Sep 20 2017

tech

เราลองใช้ iOS 11 และรีวิวแบบจริงใจไม่จิงโจ้

ไหนดูซิมีอะไรใหม่บ้าง

หลังจากซื้อโปรดักต์ของ Apple มาใช้กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรือ iPod ก็ตาม ความตื่นเต้นไม่ได้จบลงเมื่อตอนรูดบัตรเครดิต (และเป็นหนี้ต่ออีกสิบเดือน) แต่ยังรวมถึงอัพเดตใหม่ๆ ของระบบปฏิบัติการในตัวเครื่อง หรือที่สาวกรู้จักกันดีในชื่อ iOS ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยเวอร์ชันใหม่หลังจาก Apple Event เมื่อสัปดาห์ก่อน ในฐานะที่เราเป็นผู้ใช้ตัวจริงไม่ติงนัง เลยถือโอกาสขอรีวิว iOS 11 เวอร์ชันล่าสุดให้ฟังกันแบบบ้านๆ ให้รู้กันไปเลยว่าควรตัดใจหรือไปต่อ
 

เตรียมตัวก่อนอัพเดต

 
ก่อนอื่นเลย เราแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรีเต็มๆ หรืออย่างน้อยก็เหลือ 50% กันตาย และต่อ Wi-Fi ให้เรียบร้อยด้วย
 
 
เช็คก่อนว่าตัวเองได้ไปต่อหรือเปล่า? ถือเป็นเรื่องราวที่น่ารำคาญอยู่เหมือนกันกับข้อจำกัดของ iOS ที่จะตัดหางปล่อยวัดโปรดักต์ของตัวเองไปเรื่อยๆ สำหรับอุปกรณ์ Apple ที่ได้ไปต่อใน iOS 11 นั้นได้แก่ iPhone 5s ขึ้นไป iPad Mini 2 ขึ้นไป และ iPod Touch 6 เท่านั้น เก่ากว่านั้นก็เป็นวัตถุโบราณไปตามระเบียบ
 
หน่วยความจำเหลือพอไหม? สำหรับคนที่ซื้อตัวล่างสุดอย่างเรา (iPhone 6 16GB) มันทุลักทุเลตั้งแต่แรกแล้ว เพราะ iOS จริงๆ กินพื้นที่ไปเกือบครึ่ง พอโหลดแอป โหลดเพลงไว้ฟังออฟไลน์ใน Apple Music หรือถ่ายรูปไปไม่เท่าไหร่ หน่วยความจำก็เต็มแล้ว จะอัพเดตแต่ละทีเรียกว่าต้องสำรองข้อมูลกันรัวๆ อย่าง iOS 11 ก็มีข้อกำหนดว่าต้องมีพื้นที่เหลืออย่างน้อย 3-4GB ขึ้นไปนะ

ไหนดูซิมีอะไรใหม่บ้าง

 
คุณพระ กว่าจะอัพเดตเสร็จก็ล่อไปชั่วโมงเต็มๆ ความเห่อไม่เต็มร้อยเท่าเดิม แต่ก็มีฟีเจอร์ใหม่น่าสนใจเยอะเลย
 
 
ดีไซน์ใหม่ที่คมคายและชัดเจน อย่างแรกที่เรารู้สึกได้คือฟอนต์ที่แลดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แอปไอคอนบางอันที่เปลี่ยนไป เช่น เครื่องคิดเลข App Store และ iTunes Store เป็นต้น รวมถึงหน้าตาด้านในแอปติดเครื่องที่ถูกปรับให้คล้ายคลึงกับ Apple Music มากขึ้น กลาวคือมีชื่อแอปเป็นหัวข้อตัวใหญ่ๆ สงสัยกลัวเราลืมว่าใช้แอปอะไรอยู่
 
 
แผงมหัศจรรย์ที่สนุกกว่าเดิม อยากกราบขอบคุณแทบตักนักพัฒนา เพราะแผงควบคุมใน iOS 11 มีปุ่มเปิด-ปิด data เสียที! พอแล้วกับการเปิด Setting เพื่อปิดเน็ตกันรั่ว นอกจากนี้รูปแบบของแผงควบคุมยังเปลี่ยนไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม กลายเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากขึ้น แต่ยังมีปุ่มกันหมุนเคว้ง โหมดจอเหลืองกลางคืน และตัวควบคุมความสว่างกับเสียงเช่นเคย แต่เปลี่ยนดีไซน์เป็นแท่งแนวตั้งแทน ทีเด็ดคือเราสามารถเลือกได้ตามใจชอบว่าอยากให้ 4 เมนูล่างเป็นฟังก์ชันอะไร กราบ กราบ กราบ!

 
 
ฟังก์ชันแคปหน้าจอที่ขีดเขียนได้ (เสียที) น่าจะถูกใจนักแคปทั้งหลาย เพราะฟังก์ชันแคปของ iOS 11 สามารถขีดเขียนเพิ่มเติมได้กับเขาเสียที (มาช้าดีกว่าไม่มา) โดยมีหัวปากกาและดินสอให้เลือก 3-5 แบบ ไม่ต้องแคปแล้วเอาไปวาดเพิ่มในแอปอื่นแล้ว
 
 
App Store ที่แอบดูวุ่นวายกว่าเดิม ปกติเราไม่ค่อยได้สนใจ App Store เท่าไหร่ เข้าทีก็ตอนเช็คว่ามีแอปอะไรอัพเดตบ้าง เราคิดว่าหน้าตาใหม่ของ App Store มันแอบดูเทอะทะ เกะกะ และวุ่นวายไปหน่อย แต่ก็มีฟีเจอร์หน้าย่อยที่เป็นหมวดหมู่มากขึ้น เช่น Today รวบรวมแอปใหม่ แอปเด็ด ในแต่ละวัน และ Games สำหรับสายเล่นเกมโดยเฉพาะ นอกนั้นก็มีฟังก์ชัน Search และ Updates ที่ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก
 
 
Flies นี้คืออะไรหนอ ไม่รู้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นไหมสำหรับ Files แอปพื้นฐานอันใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาแบบไม่ได้ถามใจเราเลย ซึ่งด้านในก็เป็นแค่รวม iCloud Drive กับ Google Drive หรือแอปเก็บข้อมูลอื่นๆ มาไว้ในที่เดียวกันอีกที ถ้าลองคิดดูดีๆ จะซ้ำซ้อนไปเพื่อ?

 
 
ส่วนการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช่น หน้าตาของแอปเครื่องคิดเลขที่กลมดิ๊กไปหมด แอปปฏิทินที่ไฮไลท์วันปัจจุบันเป็นเหลี่ยมมนๆ แทนวงกลม ก็ทำให้เรางงว่าสรุปจะกลมหรือจะมน เอาสักทางไหมล่ะ! ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง iMessage ที่ส่งเพลง ส่งแผนที่ หรือส่งอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้น ก็ดูไม่ค่อยน่าตื่นเต้นสำหรับเราและคนไทยส่วนใหญ่เท่าไหร่เพราะใช้แต่ LINE 

Soimilk says:

 
หลังจากจิ้มๆ ไถๆ ทำความเข้าใจกับ iOS 11 อยู่สักพัก เราว่าแต่โดยรวมแล้วเป็นการอัพเดตที่ไม่เลวเลย และหลังจากนี้ก็คงมีอัพเดตย่อยๆ มาซ่อมนู่น พัฒนานี่กันไปเรื่อยๆ ใครได้ไปต่อก็ขอให้สนุกแล้วกันนะ