บาท) ที่ Michelle Ford แฟนของแกรี่เป็นคนทำเองก็เข้ากั๊น เข้ากัน
 
La Mesa Coffee Co. ซ.สุขุมวิท 68 เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) 7:30-18:00 น. BTS อุดมสุข www.fb.com/LaMesaCoffee

Mallard

 
 
เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็แทบลืมไปเลยว่าเราอยู่ในสุขุมวิท เพราะบรรยากาศด้านในชวนให้เราคิดถึงกระท่อมแถบชานเมืองในยุโรป เด่นชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นบาร์ไม้สีเข้มที่ทอดตัวยาวขนานกับผนังฝั่งซ้ายของร้าน รวมถึงผนังกระเบื้องแผ่นใหญ่โทรน้ำตาลเข้ม ซึ่งความแกรนด์อีกอย่างของ Mallard ก็คือ Mehmeh Semet พ่อหนุ่ม Head Chef ที่หลายคนอาจจะคุุ้นหน้าหล่อ ๆ ผ่านรายการ Iron Chef Thailand มาบ้างแล้ว หรือเคยชิมอาหารฝีมือเขามาก่อนจากร้าน Harvest ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน

 
 
เราได้ลองชิม Wild Boar Meatballs (480 บาท) มีทบอลหมูป่าก้อนกลมปั้นมือที่นำไปทอดแล้วจึงกริลล์ต่อ ก่อนจะเสิร์ฟให้เรียงตัวนอนใน Sage Sauce ที่ครีมมี่สุด ๆ เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำดาวหวาน และมันฝรั่งอบเนื้อนุ่มพอดี เมนูนี้ห้ามมัวแต่ถ่ายรูปลงไอจี รีบกินตอนร้อน ๆ จะได้รสชาติดีที่สุดนะ
 
 
 
และที่ต้องห้ามพลาดคือเมนูพระเอกของเราอย่าง Mallard Terrine with Wine Braised Dates (320 บาท) เนื้อเป็ดป่าหัวเขียวในรูปแบบ Terrine เคียงมากับอินทผลัมเคี่ยวไวน์แดง ถั่วพิสตาชิโอ พาร์ม่าแฮม และผัดสลัดให้ตััดของคาว ถึงจะเป็นเป็ดแต่ไม่มีกลิ่นคาว แถมเนื้อยังนุ่มลิ้น ไม่ประหลาดในเท็กซ์เจอร์สำหรับคนไม่เคยกินมาก่อน

 
Mallard 18 ซ.สุขุมวิท 49 เวลาทำการ ทุกวัน 11:30-00:00 น. โทร. 02-662-6117 BTS ทองหล่อ www.fb.com/mallardbangkok

 

A Clay Cafe

 
 
บ้านทาวน์เฮ้าส์หลังใหญ่กำลังดีในซ.สาทร 8 ถูกโมดิฟายให้เป็นห้องเรียนเวิร์กชอปเซรามิคสอนโดยเจ้าของบ้านนักปั้นดินอย่างคุณแหวน-พิราอร อำนวยพรสกุล พอตอนหลังเริ่มขยายมาเป็นคาเฟ่ เราเลยจะได้เจอบาร์กาแฟและบาร์ขนมเล็ก ๆ ตั้งแต่เปิดเข้าไปในร้าน ซึ่งมีทั้งคุณแหวน และเจ้าของร้านอีกคนคือคุณปุ้ย-ศศิกานต์ สุประดิษฐ ณ อยุธยา คอยดูแลอยู่อย่างเป็นกันเอง
 
 
นอกจากกาแฟเมนูเบสิกในราคาย่อมเยาว์ (40-55 บาท) ซึ่งเหมาะกับชาวออฟฟิศย่านนี้มาก ๆ ยังมีทีเด็ดอยู่ที่น้ำสมุนไพรไทยที่เลือกใช้สมุนไพรออร์แกนิคเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ชามะขาม (45 บาท) น้ำใบย่านางผสมใบเตย (45 บาท) อัญชันน้ำผึ้งมะนาว (45 บาท) ส่วนแก้วที่เราชอบมากขอยกให้กับน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบและพุทราจีน (45 บาท)
 
 
อีกเมนูที่เราชอบมาก ๆ ขอยกให้กับขนมเปี๊ยะไส้ลาวาไข่เค็ม (50 บาท) ที่พี่ปุ้ยอบเอง คือไส้คัสตาร์ดไข่เค็มเข้มข้นมากจนคิดว่ากินชิ้นเดียวอ้วนไปถึงปีหน้าแน่นอน (แต่ก็กินอยู่ดี) พร้อมเสิร์ฟมาในจานเซรามิคที่พี่แหวนปั้นเอง

 
A Clay Cafe ซ.สาทร 8 เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 11:00-17:00 น. BTS ช่องนนทรี www.fb.com/aclaycafe

Lightning Choux

 
 
นี่คือร้านคีออสเล็ก ๆ ที่เพิ่งมาเปิดใหม่สด ๆ ซิง ๆ ที่ชั้น M บนศูนย์การค้า Siam Discovery และเป็นจุดหมายสำหรับคนรักเบเกอรี่ที่ถ้ามาถึงสยามทั้งที ก็ควรมาเช็คอินที่นี่ซักหน่อยไม่ให้ตกเทรนด์ โดยร้านนี้ออกตัวเลยว่าเป็น Eclair Specialist ซึ่งมีเจ้าของเป็นสาวไทยที่ลงทุนไปร่ำเรียนวิชาทำขนมมาจากประเทศอังกฤษโน่น เลยไว้ใจได้ในความจริงจังของขนมอบที่นี่
 
 
ตัวเบสแป้งชูส์ที่ทำเป็นเอแคลร์นั้น ถึงจะเป็นสูตรต้นตำรับแบบดั้งเดิม แต่ก็ยังจับมาทวิสต์ได้สนุกสุด ๆ ด้วยการแต่งแต้มสีสันและรสชาติที่หลากหลายลงไป อาทิ บลูเบอร์รี่และมาสคาโปนชีส ชาเขียวและถั่วแดง คาราเมลและชาเอิร์ลเกรย์ รวมถึงช็อคโกแลตและถั่วเฮเซลนัท
 
 
นอกจากนั้นยังมี Matcha Red Bean Choux Cream (95 บาท) ที่โปะด้านบนด้วยแป้งมาการอง ไส้ชูครีมด้านในเป็นครีมชาเขียวรสหวานน้อยและถั่วแดงบด ใครจะเชื่อว่าอยู่แค่สยามก็สามารถทำตัวแบบผู้ดีฝั่งยุโรป ซื้อเอแคลร์หน้าตาแฟนซี ๆ กับบ้านได้ด้วยอ่ะ

 
Lightning Choux ชั้น M ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ถ.พระราม 1 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 095-595-1542 BTS สยาม www.fb.com/lightningchoux