Nov 23 2017

shopping

แอบส่อง King Power รางน้ำ ในร่างใหม่ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เห็นแล้วจะว้าว

แม้ว่าย่านอนุสาวรีย์ชัย ฯ จะเป็นสถานที่ที่เราคุ้นเคย รถไฟฟ้าก็ผ่าน แถมยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปหลาย ๆ แห่งของกรุงเทพ ฯ อีก (ท่ารถตู้ตรึม !) พอให้นึกว่าย่านนี้มีอะไรดีบ้างน้า ก็เหมือนจะคิดไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่ เท่าที่พอเห็นลาง ๆ ก็มีแค่ซอยรางน้ำเท่านั้นแหละที่พอหาคาเฟ่หรือร้านอาหารให้นั่งได้ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าซอยรางน้ำมี KING POWER ที่เป็นเพชรเม็ดใหม่ และใหญ่มาก เพราะเพิ่งรีโนเวทตัวเองไปสด ๆ ร้อน ๆ บนพื้นที่ถึง 18,000 ตารางเมตรด้วย พอรีโนเวทใหม่ ข้างในก็มีอะไรน่าสนใจเยอะเลย ว่าแล้วก็เดินเข้าซอยรางน้ำไปดูกันเถอะ

 


ชอปแบรนด์เนมให้คุ้ม ต้องชอปแบบปลอดภาษีสิ

 

 

หลายคนคงรู้กันบ้างแล้วแหละว่า King Power รางน้ำ คืออาณาจักรแห่งสินค้าปลอดภาษีระดับโลก ยิ่งตอนนี้ที่นี่ทำการรีโนเวทใหม่หมดจด ร้านรวงข้างในก็อลังการและมีแบรนด์มาให้ชอปกันจนเต็มอิ่ม

 

 

 

ทันทีที่ก้าวผ่านเข้าประตูไปใน King Power รางน้ำ ก็จะพบกับศูนย์การค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ให้ชอปได้จุใจถึง 2 ชั้น โดยชั้นแรกนั้นจะเป็นชอปอินเตอร์แบรนด์ทั้งหลายที่เปิดรอให้เราเข้าไปละลายทรัพย์กันแบบคุ้ม ๆ แบรนด์ดัง ๆ อย่าง Prada, Gucci, Bottega Veneta, BURBERRY, Valentino, Coach, TOD'S, Salvatore Ferragamo, Alexander McQueen, Stuart Weitzman ก็ตบเท้าเข้ามาให้ได้ชอปกันครบ เดินชั้นล่างก็จะให้ความหรู ๆ หน่อย

 

 

 

 

 

แต่ถ้าเป็นสายเครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา เครื่องประดับ และจิวเวอรี ขอให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้นสองได้เลย พอขึ้นมาปุ๊บ ก็จะเจอกับโซนสินค้าต่าง ๆ ที่ King Power จัดไว้ให้อย่างดี อันนี้เราชอบเพราะรู้สึกว่าเดินง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก แบ่งโซนให้ได้ชอปอย่างชัดเจน แถมแต่ละโซนก็หาไม่ยาก เพราะมีป้ายบอกแทบทุกโซน เรียกว่าเลือกไม่ถูกว่าจะไปโซนไหนก่อนดี เพราะแสงสีมันว้าวละลานตาไปหมด แต่ถ้าอยากดูให้ครบทุกโซนก็เดินตามรูทที่ทาง King Power จัดไว้ให้เลยก็ได้นะ เขาจัดรูทไว้ดีเชียวแหละ จากต้นทางไปปลายทางเรียกว่าทางเดินต้องผ่านทุกโซน ไม่พลาดชอปสักอย่าง

 

 

 

เดินไปจนสุดทางก็เจอสินค้า IT & Gadgets ก็มีไว้เอาใจเหล่าเทคโนโลยีเหมือนกัน ทุกโซนเรียกว่าขนกันมาครบ ตั้งแต่แบรนด์หรู ๆ อย่างนาฬิกาของ Piaget ไปจนถึงแบรนด์วัยรุ่นคึกคักอย่าง G-Shock หรือ Swatch ส่วนโซนน้ำหอมก็จัดเต็มทุกแบรนด์ เรียกว่าที่สนามบินมีแบรนด์ไหน ที่นี่ก็มีเหมือนกัน แถมมี Exclusive Brand อย่าง Le Labo และ Atelier ที่ไม่มีขายที่ไหนในประเทศไทยนอกจาก King Power รางน้ำ ที่เดียว ! ส่วนเครื่องสำอางนี่ไม่ต้องพูดถึง ยกแบรนด์ฮิตมาครบมาทั้ง Lancome, LA MER, DIOR, Shiseido, Nars, NAKED ให้บอกครบทุกแบรนด์ก็คงไม่ไหว ไปดูด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า เยอะมากจริง เดินไปเทสไป สนุกมากกก

 

 

 

หลายคนคิดว่าถ้าอยากมาชอปที่ King Power รางน้ำ จะต้องเป็นคนที่มีไฟลท์บินและกำลังเดินทางเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเปล่าเลย ถึงไม่มีไฟลท์บินก็สามารถมาเดินเล่นและชอปปิ้งได้เหมือนกันนะ เพราะมีสินค้าที่ซื้อกลับได้เลยด้วย ดูง่าย ๆ เลยคือป้ายราคาสีฟ้่า ส่วนใหญ่เป็นพวกสินค้าไทย อาหาร กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ IT และแบรนด์กีฬาต่าง ๆ

