Nov 20 2016

travel

กองทัพช้างบุกเชียงใหม่กับงานศิลปะ Elephant Parade เดือนธ.ค.นี้

ใครที่ติดใจ กองทัพแพนด้ากับ 1600+ Panda ที่มาบุกกรุงเทพฯ​เมื่อช่วงต้นปีนี้ ตอนนี้เรามีอีกกองทัพสุดน่ารักที่พร้อมบุกเมืองอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ แต่เป็นเมืองเชียงใหม่พร้อมต้อนรับฤดูหนาวพอดี
 
หน้าหนาวนี้คิวอีเวนท์ในเชียงใหม่แน่นเหลือเกิน [ลองไปอ่านอีเวนท์เชียงใหม่หนาวนี้ที่ลิงก์นี่ได้เลย] โดยเดือนหน้า นอกจากจะมี Chiang Mai Design Week ในวันที่ 3-11 ธ.ค.แล้ว ยังมีอีกงานศิลปะดีๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวไปเยือนกัน นั่นคืองาน Elephant Parade กองทัพช้างที่พร้อมสร้างสีสันให้กับเชียงใหม่ทั่วเมือง
 

 

งาน Elephant Parade คือการนำประติมากรรมรูปช้างที่ทำจากเรซิน ซึ่งได้รับการออกแบบลวดลายโดยศิลปินรับเชิญจากทั่วโลก ซึ่งล้วนแต่เป็นคนดังในแวดวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงการศิลปะ วงการบันเทิง นักธุรกิจคนดัง ไปจนถึงเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์ยุโรป 

 

 

Elephant Parade ที่ London, England

 

งานนี้ไม่ใช่เพิ่งจัดขึ้นครั้งแรก แต่จัดติดต่อกันมาหลายปีแล้ว โดยจะตระเวนจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ สหรัฐ จีน อิตาลี เยอรมนี สิงคโปร์ ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก ไปจนถึงอีกฟากโลกอย่างบราซิล โดยมีเป้าหมายให้คนตระหนักถึงความสำคัญในปัญหาเรื่องช้างในเอเชียที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องเงินทุนเพื่อการรักษา และเลี้ยงช้าง แถมปีนี้ยังครบรอบ 10 ปีที่โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นด้วย 

 

 

Elephant Parade ที่ Rotterdam, Netherlands

 

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ลวดลายต่างๆ ที่อยู่บนตัวช้างที่ทำจากเรซินเหล่านี้ ได้รับการออกแบบจากคนดังในวงการต่างๆ มากมาย รวมแล้วกว่า 800 ชีวิต เรียกว่าพูดชื่อขึ้นมาอาจจะร้องอ๋อ หลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนในวงการบันเทิงอย่าง เคที เพอร์รี โกลดี ฮอว์น ดีเจ Hardwell โคลอี คาร์ดาสเชียน ไปจนถึงดีไซเนอร์รุ่นใหญ่อย่าง ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก ทอมมี ฮิลฟิเกอร์ พอล สมิธ นักธุรกิจอย่างเซอร์ริชาร์ด แบรนสัน เจ้าชายเฮนดริกแห่งเดนมาร์ก และศิลปินอย่าง Jack Vettriano ศิลปินชาวสก็อตแลนด์ที่โด่งดังจาก The Singing Butler ภาพวาดน้ำมันที่วาดขึ้นเมื่อปี 1992 ซึ่งสามารถประมูลขายไปได้ในราคาสูงถึง 744,800 ปอนด์ (ประมาณ 32.7 ล้านบาท) ในปี 2551 ถือว่าเป็นยอดสูงที่สุดที่ศิลปินชาวสก็อตเคยประมูลได้เลยทีเดียว
 

 

Elephant Parade ที่ไต้หวัน

 

แถมช้างที่ Jack Vettriano ออกแบบในนาม “The Singing Butler Rides Again” ยังทำสถิติเป็นรูปปั้นช้างที่ประมูลขายไปได้ในราคาสูงที่สุดของ Elephant Parade ด้วย โดยประมูลขายไปในราคา 155,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.8 ล้านบาท)

 

 

ช้าง The Singing Butler Rides Again ของ Jack Vettriano ศิลปินชาวสก็อต Credit: Aurelien Guichard

 

