Mar 13 2018

destination

ไปเที่ยวกัน ! 5 พิกัดหลักที่ทำให้สิงคโปร์รอบนี้ มีแต่เรื่องละลายทรัพย์

อีกระดับของการชอปปิงจนล้มละลาย

สำหรับเราแล้ว "สิงคโปร์" ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็ยังมีอะไรใหม่ ๆ ให้ทำจนต้องร้องว้าว ! ได้เสมอ 
 
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เพราะเราได้มีโอกาสไปเปิดมุมลับอีกมุมหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ที่กำลังมาแรงสุด ๆ กับบรรดาร้านรวงต่าง ๆ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อสนองนี้ดมนุษย์ shopaholic ทุกคน ด้วยการเป็นขั้นกว่าของร้านชอปปิงทั่วไป แต่เป็นร้านสำหรับสายงานคราฟต์ สาย Personalized สายชิ้นเดียวในโลก ที่ทางการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ใช้เป็นแม่เหล็กใหม่ให้เหล่านักสะสมหรือ Collector จากทั่วโลกแห่แหนกันมาชอปปิงที่นี่ ภายใต้สโลแกนใหม่สุดเก๋ว่า 'Passion Made Possible' นั่นเอง !
 

313 Somerset

 
 
ถ้าใครไปสิงคโปร์ ก็น่าจะเคยไปเหยียบตึกชอปปิงอันลือเลื่องบนถนน Orchard อย่าง 313 Somerset อยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ! แต่ที่หลายคนยังไม่รู้คือที่ชั้น 4 ของตึกนี้เป็นที่อยู่ของร้านรองเท้าสุดฮิปอย่างแบรนด์ Limited Edt ที่เราขอยกแฮชแทค #เทพเจ้าแห่งสนีกเกอร์ ให้ไปเลย ! โดยในตึกนี้จะมีชอปของแบรนด์นี้ทั้งหมดถึง 6 แห่ง แบ่งเป็น Limited Edt. Vault, Limited Edt. Woman & Kids, L.E Way สำหรับรองเท้าสนีกเกอร์สายนักสเก็ต L.E. Ball Park สำหรับนักบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ L.E. Underground และ Limited Edt. Outlet เรียกว่าถ้าบ้านไหนที่สนีกเกอร์ ก็อยู่ตึกนี้ทั้งวันไม่ต้องไปที่อื่นเลย
 
 
โดยเฉพาะ Limited Edt Vault ที่เปรียบเสมือนห้องนิรภัยเก็บสนีกเกอร์ไฮเอนด์ทั้งหลาย ทั้งรุ่น Limited รุ่น Mock Up และ รุ่น Personalized ที่เหล่าสนีกเกอร์เฮดเห็นแล้วต้องตาลุกวาว ส่วนแบรนด์ก็มีทั้ง Nike, Puma, Adidas, Vans, Reebok, Asics, New Balance และ Saucony 

 
 
ซึ่งในโซนด้านในของชอป Limited Edt Vault นี้ จะมีห้องลองสนีกเกอร์แบบภาพจำลอง Stimulation สำหรับคนที่อยากลองใส่สนีกเกอร์เทพที่เจ้าของร้านนี้สะสมไว้ด้วยนะ

Off-White 

 
 
นี่คือตึกที่ฮิปที่สุดบนถนนสาย Orchard ที่ประกอบไปด้วยไอเทมแฟชัน Luxury จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ทางชอปได้คัดเลือกมาอย่างดี ภายในแบ่งออกเป็น 3 ร้านด้วยกันคือ Off-White ในโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบมินิมอลลิสต์ ร้าน Surrender ที่ใช้ความขาวโพลนดันเอกลักษณ์ของไอเทมแฟชันออกมา และร้าน Christian Dada ซึ่งเกิดจากตั้งชื่อเลียนแบบแบรนด์แฟชันไฮเอนด์ที่มักจะขึ้นต้นด้วยชื่อ Christian วางขายสินค้าไฮแฟชันในแพทเทิร์นหลุด ๆ ลุ่ย ๆ ไม่เนี๊ยบ เหมาะกับบรรดาวัยรุ่นกระเป๋าหนักอย่างเรา (หรอ?) เป็นที่สุด
 
 
ด้วยความที่เป็นชอปแฟชันไอเอนด์ที่ฮิปที่สุดในสิงคโปร์ เสื้อผ้าของที่นี่เลยถูกคัดเลือกมาเฉพาะแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและดีไซน์ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่แบรนด์โลคัลดีไซน์เนอร์ของสิงคโปร์ไปจนถึงแบรนด์ระดับท็อปคลาสของโลกเลยก็มี สนนราคาเริ่มต้นที่ 6,000-250,000 บาท !