 


ยกสตรีทฟู้ดและร้านอาหารระดับโลกมาไว้ให้ชิม

 

 

เดินชอปจนหนำใจจนทั่วทั้ง 2 ชั้นแล้วก็รู้สึกหิวนิด ๆ พอเห็นว่าที่ชั้นสามมีร้านอาหารที่น่าสนใจเลยขอขึ้นไปหาอะไรรองท้องสักหน่อย แต่พอได้ขึ้นไปเท่านั้นแหละ ถึงกับต้องตะลึง ! เพราะที่ชั้นสามมีร้านอาหารรวมไว้เยอะมากกก พื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยร้านอาหารมากกว่า 20 ร้าน ทั้ง Thai Taste Hub และ Restaurants & Cafe ซึ่งแต่ละร้านก็ฮอตฮิตติดลมบนทั้งนั้น อาทิ El Gaucho Argentinian Steakhouse ร้านสเต๊กเนื้อสไตล์อาร์เจนตินาที่อร่อยสุด ๆ, Brekkie Organic Cafe & Juice Bar ที่ยกอาหารคลีนและออแกนิกส์ รวมถึงเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพด้วย, Make Me Mango เอาใจคนรักมะม่วงด้วยขนมจากมะม่วงสุดอร่อย, Nantsuttei ร้านราเมนสุดสุโก้ย การันตีความอร่อยจากการเป็นแชมป์ราเมนถึง 5 สมัย, PABLO Mini ร้านชีสทาร์ตสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดังที่หลายคนเคยไปต่อแถวกันยาวเหยียดมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีร้านอื่น ๆ อย่าง Koi The, Nara, Pinkberry, QQ Taiwanese Dessert, Peace Oriantial Tea House และ Starbucks อีกด้วย

 

 

 

แต่ที่เป็นไฮไลต์จนต้องทำให้เราพุ่งตัวเข้าไปหาอย่างเร็วรี่ คือโซน Thai Taste Hub ที่รวมสุดยอดร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนานของเมืองไทยมาให้ชิมกันแบบอรรถรส ไม่ต้องขับรถตามหาให้ทั่วกรุงเทพ ฯ แค่มา King Power รางน้ำ ที่เดียวก็ได้อิ่มครบทุกร้านแล้ว ทั้งห่านท่าดินแดง, กุ้งเผาอยุธยา, ข้าวขาหมูจุฬา, ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี, ลูกชิ้นปลาบรรทัดทอง, การิม โรตี มะตะบะ จากถนนพระอาทิตย์, หอยทอดเยาวราช, หูฉลามสกาลา นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ ที่จริงยังมีอีกเยอะแยะเต็มไปหมด

 

 

แถมโซนนี้ยังถูกตกแต่งแบบให้อารมณ์เหมือนมาเดินอยู่ริมถนนกรุงเทพ ฯ จริง ๆ (แต่สะอาดและสะดวกกว่าเยอะ) บรรยากาศก็ดี ราคาก็ไม่ต่างจากไปกินที่ร้านจริง ๆ ของย่านนั้นเลย ยิ่งเรื่องรสชาติยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขอบอกว่าที่ร้านหลักรสยังไง ที่นี่ก็รสเดียวกันแน่นอน สำหรับเราแล้ว Thai Taste Hub ได้ใจไปเต็ม ๆ

 


โฉมใหม่ทั้งที มีอะไรดีขึ้นอีกเยอะ

 

 

 

เพื่อให้สมกับคอนเซปต์ของที่นี่ กับ Explore Endlessly ทำให้ไม่ได้สนุกแค่ชอปปิง หรือกินอิ่มจนพุงกางอย่างเดียว แต่ยังอัดแน่นด้วยพื้นที่เอนเตอร์เทนเมนต์อีกมากมาย อย่างโรงละครอักษรา บริการเล้าจน์สำหรับพักผ่อนกับ King Power Lounge และ The Atlas Club แถมยังมีโซนสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปเซลฟี่ เช็คอินกันเก๋ ๆ ด้วย อย่างลานน้ำพุขนาดใหญ่ด้านหน้าที่เก๋ไก๋มาก (ยิ่งมาตอนเย็น ๆ หรือกลางคืนยิ่งสวย) หรือจะเป็นโดมกระจกทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่มองจากมุมไหนก็ดูเด่นสะดุดตา

 

 

นี่แหละความเก๋ของ King Power รางน้ำโฉมใหม่ ที่เป็นศูนย์การค้าสุดอลังแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบครันทั้งเรื่องชอป เรื่องกิน และเรื่องชิล

 


ศูนย์การค้าปลอดภาษีอากรระดับโลก King Power รางน้ำ

เดินทางสะดวกด้วย BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินต่อเข้าซอยรางน้ำ

หากขับรถมา สามารถเข้า-ออกได้ด้วยถนนทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ุถนนพญาไท ถนนราชปรารภ และถนนราชวิถี

เปิดทุกวัน 10.00 - 21.00 น.