Nov 01 2017

upgrades

7 ทิปส์เด็ดที่ต้องลิสต์เอาไว้ ไม่ว่าใครที่อยากเรียนต่ออังกฤษ

อังกฤษ ใกล้แค่เอื้อม

 

ช่วงเวลาของฤดูการศึกษาต่อประเทศอังกฤษกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ช่วงปลายปีแบบนี้เราก็ต้องหาเพื่อนคู่ใจที่สามารถช่วยเหลือและพาเราให้ได้ไปเรียนต่ออังกฤษอย่างที่หวังไว้กันตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ก็จะมีงาน UK Study Exhibition 2017 (UKSE) ที่โรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit โดยทีม Hands On นั่นเอง ใครมีแผนจะไปเรียนต่ออังกฤษก็ไปปรึกษาและเตรียมตัวกันได้ แต่อยากให้เป๊ะในการไปใช้ชีวิตที่อังกฤษมากกว่าใครล่ะก็ ลองเอาทิปส์ข้างล่างนี้ไปใช้ก็ได้นะ
 

สุขภาพต้องมาก่อน 

 
ภาพจาก The Sun
 
อันดับแรกที่ควรห่วงคือสุขภาพตัวเองเนี่ยแหละ คงไม่มีใครอยากป่วยกระเสาะกระแสะระหว่างไปอยู่ต่างประเทศหรอกใช่มั้ยล่ะ ยิ่งเวลาอยู่ที่ประเทศอังกฤษเนี่ย จะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปซื้อยาเลยก็ไม่ได้ ไม่เหมือนที่ไทยนะ ต้องใช้เอกสารใบรับรองแพทย์นู่นนี่นั่นยุ่งยากสุด ๆ
 
เพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพให้พร้อมไปก่อน ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ควรลิสต์ไว้เลยว่ามียาตัวไหนที่เราต้องใช้บ้าง ใครเป็นโรคประจำตัวก็เตรียมเอกสารทางการแพทย์ไว้ให้พร้อม นอกจากนั้นการออกกำลังกายไว้เนิ่น ๆ ให้สุขภาพแข็งแรงตั้งแต่ที่เมืองไทยก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมากเลยล่ะ เพราะจะช่วยให้ปอดและหัวใจเราแข็งแรง ไปอยู่อังกฤษเจออากาศหนาว ๆ จะได้ไม่เป็นหวัดได้ง่าย แถมยังต้องเตรียมกำลังขาไว้เดินมาราธอนที่นู่นอีก

ไปลองเทสข้อสอบ IELTS ได้ฟรี

 
ภาพจาก ielt.ie
 
ไปเรียนต่ออังกฤษทั้งทีมีเงินอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ เพราะจะต้องผ่านเกณฑ์การสอบ IELTS ซะก่อน ซึ่งเราก็เชื่อว่านี่คือปัญหาหลักของคนที่อยากจะไปเรียนต่อที่เมืองผู้ดีเลยทีเดียว เพราะราคาค่าสอบแต่ละครั้งก็แพงจนต้องปาดน้ำตา จะไปสอบแบบมั่ว ๆ ก็เสียดายตังค์
 
สิ่งแรกที่ควรนึกถึงคือความเชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษทั้งสกิลหลัก ๆ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ถ้าเรารู้ตัวว่าอ่อนด้านไหนก็ควรสละเวลาไปลงเรียนเสริมด้านนั้น อย่างที่สองคือสำหรับคนที่อยู่ในระหว่างการเตรียมตัว เราขอบอกเคล็ดลับของเรา คือการไปลองเทสข้อสอบ IELTS ก่อนสอบจริง ซึ่งในจุด ๆ นี้ เราสามารถเทสได้ฟรีไม่เสียซักบาทจากหลากหลายช่องทาง เช่น งานการศึกษาต่อต่าง ๆ  

อยู่แบบไหนให้เหมาะกับเรา

 
 
อีกเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาแต่ที่จริงแล้ววุ่นวายสุด ๆ ก็น่าจะเป็นการหาที่อยู่เวลาไปเรียนต่ออังกฤษนี่แหละ หลายคนไม่รู้ว่าจะต้องเลือกที่พักแบบไหนดี เชื่อว่าเกือบทุกคนอยากมีห้องเป็นของตัวเอง ตื่นเช้ามาเปิดหน้าต่างห้องสูดอากาศ มองลงไปถนนด้านล่างเห็นลอนดอนบัสวิ่งผ่าน ให้อารมณ์ผู้ดีอังกฤษ ขอบอกว่าหากมีห้องอยู่ได้แบบนั้นคงต้องจ่ายค่าเช่ากันแบบมีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถแน่ ๆ ค่าเช่าที่พักที่อังกฤษราคาอภิมหาโหด เราจึงต้องเลือกในราคาที่เป็นมิตรและคิดว่าจ่ายไหว ส่วนใหญ่แล้วหลายคนจะเลือกที่พักที่ใกล้สถานศึกษาที่เราไปเรียนให้มากที่สุด เพื่ิอประหยัดค่าเดินทาง หรืออาจไกลหน่อย แต่ยังพอสามารถหาจักรยานสักคันปั่นไปเรียนได้ 
 
