บางคนอาจจะเคยเดินผ่านโดยไม่รู้ตัวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าในทองหล่อเส้นหลักจะมีค็อกเทลบาร์ระดับเฟิร์สคลาสซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงของตึกเก่าอย่างลับๆ
แค่ทางเข้าก็ลึกลับจนแทบจะหาไม่เจอแล้ว เพราะมันซ่อนอยู่หลังกำแพงล็อคเกอร์ให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ชื่อร้านอย่าง The Locker Room และไม่ใช่ว่าจะเปิดเข้าไปได้ง่ายๆ ซะด้วย (ในจุดๆ นี้เราอยากให้ทุกคนไปลองถอดรหัสประตูล็อคเกอร์ปริศนาด้วยตัวเองเพื่อความว้าว)
พอผ่านด่านล็อกเกอร์มาได้แล้ว จะเจอกับบรรยากาศที่แตกต่างจากข้างนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะภายในคือบาร์สุดเท่พร้อมโซฟานั่งสบายและเคาน์เตอร์บาร์ยาวในบรรยากาศมืดสลัวพร้อมกลิ่นอายแบบมาสคิวลีนในสไตล์ speakeasy bar ที่ตั้งใจทำออกมาเพื่อทำให้ค็อกเทลของกรุงเทพฯ สนุกไม่แพ้บาร์ระดับอินเตอร์ในเอเชีย

ความโดดเด่นทั้งหมดของบาร์นี้เริ่มจากการรวมตัวกันของบาร์เทนเดอร์ระดับ Asia's Talent อย่างพี่หนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์จากร้าน Backstage Bar และฮิเดสึโกะ อุเอโนะ จากร้าน High Five ที่กรุงโตเกียว และนิค วู บาร์เทนเดอร์ชาวไต้หวันที่การันตีด้วยรางวัลอันดับสามจากการแข่งขันค็อกเทลระดับเวิลด์คลาส และบาร์เทนเดอร์ชาวสิงคโปร์ คอลิน เจีย จาก Nutmag & Clover ซึ่งล้วนเป็นตัวพ่อที่คร่ำหวอดในวงการค็อกเทลมาตรฐานระดับโลกทั้งสิ้น

แค่เห็นชื่อแก๊งเจ้าของร้านก็ตื่นเต้นแล้ว เพราะแน่นอนว่าเราจะได้ดื่มค็อกเทลสำหรับสายลึกโดยเฉพาะ ซึ่งหุ้นส่วนบาร์เทนเดอร์ทุกคนได้งัดเอาของเด็ดของดีในตัวมารังสรรค์เป็นเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลสุดล้ำให้กับบาร์แห่งนี้ แบ่งเป็น 3 พาร์ทใหญ่ๆ คือ Past Present และ Future
เริ่มจากส่วน Past ซึ่งเสิร์ฟคลาสสิคค็อกเทลที่เราคุ้นเคยกันดี โดยได้อุเอโนะมาดูแลเมนูในส่วนนี้ทั้งหมด ก่อนที่นิค และคอลิน จะจัดการเอาไปทวิสต์ในแบบ Present ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และให้พี่หนึ่งรับช่วง Future ต่อ ซึ่งเป็นการเอาไอเดียหลักแต่ละแก้วไปเปลี่ยนโฉมเป็นเมนูค็อกเทลแห่งโลกอนาคต

เริ่มที่เมนูหาดื่มยาก (และหาคนชอบดื่มยาก) แบบ Bloody Mary (360 บาท) ซึ่งเป็นส่วนของ Past ในความดูแลของอุเอโนะมีเบสเป็นวอดก้าและน้ำมะเขือเทศสดแบบออริจินัล และ Harakiri (390 บาท) ที่นิคเอามาปรับให้เป็นปัจจุบันมากขึ้นโดยใช้เบสเป็นเตกิล่าแทน
สุดท้ายคือ Bloodless Maria (390 บาท) ค็อกเทลสไตล์โมเดิร์นที่พี่หนึ่งตั้งใจฉีกทุกกฎของคลาสสิค Bloody Mary จนกลายมาเป็นแก้วนี้ในแบบฉบับของเหล้ามาร์ตินี่ เลือกใช้เบสเป็น Mezcal ผสม Tomato Vermouth

นอกจากนั้นยังมีเมนูอาทิ Nuts Over Michelin (390 บาท) ที่เป็นเมนูในพาร์ท Future ของตัวออริจินัลค็อกเทลอย่าง French Connection ที่ใช้คอนยัค (บรั่นดีฝรั่งเศส) เป็นเบสอีกด้วย

อาจพูดได้ว่า The Locker Room เป็นหนึ่งในไม่กี่บาร์ค็อกเทลในกรุงเทพฯ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอค็อกเทลสายจริงจังโดยเฉพาะ เน้นดื่มด่ำความล้ำลึกจากสกิลบาร์เทนเดอร์มากกว่าดื่มเอาเมาอย่างเดียว ซึ่งถ้าใครอยากลองของก็คงต้องไปพยายามหาที่ซ่อนของบาร์ลับนี้ให้เจอแล้วไปลิ้มลองความแปลกใหม่ด้วยตัวเองแล้วกันนะ

ซ.ทองหล่อ 10 (สุขุมวิท 55), แขวงคลองตันเหนือ, เขตวัฒนา เวลาทำการ ทุกวัน 20:00-02:00น. BTS ทองหล่อ