Scotts Square

 
 
อีกหนึ่งตึกบนถนนชอปปิ้งเส้นสำคัญอย่าง Orchard ที่เราอยากแนะนำให้ขาชอปพุ่งตัวมามากที่สุดคือตึกที่ชื่อ Scotts Square ซึ่งความพีคหลัก ๆ อยู่บนชั้น 3 อันเป็นที่ตั้งของร้าน K+ Curatorial Space ที่ประกอบไปด้วยส่วนจัดแสดงงานศิลปะของศิลปินหน้าใหม่จากทั่วโลก และชอปด้านในที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์ชั้นดีที่ทางร้านคัดมาจำหน่าย อาทิ ของแต่งบ้านจากแบรนด์ Muin ที่มีกิมมิกหลักโดยใช้เศษกระเบื้องปูพื้นทีละชิ้นมาสร้างเป็นผลงาน บางชิ้นใช้เวลาทำนานถึง 3 เดือน รวมไปถึงแบรนด์ Schaffen ที่ทำนาฬิกาข้อมือแบบ Customized ให้เราเลือกออกแบบนาฬิกาเองทุกขั้นตอน ไปจนถึงขายไอเทมจากแบรนด์ดังต่าง ๆ อย่าง Freitag และ Aesop ในราคาเป็นกันเองสุด ๆ เลยด้วยนะ
 
 
 
ลงมาที่ชั้น 2 ของตึก Scotts Square คือการเทคโอเวอร์ทั้งชั้นโดยแบรนด์ On Pedder ไปชอปปิงไลฟ์สไตล์แนวผสมผสานที่มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับสำหรับสายเมนสตรีมทั้งหลาย ไปจนถึงไอเทม Personalized อย่างสมุดบันทึกส่วนตัวจากแบรนด์ Bynd Arisan ที่เราสามารถเลือกคัสตอมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ดีไซน์ปกที่มีให้เลือกทั้งแบบปกสีเพลน ๆ ปกลายไม้ และปกหุ้มผ้าไหม นอกจากนั้นยังเลือกได้แม้กระทั้งเนื้อกระดาษด้านใน สีของกระดูกงู กระดุมยึดสมุด ไปจนถึงสามารถสลักชื่อของตัวเองลงบนหน้าปกได้อีกด้วย เป็นไอเทมที่เราสามารถ Personalized ได้เองอย่างแท้ทรู !
 
 

Dover Street Market

 
 
ถึงจะต้องออกจากนอกเมืองไปหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับ Collector ทุกคนที่เป็นสาวก High Brand ชั้นสูงจากทั่วโลก เพราะนี่คือ Dover Street Market สาขาที่ 4 ซึ่งนอกจากสาขาที่ลอนดอน โตเกียว และนิวยอร์กแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีที่สิงคโปร์เหมือนกันนะ !
 
 
 
พื้นที่กว่า 460 ตารางเมตรภายในอาการโกดังชั้นเดียวแห่งนี้ ถูกอัดแน่นไปด้วยสินค้าแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ Craig Green แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากลอนดอน Namacheko เอาท์ฟิตสำหรับหนุ่ม ๆ สายมินิมอลจากญี่ปุ่น รวมไปถึงแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Celine, Balenciaga, Gucci และ Comme Des Garcon เป็นต้น
 
ข้อดีของ Dover Street Market คือแม้จะเป็นไอเทมรุ่นเก่า ๆ ก็ยังสามารถหาซื้อได้จากที่นี่อยู่ แถมยังราคาพอ ๆ กับไปชอปเองถึงถื่นของแบรนด์ ๆ นั้น และแน่นอนว่าสินค้าทุกชิ้นคือของแท้ ไว้ใจได้แน่นอน !

Malmaison by The Hour Glass

 
 
ปิดท้ายทริปละลายทรัพย์นี้ด้วยการกลับมาที่ถนน Orchard เพื่อแวะไปดู Malmaison by The Hour Glass ชอปนาฬิกาที่หรูหราและอลังการที่สุดในถนนเส้นนี้ เพราะนี้เป็น Luxury Boutique ที่ตกแต่งในธีมของยุคนโปเลียน นอกจากจะขายนาฬิการาคาหลัก 10 ล้านอัพจากแบรนด์ดังอย่าง Piaget, Harry Winston, Cartier และ F.P. Journe ที่จะทำแค่ 100 เรือนต่อปีเท่านั้น ที่นี่ยังมีไอเทมประเภทแอคเซสซอรี่ต่าง ๆ อีกมากมาย
 
 
อย่างแบรนด์กระเป๋าหนังนกกระจอกเทศอย่าง Ethan Koh ที่เลอค่าขนาดเป็น supplier ที่ส่งหนังให้กับ Hermes, Prada และ Gucci เลยทีเดียว ใครเหยียบเท้าเข้ามาที่นี่รับรองว่าต้องขนลุกไปกับความเอ็กซ์คลูซีฟของสินค้าที่เลือกมาจขาย รวมไปถึงของตกแต่งแอนทีคหายากที่วางประดับประดาเรียงรายอยู่ทั่วร้าน ประหนึ่งเราได้เดินเข้าไปอยู่ในแกลเลอรี่นาฬิกาหรูของบ้านมหาเศรษฐีระดับโลกเลยทีเดียว
 
สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเป็นสายนักสะสมตัวยง ก็จงเดินตามพิกัดลายแทงของเราไปชอปปิ้งกันให้กระจายไปเลย ! ความดีงามของสิงคโปร์คือเป็นเมืองเล็ก เดินแป๊บ ๆ ทะลุร้านนู้นออกร้านนี้ก็ได้ของเต็มมือกลับบ้านแล้ว ชอปง่ายแบบนี้ อยากจะแวะไปทุกเสาร์-อาทิตย์เลยแหละ