Sep 27 2017

travel

30 ประเทศน่าเที่ยวที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

ไม่ต้องเตรียมเอกสารให้ปวดหัว
 
(Credit: Kent MacElwee)

1. เดินเลาะตามซอกซอยน้อยใหญ่ใน Casco Viejo (ปานามา)

 
ฟรีวีซ่า 180 วัน
 
 
ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งปานามาซิตี้

2. เที่ยวเกาหลีใต้โดยไม่ต้องง้อช้อปปิ้งมอลล์

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Republic of Korea)
 
เกาะเจจูถือว่าเป็นอีกหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติใหม่ของโลกเลยนะ (New 7 Wonders of Nature) อยู่ได้ 90 วันเลยนะ

3. หลงทางในย่านประวัติศาสตร์ของเมืองทบิลิซิ (จอร์เจีย)

 
ฟรีวีซ่า 365 วัน
 
(Credit: Adam Jones)

 
เมืองหลวงของจอร์เจียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา และโซนเมืองเก่านั้นมีอายุกว่า 1500 ปีเชียวนะ

4. ทัวร์หนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก (อาร์เจนตินา)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: 01argentina.com)
 
จริงๆ แล้วน้ำตก Iguazu Falls นั้นตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอาร์เจนตินาและบราซิล (หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติเช่นกัน) แต่ถ้าชอบเที่ยวในเมืองมากกว่า ต้องไปชมสีสันของย่าน La Boca ใน Buenos Aires สักครั้ง

5. แวะเมืองเก่าแก่แห่งอเมริกาใต้ที่เมืองซัลวาดอร์ (บราซิล)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Julia Rubinic)
 
เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล ถึงไม่ใช่เมืองหลวงอย่าง Rio De Janeiro แต่ก็โด่งดังในเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสจากยุคอาณานิคม

6. ไปเจอโมอายตัวจริงเสียงจริงที่ Easter Island! (ชิลี)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Beatriz Garcia)

 
หรือจะสนใจไปดูนาเกลือท่ามกลางทะเลทราย Atacama ทางตอนเหนือของชิลีมากกว่า? ขอบอกว่าสวยงามชนะเลิศ

7. ผจญภัยในเมืองสาบสูญแห่งอินคา (เปรู)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Jared Smith)
 
เข้าสู่เมืองสาบสูญแห่งอินคา "มาชู ปิกชู" ซึ่งเป็นซากอารยธรรมโบราณบนเทือกเขาแอนดีส สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่จากการลงคะแนนโหวตในปี พ.ศ. 2550 ด้วยนะ

8. เข้าโบสถ์กันบ้างตามประสา (เอกวาดอร์)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Diego Delso)
 
The Church and Monastery of St. Francis เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ภายในมีงานศิลปะกว่า 3,500 ชิ้น และเป็นที่ตั้งของรูปปั้น Virgin of Quito ด้วยนะ

9. เที่ยวเกาะสุดลึกลับที่แทนนา (วานูอาตู)

 
ฟรีวีซ่า 90 วัน
 
(Credit: Hullwarren)

 
หมู่เกาะวานูอาตูตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย ประกอบไปด้วย 83 เกาะที่ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาไฟมาก่อน ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นชาวเมลานีเซียพื้นเมือง แต่ที่สำคัญได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

10. ชมที่สุดของงานศิลป์ที่สิงคโปร์

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Jnzl)
 
ถ้าไม่ได้ไปเยือนประเทศสิงคโปร์มาซักพักแล้ว เราอยากแนะนำให้ไปเช็กอินที่หอศิลป์แห่งชาติ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วหลังจากการรีโนเวทศาลฎีกาและศาลากลางของเมืองมาเป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ขนาดใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยนะจะบอกให้

11. ตามเก็บสตรีทอาร์ตที่ปีนัง (มาเลเซีย)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
ถ้าไม่ได้อินกับเมืองหลวงของประเทศมาเลเซียซักเท่าไหร่ แนะนำให้ไปเยือนปีนังกันดู อยากรู้ว่ามีอะไรอีกต้องตามไปอ่านเต็มๆ ได้ที่บทความนี้เลย

