Nov 21 2017

tech

สิ่งที่เราคิดว่าน่าจะต้องชอบแน่ ๆ ถ้ามี iPhone X อยู่ในมือ

อยากมีกับเค้ามั่งจัง

ยอมรับว่าตั้งแต่ได้ดูคีย์โน้ตเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ ทั้ง iPhone 8, iPhone 8 Plus และตัวท็อปที่เป็นไฮไลต์อย่าง iPhone X (อ่านว่า ไอโฟนเท็น) ก็เล่นเอา iPhone 7 Plus ที่อยู่ในมือสั่นริก ๆ เพราะสายตาของเราจับจ้องไปที่น้องใหม่สุดเก๋าอย่าง iPhone X ล้วน ๆ ด้วยฟังก์ชั่นที่ดูล้ำสมัย และหน้าตาที่มาแบบไร้ปุ่มโฮมก็ทำให้เราอยากลองเล่นลองใช้ตัวจริง ๆ ดูสักทีว่า ตลอด 10 ปีที่อยู่กับไฮโฟนแบบมีปุ่มโฮมมา ถึงเวลาที่ไม่มีปุ่มนี้แล้วจะใช้ง่ายขึ้น หรือลำบากกว่าเดิมกันนะ

 

แต่เพราะ iPhone X จะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศไทยในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้เป็นวันแรก (ซึ่งเซอร์ไพรส์มากเพราะถือว่าเข้าไทยเร็วมากกก) ทำให้เรายังไม่ได้ลองจับลองเล่นตัวเป็น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นความขี้มโนของเราก็พอเดาได้ว่า หากมี iPhone X ครอบครองอยู่กับตัวจริง ๆ แล้ว อะไรบ้างนะที่เราน่าจะชอบจากสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ล่าสุดของแอปเปิ้ลเครื่องนี้

 


5.8 นิ้วนี่แหล่ะ แจ่มมม

 

 

ในฐานะที่มีโอกาสได้ใช้ iPhone มาแล้วแทบทุกขนาดหน้าจอ เริ่มกันที่ iPhone 5 ที่มีขนาดหน้าจอเพียง 4 นิ้ว ขยับมาอีกครั้งกับการใช้ iPhone 6 ที่ขนาดจอใหญ่ขึ้นเป็น 4.7 นิ้ว ทำให้รู้สึกอ่านอะไรก็สบายตาขึ้นกว่าเดิมเยอะ จนมาถึง iPhone 7 Plus เครื่องที่อยู่ในมือปัจจุบันตอนนี้ที่อัพขนาดหน้าจอไปถึง 5.5 นิ้วกันเลย แน่นอนว่าจากการใช้งานที่มีโอกาสขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เราก็ย่อมรู้สึกว่าจอใหญ่ ๆ นี่มันมองเห็นได้ชัดเจนดีจัง แถมเวลาพิมพ์ก็สะดวกดีด้วย ไม่พิมพ์พลาดจาก ขอบคุณค่ะ เป็น ชอบคุณค่ะ อีกต่อไป (รู้นะว่าพิมพ์ผิดแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกัน)

 

 

พอรู้ว่า iPhone X จะมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า iPhone ตระกูล Plus ที่ใช้อยู่ก็ยิ่งว้าว และว้าวยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าขนาดตัวเครื่องมันเล็กกว่า ! เพราะ iPhone X ขยายหน้าจอจนเต็มขอบทั้ง 4 ด้านของเครื่อง ไม่ต้องเหลือพื้นที่ให้ปุ่มโฮมอีกต่อไป ส่วนด้านบนตัวเครื่องก็เว้าลงมาเพื่อใช้วางลำโพง กล้อง และเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่จำเป็นกับตัวเครื่องเท่านั้น โอ้โห มีที่ไหนกันล่ะที่จะได้จอที่ใหญ่กว่าเดิม แต่ขนาดเครื่องเล็กลง ลองคิดภาพได้เห็นจอเต็มตายิ่งกว่า iPhone ตระกูล Plus แต่ถือเครื่องที่มีขนาดไม่ต่างกับ iPhone รุ่นปกติดูสิ นี่มันประสบการณ์ใหม่ของชีวิตชัด ๆ

 


สวัสดี Face ID ฉันรอเธอมานานแล้ว

 

 

เมื่อพบว่าปุ่มโฮมหายไป และกล้องหน้าของตัวเครื่องเป็นได้มากกว่าใช้ถ่ายเซลฟี่ เพราะมันคือส่วนที่จะจับภาพใบหน้าเราและนำไปประมวลผลร่วมกับเซนเซอร์อีกมากมายบริเวณที่แหว่ง ๆ ของจอนั่นแหละ เพื่อใช้ใบหน้าของเราในการปลดล็อก iPhone X ได้ ! 