แต่หากห้องส่วนตัวก็ยังสู้ราคาไม่ไหว เรายังสามารถเลือกอยู่แบบแชร์รูมกับเพื่อนต่างชาติคนอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นห้องใหญ่ที่มีห้องนอนย่อย และมีพื้นทีี่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ หารกันแล้วราคาต่อคนก็จะถูกกว่าอยู่คนเดียว หรือจะลองหาโฮสต์ที่ให้เช่าห้องอยู่กับครอบครัวเขาด้วยก็น่าสนใจไม่หยอก นอกจากจะอยู่อย่างไม่เหงาแล้ว เผลอ ๆ บางวันโฮสต์ยังพาออกไปเที่ยวอีกด้วย แต่ทั้ง 2 ช้อยส์นี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับดวงหน่อย ๆ ว่าจะได้ผู้ร่วมอาศัยดีหรือไม่ ฟังดูแล้วเรื่องที่พักก็จัดการยากอยู่เหมือนกัน ให้ Hands On มาช่วยจัดการให้ก็ได้นะ


จัดกระเป๋ายังไงให้เอาเสื้อผ้าตัวเก่งไปได้มากที่สุด

 
 
หนึ่งในปัญหาโลกแตกของคนบ้าหอบฟางอย่างเราคือการจัดกระเป๋ายังไงให้เอาทุกอย่างใส่ลงไปได้ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษที่อากาศไม่เคยนิ่ง นึกอยากจะฝนตก ลมแรง หรือหิมะโปรยลงมาซะเฉย ๆ ก็มี เพราะฉะนั้นควรเตรียมเสื้อผ้าไปให้พร้อม
 
เรามีทิปส์ดี ๆ มาบอกสำหรับมือใหม่หัดจัดกระเป๋า อย่างแรกเลยที่เราทดลองมาแล้วด้วยตัวเอง คือการม้วนเสื้อผ้า ซึ่งจะช่วยทำให้ลดพื้นที่ได้ครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีเทคนิคที่คิดไม่ถึงอีกเยอะ เช่นการยัดถุงเท้าลงไปในรองเท้าเพื่อประหยัดพื้นที่ หรือป้องกันขวดครีมไหลเปื้อนด้วยพลาสติกใส วิธีจัดกระเป๋าเด็ด ๆ มีให้ศึกษาเต็มไปหมดใน YouTube ลองเสิร์ชว่า Packing Tips ดูสิ รับรองได้เคล็ดลับดี ๆ มาใช้ตรึม
 
 

ใช้ชีวิตแบบประหยัดในอังกฤษได้ด้วย 3 ร้านนี้

 
 
แน่นอนว่าเราไม่สามารถขนทุกอย่างจากไทยไปอังกฤษได้ ทำให้เราต้องออกไปจับจ่ายใช้สอยกันบ้างในบางครั้ง (และจะกลายเป็นบ่อยครั้งหลังจาก 1 เดือน) ไม่ต้องกังวัลว่าจะหมดตัว เราขอแนะนำ 3 ร้านนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า อยู่อังกฤษก็ประหยัดได้นะ
 
ร้านแรกเลยคือ Primark ห้างขายเสื้อผ้าเครื่องประดับจากไอริชในราคาสมเหตุสมผล แปลงร่างเป็นลอนดอนเนอร์ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าในราคาจ่ายแบงก์พันมีทอน ! (เงินบาทนะ) วันดีคืนดีเจอโคตรเซล เสื้อยืดลดเหลือตัวละ 1.50 ปอนด์ก็มี ! คิดเป็นเงินไทยแค่ประมาณ 80 บาทเนี่ยนะ ไม่ซื้อก็บ้าแล้ว สำเพ็งยังทำไม่ได้ ประตูน้ำเหรอ...อย่าหวัง นอกจากนั้นยังมีของทุกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตเด็กหอ อาทิพวกเครื่องนอนหมอนมุ้ง เข้าร้านเดียวก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้แบบสบาย ๆ
 
อีกร้านคือ Boots ที่หลายคนอาจสงสัยว่าจะเอามาแนะนำทำไม แต่จะบอกให้ว่าบูทส์ที่สหราชอาณาจักรมีทีเด็ดอยู่ตรงอาหาร มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Meal Deal อยู่ ประกอบด้วยแซนวิชหรือสลัด น้ำดื่มหนึ่งขวด และสแน็ก ทั้งหมดนี่ 3.29 ปอนด์เท่านั้น รับรองว่่าอิ่มคุ้มแน่นอน
 