12. ตอนนี้บินตรงไปหลวงพระบางได้แล้วนะ (ลาว)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
เมืองมรดกโลกทางตอนเหนือของประเทศลาว เหมาะสำหรับหลบไปเที่ยวแบบสงบๆ มีวัดวาอารามที่เก่าแก่ ผสมกับบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล


13. ปั่นจักรยานที่ฮอยอัน (เวียดนาม)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Mstyslav Chernov)
 
อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่มรดกโลกขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอดีตวันวาน และมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างห้องแถวและวัดจีน อาคารสไตล์โคโลเนียล และสะพานญี่ปุ่น ห่างจากไทยนิดเดียว แต่ระวังอย่าไปช่วง high season นะ เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มเยอะมากแล้ว

14. พิชิตภูเขาไฟโบรโม่ (อินโดนีเซีย)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
คาดว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องอยากทำซักครั้งในชีวิต แต่ต้องเช็กสภาพอากาศดีๆ ก่อนเดินทางนะ

15. เต้นโอ้ทะเลแสนงามตามหมู่เกาะ (ฟิลิปปินส์)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Angelo Juan Ramos)

 
อาจจะไม่ปลื้มมะนิลา แต่ต้องไม่พลาดหาดสวยทะเลใสแห่งเกาะโบราเคย์ ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับการผ่อนคลายมากที่สุดในโลก

16. กินอย่างดี๊ดีในร้าน (เกือบ) ดาวมิชลินโดยไม่ถังแตก (ฮ่องกง)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Fook Lam Moon)
 
ฮ่องกงเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยของตื่มซำ อีกทั้งยังมีร้านอาหารดาวมิชลินเยอะแยะไปหมด (อย่าง Tim Ho Wan ไง!) ข้อดีคือการที่มีอีกหลายร้านมากทั่วเมืองที่อยู่ในลิสต์แนะนำ แม้ยังไม่ได้ดาว แต่คุ้มค่าราคาอาหารในแบบที่เราจับต้องได้ งานนี้เหมาะกับสาย #FoodHopping ดูลิสต์รายชื่อเต็มๆ ได้ที่นี่เลย

17. มาเที่ยวต่อที่มาเก๊าซะเลย!

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
จัดเป็นทริปหนึ่งวันจากฮ่องกงมาเยี่ยมมาเก๊าก็ได้ ถึงไม่ได้มาเข้า Casino แค่มาเดินถ่ายรูปชมสถาปัตยกรรมใหม่อลังการงานสร้าง หรือซากอาคารเก่าที่ได้อิทธิพลมาจากโปรตุเกสก็คุ้มค่าการเดินทางแล้ว ทาร์ตไข่อร่อยอีกต่างหาก (ไปที่ Lord Stow's นะ)

18. เคยคิดไหมว่าไปเที่ยวมองโกเลียจะเป็นอย่างไร?

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Bernd Thaller)

 
ตอบโจทย์คนไทยสมัยใหม่ที่อยากหาที่ท่องเที่ยวที่ลึกลับซับซ้อนไม่เหมือนใคร ก่อตั้งขึ้นโดยเจงกิสข่าน ประกอบไปด้วยทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล สามารถเดินทางเข้าประเทศโดยเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียได้ด้วยนะ

19. เก็บตังค์ไว้สำหรับฮันนีมูน (เกาะมัลดีฟส์)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Nattu)
 
พูดถึงมัลดีฟส์เมืองไทยกันเยอะแล้ว เก็บตังค์ไปเที่ยวทะเลในฝันของทุกคนกันเถอะ

20. เที่ยวทะเลแบบไม่แมส (เซเชลส์)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Didier Baertschiger)
 
ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กลับมอริเชียสและมัลดีฟส์ เป็นรัฐเอกราชในทวีปแอฟริกาที่เล็กที่สุด หนึ่งในไฮไลท์ของเกาะคือเจ้าเต่ายักษ์นั่นเอง! น้ำใสและปะการังสวยไม่แพ้ที่ไหนเลย