 

จริง ๆ แล้วสำหรับสาวก iPhone พอปุ่มโฮมหายไป มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเราก้าวเข้าสู่อีกยุคหนึ่งของสมาร์ทโฟนแล้วนะ (แม้ว่าสมาร์ทโฟนบางยี่ห้อจะเอาปุ่มโฮมนี้ออกไปนานแล้วก็เถอะ) คล้าย ๆ กับตอนที่เราเปลี่ยนจากมือถือปุ่มตัวเลขธรรมดามาสู่สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัส เดาว่าน่าจะตื่นเต้่นกับการใช้งานขนาดนั้นเลยแหละ

 

 

อีกอย่างที่เรารู้สึกสะดวกเมื่อใช้การปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า ก็เพราะยังไงเราก็ต้องยก iPhone ขึ้นมาในระดับหน้าอยู่แล้วเวลาใช้งาน ก็ให้หน้าของเรานี่แหละเป็นตัวจัดการเข้าถึงได้เลย มันก็ต้องสะดวกกว่าการเอื้อมนิ้วมาแตะเพื่อสแกน หรือกดรหัสสี่หลักหกหลักอยู่แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้ลองใช้งานจริง ๆ ว่าเวิร์กอย่างที่โฆษณาเอาไว้หรือเปล่า แต่จุดนี้ก็พอมโนถึงความสะดวกได้ว่าน่าจะดีทีเดียวแหละ

 

 

นอกจากนั้นก็เรื่อง Animoji ที่ใช้ความสามารถของเซนเซอร์และกล้องหน้าอย่างเป็นประโยชน์ ทำให้เราสร้างอีโมจิที่ขยับและแสดงสีหน้าได้ตามที่หน้าตาของเราแสดงอยู่เลย งานนี้มีใช้ iMessage บ่อยขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ (รู้ใช่มั้ยว่า iMessage นั้นใช้ส่งฟรีไม่ต่างจากแอปแชทอื่น ๆ อย่างเช่น LINE หรือ Whatsapp เลย ถ้าอีกฝ่ายใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ระดับ 5 ขึ้นไป และเปิดการใช้ iMessage เอาไว้)

 


ไม่ต้องรอชาร์จแบตนาน ๆ อีกต่อไป

 

 

iPhone ทุกรุ่นที่เปิดตัวในปีนี้ ทั้ง iPhone 8, 8 Plus และ X นั้นล้วนใช้งานแบบ Fast Charge ได้ ! ซึ่งข้อมูลทางเทคนิคบอกว่าเราสามารถชาร์จแบตในเครื่องที่ไฟหมดเกลี้ยงให้กลับมามีแบตเตอรีได้ถึง 50% ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น (แต่ต้องใช้คู่กับอุปกรณ์ชาร์จอย่าง USB-C Power Adapter เท่านั้นนะ) นั่นแปลว่าเราจะไม่ต้องเสียเวลามารอให้แบตเต็มนาน ๆ อีกต่อไป นี่มันเป็นฟังก์ชั่นช่วยชีวิตของคนไม่ค่อยมีเวลาอย่างเราชัด ๆ

 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจินตนาการของเราหากว่าได้ใช้ iPhone X กับเขาสักครั้งเท่านั้น แต่ถ้าหากมีโอกาสได้พูด สวัสดีอนาคต กับ iPhone X จริง ๆ แล้วเมื่อไหร่ล่ะก็ รับรองว่าเราจะมาบอกความรู้สึกที่แท้จริงเมื่อได้ใช้งานให้ได้รู้กันอีกครั้งแน่นอน