ร้านสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งร้านในดวงใจของเรา กับ Poundland แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจุดเด่นของร้านนี้คืออะไร หากประเทศไทยมีร้านทุกอย่าง 20 บาท หรือไปญี่ปุ่นแล้วมีร้าน 100 เยนเป็นที่พึ่ง ร้านนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะสินค้าส่วนใหญ่ภายในร้านนี้ขายในราคาเพียงชิ้นละ 1 ปอนด์เท่านั้น มีของให้เลือกตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือไททานิค หน้าตาอาจดูเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่เชื่อเถอะว่าของที่ได้ติดมือมันจะเยอะเป็นพิเศษสำหรับการควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวนเดียวกับเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแน่ ๆ

เรื่องเงินทองของสำคัญ

 
ภาพจาก Alamy

 
ถึงเงินคงเหลือในบัญชีเราจะน้อยนิดแค่ไหน แต่ทุกปอนด์สเตอลิงคือความเป็นความตาย เพราะฉะนั้นควรศึกษาให้ดีถ้าอยากเปิดบัญชีที่นู่น สำหรับคนที่ไปเรียนต่อระยะยาวเช่น ป.โท หรือ ป.เอก และต้องไปขอวีซ่าที่อังกฤษ เราแนะนำให้เปิดบัญชีไว้ซะ โดยหลัก ๆ แล้วควรเลือกเปิดบัญชี 2 แบบ คือ Cash Point คล้าย ๆ ATM บ้านเราซึ่งสามารถกดเงินสดออกมาได้ กับอีกอย่างคือ Visa Debit สำหรับไว้รูดปรื๊ดรูดปรื๊ด
 
ธนาคารที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Lloyds และ Barclays เพราะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ มีสาขาอยู่ทั่วเมือง แต่ถ้าใครคิดว่าไม่อยากต้องยื่นเอกสารขอเปิดบัญชีให้ยุ่งยาก ก็ถือบัตร ATM ที่เราเปิดบัญชีกับธนาคารที่ไทยติดตัวไปด้วยก็ได้ มีอะไรก็ให้ทางบ้านโอนเงินเข้าบัญชีมานี่แหละ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมการกดในอังกฤษที่ครั้งละประมาณ 100 บาทนะ

อุ่นใจไปทั้งทริป กับ Hands On

 
 
เราเข้าใจว่าการไปอยู่ต่างถิ่นแบบหัวเดียวกระเทียมลีบมันว้าเหว่ใจขนาดไหน แต่เราอยากบอกไว้ตรงนี้เลยว่ามันไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น ความลับของเราคือการมีผู้ช่วยดี มีชัยไปกว่า 90% เชียวนะ ซึ่งเราขอแนะนำให้พุ่งตัวไปปรึกษากับ Hands On เลยจ้า !
 
ถ้าให้เกริ่นคร่าว ๆ ทีม Hands On คือ Education Consultant ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะใครที่อยากไปเรียนต่อที่อังกฤษนี่หายห่วงได้เลย เพราะที่นี่มีประสบการณ์มายาวนานถึง 10 ปีแล้ว รับรองว่าสามารถช่วยเราได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่รายละเอียดอย่างพวกธุรกรรมการเงิน การสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูง การยื่นวีซ่า การขอ Statement สำคัญที่ต้องใช้ ไปจนถึงดูแลความเป็นอยู่ทุกเรื่อง รายละเอียดลงลึกกว่าที่เราเอามาบอกวันนี้ซะอีกนะ
 
นักเรียนแทบทุกคนพอไปถึงอังกฤษแล้วอาจจะงง ๆ ก่งก๊งอยู่บ้าง ในจุด ๆ นี้สามารถไลน์มาหาพี่ ๆ ที่ Hands On ได้เลย ไม่ว่าจะปวดหัวตัวร้อน ไปมหาลัยไม่ถูก ตกรถตกเรือ ที่นี่ก็ช่วยเหลือแนะนำได้หมด รู้แบบนี้แล้วก็หายห่วง ไปเรียนต่อ (และเที่ยวรัว ๆ) กันได้แบบสบายใจ
 
ส่วนถ้าใครตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไป เราขอให้ไปที่งาน UK Study Exhibition 2017 (UKSE) ในวันที่ 9 พ.ย. นี้ได้เลยนะ เพราะนี่คือมหกรรมงานศึกษาต่อสหราชอาณาจักรโดยเฉพาะ ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่แห่งปีเชียวล่ะ ลองไปคุยกับพี่ ๆ จาก Hands On ดู สงสัยอะไรก็ไปถามให้หมดแบบไม่ต้องกั๊ก แอบกระซิบว่าถ้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าและเข้าร่วมงาน ก็อาจจะได้ลุ้นรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศอังกฤษ หรือที่พัก 3 วัน 2 คือในปารีสแบบฟรี ๆ ด้วยนะ