21. หนีไปเป็น Anastasia ที่ St. Petersburg ประเทศรัสเซีย

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Wikicommons)

 
เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรัสเซีย ถ้าเคยได้ดู Anastasia เหมือนเราต้องอินกับพระราชวังฤดูหนาวและโบสถ์แห่งหยดพระโลหิตพระผู้ไถ่

22. ท่องซาฟารีแบบหนูเทเลอร์ใน Wildest Dreams (แอฟริกาใต้)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Meraj Chhaya)
 
ประเทศแอฟริกาใต้นั้นอยู่ตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกา ไม่อยากพลาดการท่องซาฟารีต้องไปที่ Kruger National Park เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆ

23. ช้อปปิ้งอย่างมีสีสันที่ตลาดนัดขนาดยักษ์ (ตุรกี)

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
แกรนด์บาซาร์เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดของอิสตันบูลและของโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1453 มีร้านค้ามากกว่า 4,500 ร้าน บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ (ซึ่งใหญ่กว่าตลาดจตุจักรประมาณ 3 เท่าเชียวนะ!)

24. พักในบ้านเก่าแก่ใต้หิมะที่ชิราคาวาโกะ (ญี่ปุ่น)

 
ฟรีวีซ่า 15 วัน
 
(Credit: sonotoki)

 
หมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ช่างแตกต่างไปจากโตเกียวอย่างสิ้นเชิง เวลาที่เหมาะสุดสำหรับจองห้องพักในหมู่บ้านคือช่วง Winter Light-Up ประดับไฟช่วงเย็นในฤดูหนาว บอกเลยว่าจองเต็มทุกปี! ดังนั้นต้องรีบวางแผนล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 6 เดือนนะ

25. พม่ายังไงก็คือพม่า

 
ฟรีวีซ่า 14 วัน (เฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ)
 
 
ยังจำ Photo Essay ของเราอยู่ได้หรือเปล่า? อยากรู้ว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราดีงามขนาดไหน ตามไปอ่านได้เต็มๆ ที่บทความนี้เลย

26. ยังไม่สายเกินไปที่จะไปเยี่ยมนครวัด (กัมพูชา)

 
ฟรีวีซ่า 14 วัน
 
 
นครวัดนั้นประกอบไปด้วยวัดทั้งหมดกว่าพันแห่ง จึงได้ชื่อว่าเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

27. เอ็นจอยวัฒนธรรมที่แตกต่างในบรูไน

 
ฟรีวีซ่า 14 วัน
 
(Credit: Sam Garza)

 
ประเทศบรูไนนั้นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพดีที่สุดในโลกเลยนะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวต้องห้ามพลาดมัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน มีการผสมผสานกันของสถาปัตยกรรมแบบอิสลามและอิตาลี

28. มุ่งหน้าเข้าสู่ตะวันออกกลาง (บาห์เรน)

 
ฟรีวีซ่า 14 วัน
 
(Credit: Jayson De Leon)
 
ประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่มีภูมิประเทศเกือบทั้งหมดเป็นทะเลทราย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ มัสยิดกลาง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน และ ป้อมปราการบาห์เรน

29. ไป #cafehopping ใน Fujin Street ถนนสายฮิปสเตอร์แห่งไทเป (ไต้หวัน)

ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
 
ตามเราไปเดินเล่นบน Fujin Street ถนนสายฮิปสเตอร์ที่สวยที่สุดในไทเปที่บทความนี้

30. ไปขี่อูฐกลางทะเลทรายที่กาต้าร์

 
ฟรีวีซ่า 30 วัน
 
(Credit: Omar Chatriwala)

 
ล่าสุดนี้กาต้าร์เพิ่งประกาศฟรีวีซ่าให้คนไทยได้ไปเยี่ยมเยือนกันยาวๆ ถึง 30 วัน จะไปขี่อูฐหรือเที่ยวในตัวเมืองโดฮาก็น่าสนใจ