ส่วนคนออกแบบรูปปั้นช้างชาวไทยในปีนี้ ก็รวมถึงดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง และซินดี้ บิชอป นางแบบ และนักแสดงกับบทบาทล่าสุดที่เป็นคุณแม่สุดแซ่บใน Gossip Girls เวอร์ชั่นไทยด้วย โดยเป้าหมายของการทำรูปปั้นช้างแต่ละตัวนั้น ก็เพื่อให้ทุกคนซื้อไปเก็บเป็นเจ้าของ เพราะนอกจากจะได้งานศิลปะสวยๆ ไปประดับบ้านแล้ว ยังเหมือนเป็นการทำบุญสนับสนุนงานช่วยช้างเอเชียด้วย

 

 

 

ในงานที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่ในปีนี้ จะมีการจัดแสดงช้างจำนวนลวดลายต่างๆ จำนวน 89 ตัว เพื่อถวายความอาลัยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีการกระจายจัดแสดงไปยังสถานที่ต่างๆ เช่นประตูท่าแพ พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ถนนรอบคูเมือง ตลาดวโรรส หรือกาดหลวง และวัดต้นเกว๋น หรือวัดอินทราวาส ซึ่งได้รับการยกย่องเรื่องสถาปัตยกรรมล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุด จนเป็นต้นแบบของหอคำหลวงในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพืชสวนโลกด้วย

 

 

HOT: ไฮไลท์สำคัญในปีนี้ ยังเป็นการเปิดตัว Elephant Parade Land Experience ซึ่งเป็นทั้งสตูดิโอศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสร้างงานศิลปะประติมากรรมช้างได้ด้วยตัวเอง

 

 

DO YOU KNOW?: 

จุดเริ่มต้นโครงการ Elephant Parade (www.elephantparade.com) นั้นเกิดขึ้นที่เมืองไทยเมื่อ 10 ปีก่อน ในพ.ศ. 2549 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากพังโม่ชะ ช้างน้อยเพศเมีย วัย 7 เดือน ที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเพื่อนช้าง โรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกที่จังหวัดลำปาง หลังจากที่เคราะห์ร้ายไปเหยียบกับระเบิดเข้าจนเป็นแผลเหวอะหวะที่ขาขวาหน้า และเสียขาไปจนต้องใส่ขาเทียมในที่สุด ทำให้โม่ชะกลายเป็นช้างตัวแรกของโลกที่ใส่ขาเทียม

 

 

พังโม่ชะกับขาเทียม

 

และด้วยความที่พังโม่ชะยังเด็ก ทำให้ต้องเปลี่ยนขาเทียมตลอดเวลาที่โตขึ้น และยังต้องหัดเดินใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนขาเทียม อีกทั้งยังมีช้างบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือในโรงพยาบาลช้างอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณ Mike และ คุณ Mark Spits สองพ่อลูกนักธุรกิจชาวอังกฤษ ที่เดินทางมาเที่ยวโรงพยาบาลช้าง และพบกับพังโมช่า ตัดสินใจสร้าง social enterprise หรือกิจการเพื่อสังคมอย่าง Elephant Parade ขึ้นมาเพื่อเป็นรายได้ช่วยเหลือช้าง โดยจะดำเนินกิจการแบบธุรกิจ และอุทิศเงิน 20% ของกำไรในการขายรูปปั้นช้างในการประมูลไปช่วยเหลือโครงการต่างๆ เกี่ยวกับช้าง ซึ่งได้แก่ Elephant Family (www.elephantfamily.org), Friends of the Asian Elephant Hospital มูลนิธิเพื่อนช้าง หรือโรงพยาบาลช้าง (www.friendsoftheasianelephant.org) และ Naka Foundation (nakaelephantfoundation.org
 

 

Fun Fact: ก่อนหน้านี้ Elephant Parade เคยจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เมื่อปลายปีที่แล้ว ระหว่างวันที่ 1-18 ธ.ค.ที่หลักๆ อยู่ที่บริเวณลานน้ำพุห้างสยามพารากอน และกระจายไปยังห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และสวนลุมพินี ก่อนที่ปลายปีนี้เราจะได้ยลโฉมน้องช้างกันอีกครั้งในสถานที่สำคัญๆ ของเชียงใหม่

 

ใครวางแผนขึ้นเหนือหนาวนี้ ก็ตามไปเก็บภาพได้เลย 

 

จัดแสดงระหว่างวันที่ 9 ธ.ค. 2559 - 15 ม.ค. 2560 www.elephantparade.com