Feb 14 2018

trending

กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 3 ประเภทที่เราดูแล้วก็ได้แต่สงสัยว่า "เขาทำไปเพื่ออะไร ?"

งง

เราคนไทย คนเมืองร้อน อาจจะคุ้นเคยกับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน หรือ Summer Olympics มากกว่า (ซึ่งครั้งต่อไปคือปี 2020 ที่ญี่ปุ่น) แต่อย่าลืมว่ายังมีเพื่อนร่วมโลกในอีกหลายประเทศที่เขานั่งผิงไฟ จิบ Glühwein ร้อน ๆ เพราะอากาศอันหนาวเหน็บเข้ากระดูก เลยไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่จะมี กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว หรือ Winter Olympics อยู่ในโลกด้วย
 
กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับดูแล้วเกิดช้ากว่ากีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1896 ที่ประเทศกรีซถึง 28 ปี โดยกีฬาโอลิมปิกทั้ง 2 ฤดูกาลมีความเหมือนกันตรงจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี แต่จำนวนผู้เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจะน้อยกว่าด้วยอุปสรรคทางสภาพภูมิประเทศและอากาศ พูดง่าย ๆ คือไม่มีหิมะ ไม่มีลานน้ำแข็ง ไม่มีภูเขาน้ำแข็งให้ฝึกซ้อมนั่นเอง (อย่างประเทศไทยนี่ให้อากาศหนาวลงยังแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย)
 
 
ณ วินาทีนี้ใน กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดกัน ณ เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ มีผู้เข้าแข่งขันจากทั้งหมด 89 ประเทศ เข้าร่วมประลองกันในกีฬาทั้งหมด 15 ประเภท ซึ่งส่วนใหญ่ต้องใช้ทักษะทางสกี (skiing)
 

เล่นสกีปกติมันก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก แต่มันดันมีกีฬาบางประเภทที่เราดูแล้วก็ได้แต่สงสัยว่า ทำไม ? เพื่ออะไร ? และนี่คือ 3 กีฬาแปลก ๆ ในโอลิมปิกฤดูหนาวที่เราอยากแนะนำให้รู้จัก

 

SKI JUMPING

 
 
 
เราได้รู้จักกับ Ski Jumping ตอนไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนีเมื่อปีก่อน ซึ่งตอนปลายปีเป็นช่วงคัดเลือกระดับประเทศเพื่อเข้าแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวพอดี กีฬาประเภทนี้ถูกบรรจุอยุ่ในโปรแกรมการแข่งขันตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนหน้านี้มีเพียงประเภทชายเท่านั้น และผู้หญิงเพิ่งได้แข่งขันกันอย่างเป็นทางการเมื่อ 4 ปีก่อน

 
ความ WTF ของ Ski Jumping คือ ความสูง ที่นักกีฬาแต่ละคนพุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะ ดิ่งลงสู่พื้น น้ำแข็งตามแรงโน้มถ่วงของโลก นักกีฬาจะถูกปล่อยออกจากสเตชันที่มีความสูง 90 เมตร (normal hill) และ 120 เมตร (large hill) เทียบได้กับตึก 40 ชั้น ! ส่วนคะแนนก็คิดกันที่ระยะทาง ว่าบินลงได้ไกลแค่ไหน รวมถึงท่วงท่าลีลาเฉพาะของแต่ละคนด้วย
 
ห้ามพลาด ! การแข่งขัน Ski Jumping - Large Hill รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย วันที่ 19 ก.พ. เวลา 20:36 น. (เวลาประเทศไทย)

BIATHLON

 
 
 
Biathlon เป็นกีฬาที่ผสมผสานทักษะ 2 อย่างคือ Cross-country Skiing และ Rifle Shooting ถูกบรรจุอยู่ในโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกเมื่อปี 1960 แข่งขันกันที่ ความเร็วของการสกี ระยะทางตั้งแต่ 7.5 กิโลเมตรขึ้นไปสำหรับประเภทเดี่ยว และ 6 กิโลเมตรขึ้นไปสำหรับประเภททีม และ ความแม่นของการยิงปืน ที่ต้องยิงกันให้เข้าเป้า 5 นัด
 

รู้หรือไม่ ? Biathlon เป็นกีฬาที่ (เล่นแล้ว) เรียกเหงื่อมากที่สุดในมวลมหากีฬาทั้งหมดในโอลิมปิกฤดูหนาว มีข้อมูลว่าในการแข่งขัน 1 รอบ นักกีฬาชายจะเสียเหงื่อประมาณ 2.3 ลิตร ส่วนนักกีฬาหญิงอยู่ที่ 1.4 ลิตร

 
ความ WTF ของ Biathlon คือการล้อเล่นกับฟังก์ชันร่างกายมนุษย์ ผู้เข้าแข่งกัน ต้องสกีให้รวดเร็วสุดชีวิต หลังปล่อยตัว —รู้กันอยู่ว่าการทำกิจกรรมเร็ว ๆ นั้นส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว— เพื่อฝ่าฟันไปให้ถึงสเตชันยิงปืน ซึ่งการยิงปืนให้แม่น ต้องใช้สมาธิสูง ต้องนิ่งมาก ทำให้ Biathlon เปรียบเสมือนกีฬาที่ทำให้ร่างกายสร้างคำสั่งที่ขัดกัน (contrary mandate) นั่นเอง
 
ห้ามพลาด ! การแข่งขัน Biathlon รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย 4 คน วันที่ 23 ก.พ. เวลา 18:15  น. (เวลาประเทศไทย)

CURLING

 
 
 
กีฬาประเภทสุดท้ายนี้อาจจะไม่ได้ตื่นเต้นแบบท้ามฤตยูมากเท่าไหร่ แต่พอนั่งดูแล้วมันเกิดคำถามจริง ๆ ว่า เพื่ออะไร ? ดูผิวเผินแล้ว Curling อาจจะเหมือนเปตองที่ขนาดใหญ่กว่า และมีความประหลาดกว่าตรงวิธีเล่น

 
ทีมนักกีฬาจะแบ่งหน้าที่กัน มีคนกำหนดทิศทางและปล่อยลูก stone หนัก 40 ปอนด์ (ประมาณ 19 กิโลกรัม) ออกจากจุดสตาร์ท อีก 2 คนจะช่วยกันถูพื้นด้วยไม้กวาด (broom) ให้ลูกไหลลื่นไปตามทาง (เรียกว่า sheet) ซึ่งจุดพีกคะแนนสูงสุดคือกึ่งกลางวงกลม (เรียกว่า button) ของเป้า (เรียกว่า house)
 
ความ WTF ของ Curling คือ สมาธิอันแน่วแน่ กลยุทธ์ในการเล่น และ เสียงโหวกเหวกของนักกีฬาตอนถูพื้นให้ stone ลื่นไหลไปตามทาง ที่ทำให้เราสงสัยว่ามันยากเย็นขนาดนั้นเลยเรอะ
 
ห้ามพลาด ! การแข่งขัน Curling รอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิง วันที่ 25 ก.พ. เวลา 07:05  น. (เวลาประเทศไทย)

ภาพทั้งหมดจาก pyeongchang2018.com